นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่ ค้านรัฐบาลเดินหน้าแก้กฎกระทรวงเพิ่มขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะเป็น 250 ซีซี ระบุสูงเกินความจำเป็นและผิดวัตถุประสงค์

จากกรณีที่ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงคมนาคม เตรียมผลักดันการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อขยายเพดานจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) จากไม่เกิน 125 ซีซี เป็นไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อปลดล็อกกลุ่มไรเดอร์แอปพลิเคชัน
โดยระบุถึงการเตรียมผลักดันการขยายขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะกระทรวงดีอี (โดย ETDA) และกระทรวงคมนาคม (โดยกรมการขนส่งทางบก) ร่วมกันผลักดันการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มไรเดอร์และไดรเวอร์ โดยมีเพิ่มขนาดซีซี (CC)ปรับแก้เกณฑ์ความจุกระบอกสูบของรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) จากเดิม ไม่เกิน 125 ซีซี เป็น ไม่เกิน 250 ซีซีเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน เพิ่มสมรรถนะรถให้เหมาะสม เพราะนี้ปลดล็อกอุปสรรคในการจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม
โดยกรมการขนส่งทางบกได้จัดรับฟังความเห็นประชาชนผ่านเว็บไซต์เมื่อวันที่ 4 – 18 ธันวาคม 2568 ซึ่งขั้นตอนต่อไปเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงดังกล่าว โดยอ้างว่ากลุ่มผู้ขับขี่สามารถนำรถที่มีสมรรถนะสูงขึ้นมาลงทะเบียนประกอบอาชีพได้ถูกต้องมุมด้านเศรษฐกิจสนับสนุน “ฟันเฟืองสำคัญ” ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนั้นการลงทะเบียนการให้บริการอย่างถูกต้อง ยังจะช่วยให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการอีกด้วย

ค้านแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
ล่าสุดเกิดกระแสคัดค้านอย่างหนักจากหลายภาคส่วน เครือข่ายนักวิชาการ และเครือข่าวภาคประชาสัมคม เครือข่ายพลังผู้สูญเสีย เครือข่ายผู้รับผลกระทบจากจักรยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญการสอนขับขี่จักรยานยนต์ โดยมองว่านี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุและไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริงและไม่เอื้อต่อความปลอดภัยทางถนน เพราะหลายฝ่ายยอมรับทุกครั้งที่รายงานข่าวอุบัติเหตุมักจะเห็นการขับรถเร็วเป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆที่ทำให้คนไทยสูญเสียเพิ่มขึ้น ยิ่งรถแรง ยิ่งเพิ่มอันตรายต่อชีวิต สอดคล้องกับงานวิจัย จึงมองว่าสิ่งที่ภาครัฐทำสวนทางกับงานวิจัยและข้อมูลทางสถิติ ที่ชวนคิด ว่าไทยจะเดินหน้าจากการใช้ฐานข้อมูล หรือ เพิ่มให้ปลดล็อกบางเรือง
พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ หัวหน้าโครงการขับเคลื่อนไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ และอดีตที่ปรึกษาประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการ(Ex. Regional advisor WHO SEARO) กล่าวว่า หลังมีการระดมความเห็น เรื่องนี้จากเครือข่ายพลังผู้สูญเสีย เครือข่ายผู้รับผลกระทบจากจักรยานยนต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนขับขี่จักรยานยนต์ และช่างเชี่ยวจักรยานยนต์อดีตแชมป์จักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ต่างก็เห็นว่าจักรยานยนต์ 125 ซีซี ก็ แรงเกินแล้ว ส่วนทางนายกสมาคมไรเดอร์ได้แจ้งมาว่า ได้ขอเพียง 160 ซีซี
เพราะปัจจุบัน มีลูกค้าต่างชาติตัวใหญ่ มีการขนของมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีเหตุผลด้านความปลอดภัยคือ มีเบรกabs มีโช้คคู่ สมรรถนะในการขับ balance ปลอดภัยยิ่งขึ้นและขอเป็นทรงกระเทย ทรงผู้หญิง ไม่เอาทรงสปอร์ตที่เป็นส่วนใหญ่ของรถ250 ซีซีในปัจจุบัน เพราะไม่เหมาะสมกับการรับส่งคนและส่งของ รถซีซียิ่งเยอะภาระยิ่งเยอะเปลืองน้ำมันไม่คุ้ม
ขณะที่ ทีม ช่างเชี่ยวจักรยานยนต์และผู้รับผลกระทบจากจักรยานยนต์ โครงการขับเคลื่อนสังคมไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ ได้เข้าไปตอบค้านในแบบสอบถามแล้ว พบว่า แบบสอบถามประชาพิจารณ์นี้ ไม่บอกจำนวนซีซีไว้เลยว่าจะเพิ่มเป็นเท่าไหร่ แม้กดไม่เห็นด้วยไปแล้ว แต่ ดูเหมือนว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกกฏหมายตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดไว้ มีความหมายน้อยมากต่อรัฐบาลนี้ที่ยังคงเดินหน้าต่อไปในซีซีรถที่สูงกว่าที่ขอ ทั้งที่ 250 ซีซี ส่วนใหญ่เป็นทรงสปอร์ตไม่เหมาะกับขนส่ง การลดภัยจักรยานยนต์ บนถนนควรจำกัดความแรงเร็วของยานพาหนะเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยบนถนน
วิเคราะห์เหตุผล: ทำไมการเพิ่มซีซี (CC) ถึง “ไม่ปลอดภัย”
การขยับเพดานจาก 125 ซีซี ไปถึง 250 ซีซี ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเชิงวิศวกรรมความปลอดภัยและบริบทการใช้งานจริง ดังนี้
- ความเร็วเกินขีดจำกัดความปลอดภัย: ผู้เชี่ยวชาญการสอนขับขี่และอดีตแชมป์จักรยานยนต์แห่งประเทศไทยระบุว่า เครื่องยนต์ 125 ซีซี ในปัจจุบันก็มีความแรงเกินพอสำหรับการวิ่งในเมืองแล้ว การเพิ่มเป็น 250 ซีซี จะทำให้รถมีความเร็วมหาศาล ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงและสูญเสียชีวิตได้ง่ายขึ้นหากนำมาใช้รับส่งผู้โดยสาร
- รูปทรงรถไม่เหมาะสม: รถขนาด 250 ซีซี ส่วนใหญ่ในท้องตลาดเป็น “ทรงสปอร์ต” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ความเร็ว ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการรับส่งคนหรือวางกล่องพัสดุ ทำให้สมรรถนะในการควบคุมรถขณะมีภาระบรรทุกต่ำลง เสี่ยงต่อการเสียหลัก
- ภาระผู้ขับขี่และอันตรายแฝง: รถซีซีสูงจะมีน้ำหนักมากและกินน้ำมันสูง สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้ไรเดอร์ อีกทั้งสมรรถนะที่แรงเกินไปอาจทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ยากขึ้นในสภาวะการจราจรติดขัด

