ประชาชนร่วมกิจกรรม วิ่ง เต้นแอโรบิก ในสวนลุมฯ แลกเปลี่ยนมุมมองพัฒนาเมืองสะท้อนความต้องการกระจายพื้นที่สีเขียวและพื้นที่กิจกรรมสร้างสุขภาวะสู่ชุมชนรอบนอก พร้อมเสนอ กทม.เปิดเผยข้อมูลการทำงานของ ส.ก.ให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น
วันที่ 20 มิ.ย.69 เป็นวันที่ 2 ของงาน Bangkok Active Festival กรุงเทพฯ มาได้ไกลยังไปได้อีก ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร มีหลากหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการออกกำลังกายอย่างการวิ่ง และเต้นแอโรบิก พร้อมชวนคนเมืองร่วมกันส่งเสียงออกแบบเมืองกรุงเทพฯ
บรรยากาศที่ลานแอโรบิกตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00-18.00 น. มีประชาชนมาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง โดยความพิเศษของการเต้นแอโรบิก มีการเปิดเพลง “Bangkok Vote เลือกตั้งกรุงเทพ69” เป็นเพลงแรก เพื่อเน้นการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ในการไปเลือกตั้ง
นอกจากนี้บริเวณจุดลงทะเบียน งาน Bangkok Active มีกิจกรรม “วิ่งแลกของ” ให้ผู้สนใจลงทะเบียนรับ BIB ระยะทาง 5 หรือ 10 กิโลเมตร เพื่อแลกของรางวัล ซึ่งสามารถแวะชมนิทรรศการที่จัดขึ้นบริเวณห้องสมุดประชาชนสวนลุมพินีได้ด้วย

ศรายุทธ ชูศรี ประชาชนจากย่านสะพานสูง บอกว่า ตั้งใจมาร่วมกิจกรรมวิ่งและลงทะเบียนร่วมกิจกรรม “วิ่งแลกของ” ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยบอกว่า แม้อาศัยอยู่ย่านกรุงเทพกรีฑา แต่ก็มักเดินทางมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินีเป็นประจำ และวันนี้ตั้งใจมาวิ่งซ้อมเพื่อเตรียมตัวลงแข่งขันฮาล์ฟมาราธอน เขามองว่า จุดเด่นของกิจกรรมในวันนี้แตกต่างจากการใช้สวนสาธารณะทั่วไป เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย พักผ่อน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการพัฒนาเมืองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
“ก็ดีนะครับ มันดูสบาย ๆ อบอุ่นดี กิจกรรมแบบนี้ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก เพราะปกติสวนสาธารณะจะเน้นกิจกรรมออกกำลังกายเป็นหลัก มากกว่า การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเมือง เป็นรูปแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นมาก่อน เพราะโดยทั่วไปกิจกรรมหาเสียงมักอยู่ในรูปแบบดั้งเดิม แต่การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศสบาย ๆ เช่นนี้ ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น”
ศรายุทธ ชูศรี
เมื่อถามถึงสิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่ต้องการให้พัฒนาต่อ ศรายุทธ สะท้อนว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสวนลุมพินีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงห้องน้ำ มีความร่วมมือกับภาคเอกชนในการยกระดับพื้นที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ และอยากเห็นการพัฒนาในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับสวนสาธารณะแห่งอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครด้วย ไม่ว่าจะเป็นสวนหลวง ร.9 หรือ สวนใกล้ชุมชนต่าง ๆ สำหรับข้อเสนอถึงผู้ที่จะเข้ามาบริหารกรุงเทพมหานครในอนาคต เขาเห็นว่าประชาชนคาดหวังให้สวนสาธารณะได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและคุณภาพการให้บริการ
ศรายุทธ ยังเสนอให้มีการแก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับผู้มาใช้บริการในช่วงเย็น โดยอาจนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เช่น ระบบจองคิวหรือจองที่จอดรถล่วงหน้า
ขณะที่ วิมลรัตน์ ไชยเฉลิม ประชาชนย่านห้วยขวาง ซึ่งใช้เวลาหลังเลิกงานมาออกกำลังกายที่สวนลุมพินีเป็นประจำ สัปดาห์ละ 3-4 วัน กล่าวว่า ตนทำงานย่านสีลม ขณะที่ลูกเรียนอยู่ในพื้นที่อโศก จึงเลือกใช้สวนลุมพินีเป็นพื้นที่สำหรับวิ่งและเต้นแอโรบิกเพื่อดูแลสุขภาพ มองว่า การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะไม่ได้ช่วยส่งเสริมสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นช่องทางสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเมืองด้วย
“ปกติคนที่มาใช้สวนลุมฯ ส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานออฟฟิศที่มาออกกำลังกายในช่วงเย็น แต่ถ้ามีกิจกรรมหรือเวิร์กช็อปต่าง ๆ ก็จะดึงคนทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือเด็ก ๆ ให้เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันได้ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังทำให้คนรับรู้ว่ากรุงเทพฯ มีพื้นที่สาธารณะและกิจกรรมดี ๆ ที่ทุกคนเข้าถึงได้”
วิมลรัตน์ ไชยเฉลิม

วิมลรัตน์ เห็นว่า กรุงเทพมหานครควรขยายการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและกิจกรรมลักษณะนี้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกเขตสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเท่าเทียม
“กรุงเทพฯ เหมือนไข่แดงที่ได้รับการพัฒนาแล้ว แต่พื้นที่ไข่ขาวอีกหลายส่วนยังเข้าไม่ถึงสวนสาธารณะหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของเมือง คนที่อยู่รอบนอกก็ควรได้รับโอกาสและคุณภาพพื้นที่สาธารณะที่ดีไม่ต่างจากคนในเมืองชั้นใน”
วิมลรัตน์ ไชยเฉลิม
วิมลรัตน์ ย้ำว่า การพัฒนาเมืองไม่ควรกระจุกตัวอยู่เฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจหรือย่านใจกลางเมือง แต่ควรกระจายไปสู่พื้นที่ชานเมืองและชุมชนรอบนอกด้วย เพราะจะช่วยให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง
“เราไม่ควรมองว่าพื้นที่ชั้นในเป็นพื้นที่เศรษฐกิจแล้วต้องได้รับการพัฒนามากกว่า ส่วนพื้นที่ชานเมืองไม่จำเป็นต้องพัฒนา ทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเมื่อพื้นที่ดี ๆ กระจายออกไป ก็จะทำให้คนมีสุขภาพดีขึ้นได้เหมือนกัน”
วิมลรัตน์ ไชยเฉลิม
นอกจากนี้เธอยังร่วมตรวจภารกิจ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก.ผ่านงานนิทรรศการ 4 ปีที่ผ่านมา ส.ก.ทำอะไรในสภา กทม. พร้อมสะท้อนว่า การทำงานของ ส.ก.ยังเข้าไปไม่ถึงปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ที่ความเป็นชุมชนค่อย ๆ หายไป และแทนที่ด้วยหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ที่ดูแลโดยนิติบุคคลทำให้ ส.ก.อาจไม่สามารถรับฟังปัญหาของคนในเขตได้อย่างแท้จริง ขณะที่การแก้ปัญหาใน สภา กทม.ข้อมูลการเผยแพร่ความคืบหน้าให้ประชาชนรับรู้รับทราบยังมีน้อย เสนอว่า ควรมีกลไกในการเปิดเผยข้อมูล และการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงรายละเอียดการพิจารณาต่าง ๆ ในสภา กทม.อยู่เสมอ
