สส.ฝ่ายค้าน – สว.ถามรัฐบาลตั้งธง ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ เมินเสียงค้าน หวังอะไร ? ย้ำภาคใต้พัฒนาได้เริ่มจากต้นทุนที่มี

‘สว.นรเศรษฐ์’ เชื่อ ไม่มีใครปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ หวั่น SEC ซ้ำรอย EEC ‘กรณ์’ ย้อนถาม หลายฝ่ายยันข้อมูลชัด แลนด์บริดจ์ ไม่คุ้ม สร้างไปก็เจ๊ง ทำไมยังดันต่อ อาสาจับตาเข้ม ขณะที่ ‘ภคมน’ ชี้ ชาวบ้านมาถึงที่ ขอรัฐบาลรับฟังเสียงประชาชน เปิดโอกาสมีส่วนร่วมพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ยังคงปักหลัก บริเวณถนนพระราม 5 หน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นวันที่ 2 โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมามีตัวแทนพรรคฝ่ายค้านมาพบเครือข่ายฯ ประกอบด้วย ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เดินทางมารับข้อเรียกร้องจากทางเครือข่ายฯ

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ย้ำว่า ตามไทม์ไลน์ของรัฐบาล จะมีการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.SEC ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้กระบวนการยุติ ทั้ง กฎหมาย SEC-EEC และโครงการแลนด์บริดจ์ จึงจำเป็นต้องมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับพี่น้องภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี ที่กำลังเป็นพื้นที่เป้าหมายในการถูกขยายเขตใน EEC เพิ่ม และพี่น้อง จ.ระยอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการพัฒนาในระบบของเศรษฐกิจพิเศษอยู่ในขณะนี้ โดยยังไร้มาตรการเยียวยา เมื่อรวมทั้งภาคใต้ ทั้งภาคตะวันออก และพิจารณานโยบายของรัฐบาลหรือแนวทางที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติจะพบว่า วิธีคิดเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะถูกขยายต่อไปยังภาคเหนือ คือ NEC และ ภาคตะวันออกเฉียง คือ NEEC

ดังนั้นภายใน 5 ปีนี้ ถ้ายุทธศาสตร์ชาติยังอยู่การขยายเขตพิเศษก็จะเต็มประเทศไทย นั่นหมายความว่าทรัพยากรที่ดิน ทรัพยากรแหล่งน้ำ งบประมาณ สิทธิต่าง ๆ เดิมของคนไทยก็จะถูกยกเป็นกรรมสิทธิให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากว่าไม่ใช่การพัฒนาแต่เป็นการกำหนดกฎหมายที่นำไปสู่การสูญเสียอธิปไตยของประชาชนคนไทย อธิปไตยด้านการจัดการทรัพยากร อธิปไตยในการกำหนดนโยบายที่จะนำไปสู่การพัฒนา และอธิปไตยด้านอื่น ๆ ทั้ง 71 มาตราที่กำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.SEC และ EEC

ขอเรียกร้องไปยัง สส. สว. ว่าปฏิบัติการคราวนี้ เป็นปฏิบัติการของการที่จะต้องทักท้วง และชี้ให้รัฐบาลเห็นว่า ถ้าเดินทางนี้เราจะเดินไปสู่ ก้นหอยแห่งความตายในเศรษฐกิจภาคประชาชน จึงเรียกร้องต้องหยุดกฎหมาย SEC ต้องหยุดโครงการแลนด์บริดจ์ ต้องสร้างแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ ต้องหยุดการขยายเขตฯ EEC ไปยัง จ.ปราจีนบุรี และค่าชดเชยเยียวยาทั้งหมดที่พี่น้องประชาชนถูกกระทำ รัฐบาลต้องรับผิดชอบจากการขยายเขตลุกลามสิทธิของคนไทย”

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

จี้รัฐบาลรับฟังข้อเสนอประชาชนอย่างจริงใจ

ขณะที่ ภคมน มองว่า รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศและผู้ผลักดันนโยบาย ควรจะรับฟังพี่น้องประชาชน และวันนี้ก็หวังว่าเสียงของพี่น้องประชาชน ทุกคนที่มากันใกล้ที่สุดแล้ว อยู่ที่ว่าจะเปิดใจรับฟังหรือไม่ ในส่วนของพรรคประชาชนมีจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอดว่า การดำเนินการใด ๆ หากเป็นการดำเนินการที่ประโยชน์ไม่ได้ตกเป็นของพี่น้องประชาชน เราจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบและทักท้วง และมั่นใจว่าสิ่งที่ทำมามีความชัดเจน

