หวั่นรัฐบาลดันกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้-แลนด์บริดจ์ เสมือนยื่นที่ดิน-ทรัพยากร ไปอยู่ในมือต่างชาติ ระบุ อ้างการจ้างงาน แต่ไม่ตรงความเป็นจริง ย้อนดูบทเรียน EEC พบ จ้างงานคนไทยลดลง แถมถูกแย่งอาชีพ เกิดหายนะสิ่งแวดล้อม ยัน ปักหลักชุมนุมยาว จนกว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้อง
วันนี้ (27 มิ.ย. 69) การชุมนุมของ เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายเเผ่นดิน เข้าสู่วันที่ 6 โดยวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายเครือข่ายฯ ได้ประกาศยกระดับการชุมนุม ย้ายพื้นที่ชุมนุมเข้าไปประชิดบริเวณประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล และปักหลักบริเวณชมัยมรุเชษฐ์ โดยยังคงข้อเรียกร้องเดิม คือ หยุดร่างกฎหมาย SEC, หยุดโครงการแลนด์บริดจ์, หยุดขยายพื้นที่ EEC ไปยัง จ.ปราจีนบุรี และ เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่






อภิศักดิ์ ทัศนี โฆษกเครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ย้ำว่า การชุมนุมของเครือข่ายฯ เป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ ไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะใช้ความจริงบอกกับรัฐบาล ว่า หากรัฐบาลยังไม่หยุดเดินหน้ากฎหมาย SEC ที่พวกเขามองว่าเป็นกฎหมายขายแผ่นดินนั้น ก็ถือว่ารัฐบาลไร้ความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
พร้อมย้ำถึงการที่รัฐบาลมีนโยบายในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ และโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งสาระสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษ เครือข่ายฯ เชื่อว่า จะนำไปสู่การทำลายเศรษฐกิจของคนไทย แต่รัฐมนตรีในรัฐบาลนี้กลับส่งเสริมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต่อไปซึ่งจะส่งผลให้ที่ดินและทรัพยากรทั้งมวลของคนไทยไปสู่มือต่างชาติ

“สิ่งที่รัฐบาลโฆษณาไว้กับคนไทยว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตเกิดการจ้างงาน ล้วนเป็นคำหลอกลวงเมื่อพิจารณาผลที่เกิดขึ้นแล้วในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก”
เครือข่ายฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
- การจ้างงาน มีแต่แรงงานต่างชาติเพราะกฎหมายกำหนดให้นำแรงงานต่างชาติเข้ามาได้ ยกเลิกอาชีพสงวนของคนไทย ให้บริษัทที่ต่างชาติถือหุ้น 100% เข้าดำเนินการได้ ทำให้ตั้งแต่มี EEC มา การจ้างงานลดลงและคนไทยถูกแย่งอาชีพ
- เศรษฐกิจตกต่ำถึงขีดสุด ภายใต้การนำแผ่นดินนี้ไปเป็นพื้นที่รับจ้างผลิตอุตสาหกรรมของต่างชาติทำให้ตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2561 เศรษฐกิจไทยตกต่ำตลอดมาและปีนี้เศรษฐกิจไทยโตไม่ถึง 2% เพราะเงื่อนไขของเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ การทำลายศักยภาพคนไทยให้ต่างชาติเติบโตและหากรัฐบาลยังขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษออกไปในพื้นที่อื่นจะทำให้ภายใน 5 ปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ
- ที่ดินและทรัพยากรน้ำ ตกอยู่ในมือต่างชาติ สิทธิพิเศษต่าง ๆ จนตอนนี้แผ่นดินภาคตะวันออกเต็มไปด้วยมลพิษ ในขณะที่ประเทศไม่ได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้เลย และหากยังดำเนินการเช่นนี้ต่อไปประเทศไทยจะเข้าสู่หายนะด้านการผลิตอาหารซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระดับกว้าง ก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่หายนะทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม

เครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอถึงรัฐบาลดังนี้
- รัฐบาลต้องยุติการผลักดันกฎหมาย SEC โดยทันทีและต้องมีหนังสือยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่นำเสนอกฎหมายในลักษณะนี้อีกไม่ว่าโดยหน่วยงานของรัฐหรือพรรคการเมือง
- รัฐบาลต้องยุติการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในโครงการแลนด์บริดจ์โดยทันที ทั้งกิจการท่าเรือ ทางหลวงพิเศษ ทางรถไฟ และการพิจารณาการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในภาคใต้มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการหรือไม่ให้รัฐบาลรอผลการศึกษาของคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้
- รัฐบาลต้องยุติการเห็นชอบในการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ไปยังจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดอื่นโดยทันที และให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่ยอมรับร่วมกันทำการประเมินผลการดำเนินงานของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษต่อไป
- รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่ยอมรับร่วมกันเพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ที่นำสู่เศรษฐกิจที่เป็นธรรมและต้องมีกลไกการผลักดันแผนแม่บทดังกล่าวสู่การบังคับใช้จริง
- รัฐบาลต้องยุติการนำเสนอกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น EEC และ SEC ในภูมิภาคอื่นอีก เพื่อรักษาที่ดิน ทรัพยากร ไว้ให้คนไทย

“รัฐบาลยังมีเวลาปรับตัวก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะได้ชื่อว่าเป็นคนผลักดันกฎหมายขายแผ่นดินให้ต่างชาติ ประชาชนไทยทราบดีว่ารัฐบาลชุดนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ประวัติศาสตร์ทุกที่ในโลกชี้ว่าอำนาจที่ใช้ไปเพื่อกดขี่คนในชาติ ผู้ใช้อำนาจไม่เคยมีจุดจบที่ดี ฉะนั้นการดำรงอยู่ การขยายพื้นที่ของการพัฒนาในรูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษคือการกดขี่คนในชาติและเป็นการสูญเสียอธิปไตยครั้งสำคัญของประเทศ”
เครือข่ายฯ จึงขอให้รัฐบาลกลับสู่แนวทางการบริหารประเทศที่ถูกต้องชอบธรรมด้วยการดำเนินการข้อเรียกร้องของประชาชนทั้ง 5 ประการ ทั้งนี้ประชาชนไม่มีทางเลือกอื่นจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยของประเทศ พร้อมย้ำว่า เครือข่ายฯ จะปักหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาลจนกว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างถูกต้องชอบธรรม และปฏิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าว
