ตั้ง คกก.เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ คู่ขนาน คกก.ศึกษาฯ ชุด ‘เอกนิติ’ พร้อมรับปากเสนอ นายกฯ ทบทวน หยุดขยายพื้นที่ EEC ไปปราจีนบุรี เร่งเยียวยาชาวประมง จ.ระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลท่าเรือ ด้าน เครือข่ายฯ ย้ำ รับได้ หวังกลไก คกก.ร่วม 3 ฝ่าย ช่วยให้ภาคใต้พัฒนาอย่างถูกต้อง
วันนี้ (30 มิ.ย. 69) ภายหลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช. คมนาคม และ สส.ภาคใต้ สส.ภาคตะวันออก พรรคภูมิใจไทย ร่วมหารือกับตัวแทน เครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ที่นำโดย ประสิทธิ์ชัย หนูนวล และ อภิศักดิ์ ทัศนี และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออก

ได้ข้อสรุปที่ถือว่าสอดคล้องกับข้อเรียกร้อง 5 ข้อที่เครือข่ายฯ ยืนยันมาตลอด โดยให้ ยุติร่างกฎหมาย SEC ฉบับ สนข. ซึ่งรองนายกฯ พิพัฒน์ ยืนยัน กระทรวงคมนาคมจะไม่ผลักดันต่อ และไม่เสนอเข้า ครม.อย่างแน่นอน
ส่วนประเด็น โครงการแลนด์บริดจ์ ให้ สนข.หยุดทุกกลไก พร้อมให้ ตั้งคณะกรรมการเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ โดยยึดศักยภาพภาคใต้เป็นหลัก รวมทั้งศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ทั้ง รัฐ ภาคประชาชน วิชาการ ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ คู่ขนานกับคณะกรรมการศึกษาฯ ชุดที่มี รองนายกฯ เอกนิติ นิติทันฑ์ประภาศ เป็นประธาน
“เราตกลงว่า จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง ก็จะร่วมร่วมกันทำการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมี ประสิทธิ์ชัย เป็นแกนหลัก และจะเสนอทีมงานภาคประชาชนเข้ามา ส่วนทางกระทรวงคมนาคม ก็มอบหมายให้ทาง ผอ.สนข.เป็นตัวหลัก และในภาคการเมืองมอบให้ รมช.สิริพงศ์ เป็นตัวแทน เพื่อจะได้ประสานตรงมาสู่ตน และประสานตรงถึงนายกฯ ได้ โดยจะทำการศึกษาเป็นภาพรวมถึงความเหมาะสมต่าง ๆ แต่แน่นอนในข้อกฎหมาย เช่น เรื่องที่ดิน เราจะไม่นำรูปแบบของ EEC มาใช้ในพื้นที่พัฒนาภาคใต้ เพราะมีข้อกฎหมายหลายส่วนที่อาจจะมีความไม่เหมาะสมกับพื้นที่ เพราะฉะนั้นจะต้องแยกในเรื่องของข้อกฎหมาย ว่าจะไม่อิงกับทาง EEC”
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ด้าน ประสิทธิ์ชัย ระบุ แม้จะไม่ได้เป็นการยุติโครงการแลนด์บริดจ์ 100% แต่การตั้งกลไกขึ้นมาศึกษาร่วมกัน 3 ฝ่าย ถือเป็นสิ่งที่รับได้ และเป็นไปตามข้อเรียกร้อง
“พูดถึงการยุติโครงการแลนด์บริดจ์ หมายถึงว่าการดำเนินการใด ๆ ก็ตาม ที่อยู่ในขั้นตอนตามกฏหมายนั้นต้องยุติ คือ สนข.ต้องหยุดการดำเนินการ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าผลไม่ได้เป็นไปตามข้อเท็จจริง คิดว่าสังคมเองก็จะมีคำถามอยู่แล้ว โดยกระบวนการทำงานร่วมกัน ก็จำเป็นที่จะต้องมีจุดร่วม ใช้งานวิชาการ ใช้ข้อเท็จจริงมาตัดสิน ว่า ในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์ควรจะเดินต่อไปหรือไม่ แต่ถ้าตรงนี้ถ้ายังไม่มีข้อยุติจากการดำเนินการ ในส่วนของการรับฟังความเห็นต่าง ๆ ของ สนข.ต้องยุติไปก่อน ซึ่งถือว่าหลักการนี้เป็นหลักการสากล ที่เราในฐานะผู้ชุมนุมรับได้ เพราะทุกอย่างจะต้องถูกตัดสินโดยข้อมูลข้อเท็จจริง แล้วไม่ใช่จากข้อสรุป คกก.ชุดรองนายกฯ เอกนิติเท่านั้น แต่ว่าจะมีคณะกรรมการร่วมอีกชุด คิดว่าน่าจะเป็นกลไกที่จะเป็นไปได้ ในทางที่จะทำให้ภาคใต้มีการพัฒนาที่ถูกต้อง ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และในโครงสร้างเศรษฐกิจต่าง ๆ”
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
ส่วนข้อเรียกร้องให้ยุติการประกาศพื้นที่EEC ขยายไปยัง จ.ปราจีนบุรีนั้น รองนายกฯ พิพัฒน์ ยืนยัน จะนำเรียนต่อนายกฯ เพื่อทบทวนนำ จ.ปราจีนบุรีเข้าเป็นจังหวัดใน EEC โดยทางตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จะทำข้อมูลข้อเท็จจริงของจังหวัด นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการEEC ด้วย เพื่อที่จะยุติ เพิกถอนจังหวัดปราจีนบุรีออกจากจังหวัดใน EEC
รวมทั้งสั่งการให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามกระบวนการเร่งรัดการเยียวยา ชาวประมงพื้นบ้าน จ.ระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลสร้างท่าเรือ
ทั้งนี้เครือข่ายฯ จะรอเอกสารข้อตกลงร่วมดังกล่าวที่เป็นลายลักษณ์อักษร และเตรียมยุติการชุมนุม พร้อมเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค. 69)