โดย กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้ตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม องค์ประกอบในอนุกรรมธิการ แม้ชื่อจะเป็นการศึกษาหาแนวทางการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน มี สส.ตัวแทนจาก จ.ระยอง ภาคตะวันออก เข้าไปเป็นรองประธานอนุกรรมาธิการฯ ด้วย เพื่อที่จะให้ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนใน EEC ได้อยู่ในส่วนหนึ่ง ในการพัฒนาภาคใต้ หรืออย่างน้อยเป็นส่วนหนึ่งให้ได้ศึกษาสิ่งที่เกิดใน EEC มันจะต้องไม่เกิดซ้ำในภาคใต้อย่างแน่นอน

“อยากเรียกร้องรัฐบาล ว่าอย่างน้อยวันนี้ แม้รัฐบาลจะมีธงที่ชัดเจนในการเดินหน้าเรื่องนี้ แต่วันนี้พี่น้องมาอยู่ข้างทำเนียบแล้ว ขอให้ออกมารับฟังพูดคุยกับพี่น้องประชาชน เราคาดหวังเพียงว่า ข้อเสนอของพี่น้องประชาชนและข้อเสนอของรัฐบาลคนละครึ่งทางและเดินไปโดยที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเกิดก็ยังดี หากคุณพร้อมจะเดินหน้ากรุณาออกมาพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ฟังเสียงพี่น้องประชาชน ข้อเสนอของท่านเป็นอย่างไร ข้อเสนอของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร พัฒนาเดินไปด้วยกัน เพราะท่านไม่มีทางเข้าใจว่าคนใต้ คนตะวันออก คนปราจีนบุรีต้องการอะไรและพบเจอปัญหาอะไร ถ้าไม่ออกมารับฟัง วันนี้สิ่งที่เราอยากเรียกร้องรัฐบาลขอให้มารับฟังพี่น้องประชาชนอย่างจริงใจ”

ภคมน หนุนอนันต์

หลายฝ่ายชี้ “ไม่คุ้มค่า” ทำไม ? ยังเดินหน้าแลนด์บริดจ์

เช่นกันกับ กรณ์ ที่ขอประชาชนอย่าพึ่งท้ออย่าพึ่งเหนื่อย พรรคพร้อมยืนเคียงข้างประชาชน ในการดูแลต่อสู้กับแนวความคิดนี้ในสภาฯ ตนและ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นญัติด่วนให้สภาฯ ได้พิจารณา ที่จะหยุดเรื่องของโครงการ SEC เรื่องของโครงการแลนด์บริดจ์ และทำให้ได้มีการอภิปรายเรื่องนี้ และแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนไปแล้ว

“เพราะฉะนั้นภาพนี้ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นแล้วกับพี่น้องชาวใต้ เหมือนกับพี่น้องชาวตะวันออกได้ประสบมาแล้วและเข้าใจพี่น้องชาวปราจีนบุรี ที่เป็นเดือดเป็นร้อนว่าพื้นที่ EEC จะขยับขยายลงมาครอบคลุมในพื้นที่ของตน และการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เรื่องเหล่านี้ก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องไปตรวจสอบและพบว่าหากไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ควร ก็เป็นหน้าที่ของเราเพื่อที่จะยับยั้ง อย่างน้อยให้มีกระบวนการประชาชนมีโอกาสได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และมีความโปร่งใสก่อนที่จะมีการตัดสินใจในครั้งสุดท้าย”

กรณ์ จาติกวนิช

กรณ์ ยังย้ำว่า หลายฝ่ายพูดกันมาเยอะว่าโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการที่ไม่มีทางที่จะคุ้มค่าในตัวของมันเอง ดังนั้นหลายคนตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่น่าจะโง่ น่าจะคิดได้ เหมือนกับที่เราบอกว่าสร้างไปก็เจ๊ง เราก็แอบจะมีคำถามในใจไม่ได้ ว่าแล้วเหตุผลที่แท้จริงที่เขาอยากจะผลักดันเรื่องของแลนด์บริดจ์มันคืออะไร

