ย้ำ 5 เหตุผล EHIA บกพร่องร้ายแรง จี้ นายกฯ ทบทวน ชะลอดัน ‘แลนด์บริดจ์’  

นักวิชาการ องค์กร ภาคประชาชน ลงนามจดหมายเปิดผนึก 112 ชื่อ ส่งตรง ‘นายกฯ อนุทิน’ เบรกผลักดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ชัดไม่คุ้มค่า ยกเหตุผลสะท้อนความคลาดเคลื่อน บกพร่อง ในกระบวนการจัดทำ EHIA ท่าเรือ ไม่ตรงความจริง เมินการมีส่วนร่วม

จากกรณีรัฐบาลประกาศเร่งผลักดัน โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง รวมถึงการเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเเละคมนาคม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย 

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 กลุ่มนักวิชาการ องค์กรทางสิ่งเเวดล้อม นักกิจกรรม เเละภาคประชาชน 112 รายชื่อ ได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจเเละความโปร่งใสต่อการผลักดันโครงการนี้ โดยการเปิดเผยรายงาน EHIA ทุกฉบับ ต่อสาธารณะเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการได้รับรู้ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบรวมกัน รวมถึงขอให้รัฐบาลทบทวนและชะลอกระบวนการผลักดันโครงการ

โดยอ้างถึงการพบปัญหาเเละความบกพร่องในการศึกษารายงานความเหมาะสมเเละความคุ้มค่า รวมถึงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) ในโครงการพัฒนาท่าเรือเเหลมริ่ว จังหวัดชุมพร เเละโครงการพัฒนาท่าเรือเเหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ดังนี้ 

  1. ความไม่เหมาะสมเเละความคุ้มค่า พบว่า รายงานการศึกษาความเหมาะสมเเลความคุ้มค่าโดย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กับ สำนักงานนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร (สนข) ในฐานะเจ้าของโครงการนั้น ไม่สอดคล้องกัน โดยรายงานของ สภาพัฒน์ ระบุว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมเเละไม่มีความคุ้มค่าในฐานเศรษฐศาสตร์ในการลงทุน 

  2. การศึกษาไม่ครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อม โครงการเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทบต่อวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมในวงกว้าง เเต่การศึกษาโครงการกลับเเยกส่วนการศึกษาตามโครงการ เเละกำหนดขอบเขตการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมในเเต่ละโครงการ/กิจการ เพียง 5 กิโลเมตร ซึ่งมิอาจครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อมเเละวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้จริง เมื่อการศึกษาไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบหรือสิ่งเเวดล้อมที่จะกระทบจากการดำเนินโครงการย่อมมิอาจสะท้อนความเสียหายเเละผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้ 

  3. ความบกพร่องในการศึกษา ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกเเหลมริ่ว เเละท่าเรือน้ำลึกเเหลมอ่าวอ่าง พบว่า มีข้อบกพร่องเเละความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากความเป็นจริงหลายประการ อาทิ จำนวนเเละชนิดของสัตว์หน้าดินที่ต่ำกว่าความเป็นจริงไม่สอดคล้องกับรายงานการศึกษาในอดีตที่ผ่านมา จำนวนบุคคลากรทาง การเเพทย์มีมากผิดปกติในโรงพยาบาบประจำอำเภอ การขาดการศึกษาเเละประเมินสถานการณ์ หรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีผลกระทบกับโครงการ เช่น เเผ่นดินไหว น้ำมันรั่ว ไฟไหม้ เป็นต้น ทั้งหมดนี่คือความบกพร่องของรายการการศึกษาเเละประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมที่ต้องกลับไปทบทวนเเละทำการศึกษาใหม่ 

  4. การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นของโครงการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเเท้จริง มีเพียงกลุ่มข้าราชการ เเละหน่วยงานที่เป็นสัดส่วนหลักในการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบของโครงการอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ไม่สามาถที่จะมีส่วนร่วมในการเสนอเเนะให้ความเห็นต่อผลกระทบ ความห่วงกังวลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้ 

  5. การพัฒนาที่ขัดเเย้งกับกับสภาพพื้นที่ ระบบนิเวศ สภาพพื้นที่ของจังหวัดระนอง เเละจังหวัดชุมพร ซึ่งมีฐานทรัพยากรที่สมบูรณ์ มีระบบนิเวศที่หลากหลาย ถูกเสนอขึ้นทะเบียนให้อยู่ในบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งโครงการเเลนด์บริดจ์นั้นขัดเเย้งเเละไม่สอดคล้องกับทิศทางเเละศักยภาพของพื้นที่อย่างชัดเจน 

ทั้ง 5 ประเด็น คือ สาระสำคัญที่เห็นว่า กระบวนการศึกษาเเละจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเเละสุขภาพ (EHIA) เพื่อการขับเคลื่อนเเละผลักดันโครงการเเลนด์บริดจ์ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดนั้นมีปัญหาและมีความบกพร่องอย่างร้ายเเรง 

“ที่ผ่านมาภาคประชาชน นักวิชาการพยามท้วงติงเเละมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรายงานการศึกษาผลกระทบส่ิงเเวดล้อมเเละสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เเต่สำนักนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร(สนขอ.) เเละ สำนักงานนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ปฏิเสธการเปิดเผยรายงาน EHIA ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำชาญการ โดยให้เหตุผลในการปกปิดรายงานถึงเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เเละจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เเละก่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงปฏิเสธการเปิดเผยรายงานต่อสาธารณะ ซึ่งการกล่าวอ้างหลักกฎหมายที่เลื่อนลอยไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ย่อมทำให้กระบวนการในการพิจารณารายงานมีความไม่โปร่งใส ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เเละย่อมสะท้อนความไม่จริงใจ เเละความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการ ” 

ดังนั้น นักวิชาการ องค์กรทางสิ่งเเวดล้อม นักกิจกรรม เเละภาคประชาชน 112 รายชื่อที่ได้ลงนาม จึงขอเรียกร้องไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เเสดงความจริงใจเเละความโปร่งใสต่อการผลักดันโครงการนี้ โดยการเปิดเผยรายงาน EHIA ทุกฉบับ ต่อสาธารณะเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการได้รับรู้ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบรวมกัน รวมถึง ขอให้รัฐบาลทบทวนเเละชะลอกระบวนการผลักดันโครงการ เนื่องด้วยเหตุผลทางวิชาการที่สำคัญว่า การกระบวนการศึกษาโครงการนั้นมีความบกพร่อง คลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง จนไม่อาจที่จะนำรายงานการศึกษาความเหมาะสม เเละรายงาน EHIA ไปใช้ในการเร่งรัดผลักดันโครงการได้ 

“พวกเราไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจำเป็นต้องคำนึงระบบนิเวศ คุณภาพชีวิตของประชาชน และทำให้คนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากการพัฒนานั้นอย่างเท่าเทียมเเละเป็นธรรม” 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active