รัฐบาลดันตัวเลขสูงเกินความต้องการจริง
ข้อมูลจากนายกสมาคมไรเดอร์ระบุชัดเจนว่า ทางกลุ่ม “ขอเพิ่มเพียง 160 ซีซี” เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัย ไม่ใช่ความแรง เพราะรถกลุ่ม 160 ซีซี จะมีเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น
- ระบบเบรก ABS : ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน
- โช้คอัพคู่: ช่วยในการทรงตัว (Balance) ได้ดีกว่าเมื่อต้องบรรทุกของหรือมีผู้โดยสารตัวใหญ่
- ทรงรถที่ใช้งานได้จริง: เน้นรถทรงผู้หญิงหรือทรงกระเทยที่ขึ้นลงสะดวก
ตำหนิประชาพิจารณ์ “ไร้ความหมาย” เมินเสียงต้านประชาชน
โครงการขับเคลื่อนสังคมไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ เผยผลจากการเข้าตรวจสอบแบบสอบถามประชาพิจารณ์ของกรมการขนส่งทางบก พบว่า “สอบตกเรื่องความโปร่งใส” เนื่องจากในแบบสอบถามไม่มีการระบุจำนวนซีซีที่จะเพิ่มให้ชัดเจนแม้จะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ได้รับผลกระทบเข้าไปตอบ “ไม่เห็นด้วย” เป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลกลับยังคงเดินหน้าผลักดันตัวเลข 250 ซีซี ซึ่งสูงกว่าที่กลุ่มไรเดอร์ร้องขอเสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญอาจเป็นเพียง “พิธีกรรม” ที่ไม่มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจของภาครัฐ ทั้งที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนบนท้องถนนเป็นเดิมพัน
“ถึงแม้จะกดไม่เห็นด้วยไปแล้ว แต่ดูเหมือนการมีส่วนร่วมของประชาชนจะมีความหมายน้อยมาก เพราะรัฐบาลยังคงเดินหน้าดันตัวเลขซีซีที่สูงกว่าที่ผู้ใช้จริงร้องขอ ทั้งที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนนมากขึ้น”
