ครอบครัว ร้องขอความเป็นธรรม หลังมีข้อสงสัยขั้นตอนการดูแลก่อนคลอด ระหว่างคลอด ของ รพ.แห่งหนึ่ง ใน จ.ลำพูน ด้าน อดีต สส.ชาติพันธุ์ ชี้ ปัญหาเชิงโครงสร้าง เสนอยกระดับศักยภาพ รพ.ในชนบท ทั้งบุคลากร เครื่องมือ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอ กมธ. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุ้มครองสิทธิให้ผู้สูญเสีย
วันนี้ (3 ก.ย. 2569) ที่อาคารรัฐสภา มานพ คีรีภูวดล อดีต สส.ชาติพันธุ์ พรรคประชาชน และ ชาคริต ชาตรียินดี สามีของผู้เสียชีวิต ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ภัสริน รามวงค์ รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ คนที่ 2 ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีภรรยา นายชาคริต เสียชีวิตภายหลังเข้าสู่กระบวนการคลอดบุตร ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดลำพูน รวมทั้งขอให้หน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่เกี่ยวข้องพิจารณาเยียวยาความเสียหายและผลกระทบระยะยาวต่อครอบครัว

เนื่องจาก ภรรยาของผู้ร้อง เสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้นในกระบวนการดูแลและการคลอดบุตร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยครอบครัวยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการดูแลก่อนคลอดและในระหว่างการคลอด จึงยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว ตลอดจนหาแนวทางเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยครอบครัวได้นำข้อมูลลำดับเหตุการณ์เสียชีวิตยื่นประกอบการร้องเรียนด้วย
“เมียผมสุขภาพแข็งปกติ ฝากท้องที่โรงพยาบาลดังกล่าว ตอนเข้าห้องเตรียมการอาการปกติ ตอนเริ่มปวดท้องมากขึ้นเมียโทรมาบอกว่าไม่มีพยาบาลอยู่เลย ต้องการความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเมียผม”
สามีผู้เสียชีวิต ระบุ
“ช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ ทางโรงพยาบาล ไม่มีการติดต่อสื่อสารใด ๆ เลย สอบถามก็ไม่มีความชัดเจน”
ญาติผู้เสียชีวิต
ชัชพีร์ วรรณาพิรัชย์ สส.พรรคประชาชน จ.ลำพูน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ภายหลังทราบเรื่องได้ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และมอบหมายทีมงานลงพื้นที่รับฟังข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของครอบครัวในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยังมีข้อสงสัยและเห็นว่ายังไม่ได้รับความกระจ่างชัดเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลรักษา จึงนำเรื่องมายื่นต่อคณะกรรมาธิการในครั้งนี้


มานพ ย้ำว่า โรงพยาบาลดังกล่าวมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ทั้งประชาชนในพื้นที่และกลุ่มชาติพันธุ์ จึงเห็นว่าควรมีการพิจารณายกระดับศักยภาพของโรงพยาบาล ทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อให้มีความพร้อมในการรองรับและให้บริการประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้คณะกรรมาธิการช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคุ้มครองสิทธิของประชาชน
ขณะที่ ภัสริน ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสภาพจิตใจของผู้เกี่ยวข้องเป็นวงกว้าง ทุกคนควรได้รับความปลอดภัยเมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะแม่และเด็กซึ่งควรได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย
ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไข เนื่องจากประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยคณะกรรมาธิการจะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงการเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขต่อไป