“มีการพูดถึงเรื่องเงินทอน การเก็งกำไรที่ดิน มีการพูดถึงเรื่อง SEC นี่แหละ ว่าสุดท้ายแล้ว เหตุผลที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังความพยายามในการผลักดันแลนด์บริดจ์ คือความพยายามที่จะผลักดันกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเปิดทางให้กับนายทุนเข้าไปทำกำไรบนความทุกข์ความเดือดร้อนทำลายสิ่งแวดล้อมรายได้ทางธรรมชาติที่พี่น้องชาวใต้มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำการเกษตร การท่องเที่ยว หรือแม้วิถีชีวิตของพี่น้อง เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ผมและพรรค ขออาสาทำหน้าที่ในการที่จะสืบค้นให้พบข้อเท็จจริงนำข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อพี่น้องประชาชนทุกคน และอะไรที่มองว่ามันเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวใต้และมันไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจหรือบ้านเมืองในอนาคต ก็จะทำทุกอย่างที่ทำได้ในการหยุดยั้งโครงการนี้ อยากจะบอกว่าโครงการนี้มันมีความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรก”

กรณ์ จาติกวนิช

ย้ำพัฒนาภาคใต้ ต้องเริ่มต้นจากต้นทุนที่มี

สอดคล้องกับ นรเศรษฐ์ ที่เชื่อว่า ประชาชนไม่มีใครต่อต้านการพัฒนา แต่คำถามสำคัญ คือ การพัฒนาจำเป็นต้องมีนิคมอุตสาหกรรมอย่างเดียวหรือไม่ ซึ่งตนและคณะที่มาวันนี้ เคยอภิปรายในคณะกรรมธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ไปแล้วเพราะมีการศึกษาร่างกม.SEC และ แลนด์บริดจ์ ที่ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมธิการการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดพอสมควร เชื่อว่าการพัฒนาในพื้นที่โดยเฉพาะภาคใต้ ที่เป็นพื้นที่ที่มีต้นทุนอยู่แล้วมีทรัพยากรทางทะเล ทางธรรมชาติ มีทรัพยากรสัตว์น้ำมากมาย มีพื้นที่เกษตรที่อุดมสมบูรณ์ คิดว่าการที่เราจะต้องพัฒนาพื้นที่เหล่านี้แล้วต้องสูญเสียต้นทุนเดิมไปเป็นอะไรที่รัฐบาลต้องคิดให้ดีให้มาก ๆ และสิ่งเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นมันมีตัวอย่างมาอยู่แล้วอย่างที่พี่น้อง EEC ได้มาร้องเรียนในวันนี้

เรายังไม่ได้ถอดบทเรียนจาก EEC ให้ชัดเจนเลยแต่ว่าเรากำลังจะสร้าง SEC ขึ้นมาใหม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากและเป็นสิ่งที่ในฐานะรัฐบาล ฝ่ายบริหารที่อยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้ ต้องพิจารณาให้ดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่เราเข้าใจว่าเราต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ การพัฒนาควรจะต้องเริ่มจากการมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่ และพัฒนาต่อยอดจากต้นทุนที่เรามีอยู่ รวมถึงการพัฒนาสิ่งที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้อง พิจารณาให้รอบคอบถึงการเยียวยา เราไม่ได้เรียกร้องว่าต้องหยุดทันที แต่ถ้าหยุดแล้วพิจารณาให้รอบคอบ คิดว่าการพัฒนาในภาคใต้ถ้าเริ่มจากต้นทุนที่เรามี เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

นรเศรษฐ์ ปรัชญากร

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากเครือข่ายฯ ในวันนี้ที่ได้รับมา ทางกรรมาธิการฯ จะใช้กลไกของกรรมาธิการฯ และกลไกของสภาฯ ในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ติดตามข้อเรียกร้องของพี่น้อง รับปากว่าเรื่องร้องเรียนเหล่านี้จะนำเข้าไปพิจารณาในกรรมาธิการฯ โดยเร็วที่สุด

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active