กรุงเทพฯ ในฝัน หน้าตาแบบไหน ? มองผ่าน BKK Dream Space ส่งต่อความหวัง สู่ ‘สภาเมืองคนรุ่นใหม่’

BKK Dream Space อีกหนึ่งกิจกรรมในงาน Bangkok Active Festival ที่ทาง มูลนิธิ why I why เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและจินตนาการถึง “กรุงเทพฯ ในฝัน” ผ่านการล้อมวงพูดคุย แสดงความคิดเห็น และออกแบบภาพเมืองที่อยากเห็นในอนาคตว่าเมืองควรมีบทบาทอย่างไร ? และควรมีการเปลี่ยนแปลงแบบไหน ?

ในช่วงแรกของกิจกรรม ผู้เข้าร่วมต่างได้แนะนำตัวและทำความรู้จักกัน โดยพบว่ามาจากกลุ่มคนหลากหลายอาชีพและช่วงวัย ทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานเอกชน ไปจนถึงกลุ่มภาคประชาสังคม ซึ่งต่างได้นำเสนอประเด็นและความสนใจเกี่ยวกับเมืองในมุมมองของตนเอง

จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมได้แยกย้ายกันไปสำรวจโซนนิทรรศการแบบ 360 องศา จากทาง WeVis ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ การพัฒนาเมืองผ่านบทบาทของผู้ว่าฯ กทม. 9 คนตลอดช่วงที่ผ่านมา และบทบาทภารกิจของ ส.ก.กับการมีส่วนร่วมจัดการแก้ไขปัญหาเมือง รวมไปถึงแนวคิด ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับอนาคตของกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกิจกรรมช่วงถัดไป

หลังได้ข้อมูลบางส่วนแล้ว ทุกคนก็กลับมานั่งล้อมวงกัน โดยเริ่มจากการพูดคุยในวงใหญ่เกี่ยวกับประเด็นที่แต่ละคนให้ความสนใจ ก่อนจะสรุปกลุ่มออกมาเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ พื้นที่สีเขียว, ระบบขนส่งสาธารณะ, เศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และ กลุ่มคนเปราะบาง จากนั้นจึงได้แบ่งออกเป็นวงย่อยตามความสนใจของผู้เข้าร่วม เพื่อให้แต่ละคนได้ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นที่ตนเองสนใจ พร้อมทั้งออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ 

ปัญหาพื้นที่สีเขียว : ผู้เข้าร่วมมองว่า กรุงเทพฯ ควรมีพื้นที่สีเขียวที่สามารถใช้งานได้จริงและเข้าถึงได้ง่าย โดยเสนอให้ปรับพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะมากขึ้น ซึ่งข้อเสนอเชิงนโยบายที่ต้องการผลักดัน คือ การปรับบทบาทของสถานที่ราชการและพื้นที่กึ่งราชการให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้ามาใช้งานได้ โดยเฉพาะนอกเวลาราชการ เพื่อให้พื้นที่เดิมเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่เพิ่ม

นอกจากนี้ ยังเสนอว่าการออกแบบพื้นที่สีเขียวควรคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการออกแบบควรสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของเมืองสูงและมีปัญหาด้านความร้อน อาจเพิ่มพื้นที่ชุมน้ำที่ช่วยระบายความร้อน ขณะเดียวกันก็ควรคำนึงถึงช่วงเวลาและรูปแบบการใช้งานของคนในพื้นที่ รวมถึงความต้องการของเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้พื้นที่สีเขียวสามารถตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนได้

ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะ : ผู้เข้าร่วมได้หยิบยกปัญหาการสื่อสารข้อมูลการเดินทางที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางในกรุงเทพฯ ประสบปัญหาในการเดินทาง จึงนำไปสู่ข้อเสนอในการพัฒนาระบบข้อมูลขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (First Mile and Last Mile) โดยรวบรวมข้อมูลการเดินทางจากระบบขนส่งทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะ หรือวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น

อีกทั้งยังเสนอให้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่สามารถแนะนำเส้นทางการเดินทาง พร้อมแสดงข้อมูลระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และทางเลือกในการเดินทางที่แตกต่างกัน เช่น เส้นทางที่รวดเร็วที่สุด หรือเส้นทางที่ประหยัดที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกการเดินทางได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการ สำหรับการขับเคลื่อนข้อเสนอดังกล่าว ผู้เข้าร่วมมองว่าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งผู้ให้บริการขนส่ง ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ 

ปัญหากลุ่มเปราะบาง : ได้กล่าวถึงปัญหาของกลุ่มผู้สูงอายุเป็นหลัก โดยชี้ว่าผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่กลับขาดผู้ดูแล ขณะที่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบันจำนวน 800 บาทต่อเดือนก็ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงนำมาสู่ข้อเสนอ

ประการแรก คือ การสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้คนในชุมชนคอยเป็นหูเป็นตา และช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ชุมชนด้วยกัน อย่างไรก็ตาม การดูแลกันเองในระดับประชาสังคมไม่อาจแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน

ข้อเสนอประการที่สอง คือ เพิ่มการมีส่วนร่วมของรัฐในการเข้ามาดูแลกลุ่มคนเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาลงพื้นที่ติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นจำนวน 3,000 บาทต่อเดือน

ในขณะที่ประเด็นเรื่อง ปัญหาค่าครองชีพ และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นสุดท้าย ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา 3 ประการ ได้แก่

  1. การเพิ่มสวัสดิการให้กับคนทำงาน เช่น การเพิ่มเงินเดือน หรือการเพิ่มสวัสดิการค่าเดินทางเข้าไปด้วย เพื่อหวังจะช่วยกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงานเป็นหลัก

  2. หาบเร่แผงลอย คือส่วนสำคัญของเมืองที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารราคาถูกได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสำคัญที่ทำให้อาหารในกรุงเทพฯ มีราคาสูงคือ ค่าเช่า ดังนั้น ภาครัฐควรจัดให้มีศูนย์อาหารสาธารณะที่คิดค่าเช่าในอัตราต่ำ เพื่อรองรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ ซึ่งจะช่วยรักษาแหล่งอาหารราคาประหยัดและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

  3. การเพิ่มสวัสดิการที่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงนโยบายของรัฐบาลในภาพใหญ่

ความหวังเสียงเยาวชน สู่ สภาเมืองคนรุ่นใหม่

ธนกร ปลอดภัย คณะกรรมการขับเคลื่อนสภาเมืองคนรุ่นใหม่ชุดเยาวชน เล่าว่า คนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เห็นความคืบหน้าในประเด็นที่กรุงเทพฯ ขับเคลื่อนอยู่ หรือขับเคลื่อนไปแล้วสำเร็จ-ไม่สำเร็จ และภายในวงจะเอาสิ่งที่เจอมาแบ่งปันกัน เพื่อร่วมกันออกแบบเมืองในฝัน

สำหรับภาพอนาคตนั้น สำหรับเขาแล้วเชื่อว่าหากมุมมอง ความเห็นต่าง ๆ สามารถพัฒนาต่อ จนกลายเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายได้ สิ่งนี้ จะไปโผล่อยู่ในสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ที่จะมีผู้บริหารกรุงเทพมหานครเข้ามานั่งฟัง และจับสิ่งเหล่านี้เข้าไปประสานกับเครือข่าย แขนขาของ กทม. อาจจะเป็นสำนักต่าง ๆ ที่รับผิดชอบประเด็นเหล่านั้น ผลักดันต่อจนเกิดเป็นนโยบายได้

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ยิ่งปัจจุบันเรารู้สึกว่าประชาชนในเมืองกับผู้บริหารกรุงเทพฯ สามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น ที่ผู้บริหารทุกคนต้องทำคือการจัดลำดับความสำคัญว่าสิ่งไหนสำคัญที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งการที่ผู้บริหารจะรู้สิ่งนั้นได้ คือการเปิดให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนนั่นเอง”

ธนกร ปลอดภัย

ท้ายที่สุดข้อเสนอจากวงคุยในประเด็นต่าง ๆ มีโอกาสได้รับการต่อยอดสู่การผลักดันเชิงนโยบายสาธารณะ ส่งต่อไปยัง สภาเมืองคนรุ่นใหม่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของเมือง ทั้งนี้ สภาเมืองคนรุ่นใหม่ เปิดรับข้อเสนอนโยบายจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. และมีกำหนดเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 9 ส.ค. เพื่อพิจารณาและขับเคลื่อนข้อเสนอเหล่านี้ต่อไป

Author

Alternative Text
AUTHOR

สิริอักษร มะธิปะโน

นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Alternative Text
AUTHOR

กรกมล ชาดำ

นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย