ชาวชุมชนตลาดคู้ สะท้อนความเปราะบางโครงการพัฒนาริมคลองแสนแสบมีนบุรี-หนองจอก

ยันไม่ได้ขวางการพัฒนา แต่เรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนผลกระทบที่จะตามมา หวั่นเกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชุมชน ระบบนิเวศริมคลอง ความสัมพันธ์ผู้คนกับสายน้ำ จนชุมชนริมคลองค่อย ๆ สูญเสียตัวตน ถูกทิ้งไว้ข้างหลังของการพัฒนาเมือง พร้อมขอให้ใส่ใจพัฒนาถนนเข้า-ออกชุมชน หวังลดเสี่ยงเผชิญเหตุไฟไหม้ ช่วยการเดินทางของชาวบ้าน หลังเผชิญข้อจำกัดมานาน

จากกรณีข้อเรียกร้องเรื่องการพัฒนาคลองแสนแสบช่วงมีนบุรี-หนองจอก ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่กังวลจะส่งผลให้ต้องขุดดินริมคลองแสนแสบที่เป็นตลิ่งธรรมชาติ จนอาจกระทบต่อระบบนิเวศริมคลองที่เกิดจากโครงการพัฒนา

The Active ลงพื้นที่บริเวณดังกล่าว และพบว่าปัญหาและความกังวลของชุมชนริมคลองแสนแสบระยะมีนบุรี-หนองจอก ในย่าน ชุมชนตลาดคู้ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ริมคลองแสนแสบที่กำลังแสดงความกังวลต่อโครงการปรับปรุงทางเดินเท้า ทางจักรยาน และยกระดับระบบระบายน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำเสีย ซึ่งบรรจุอยู่ในร่างงบประมาณปี 2570 ภายใต้นโยบาย “เดินได้ ปั่นดี เชื่อมเมืองครบวงจร” โดยคนในชุมชนมองว่าสิ่งที่อาจสูญหายไป ไม่ใช่เพียงตลิ่งธรรมชาติ แต่รวมถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับคลองมาตลอด ทั้งการหาปลา และการดำรงอยู่ของชุมชนตลาดไม้เก่า

พรเทพ แซ่เอี้ยว ชาวชุมชนตลาดคู้ เปิดเผยกับ The Active โดยสะท้อนว่า ตลิ่งดินริมคลองในปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ผู้คนยังสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกับคลองได้ อีกทั้งมองว่าคลองแสนแสบยังมีศักยภาพในการสร้างกิจกรรมและเศรษฐกิจ หากมีการส่งเสริมการใช้คลอง เช่น การพายเรือ ซึ่งอาจช่วยให้เศรษฐกิจริมคลองเติบโตและทำให้คลองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากโครงการพัฒนาดำเนินไปในรูปแบบที่มีการก่อสร้างโครงสร้างกั้นระหว่างชุมชนกับคลอง สิ่งที่จะเปลี่ยนไปทันที คือ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสายน้ำ แม้จะยังมองเห็นคลองได้ แต่ภูมิทัศน์ การใช้ชีวิต และความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อคลองจะไม่เหมือนเดิม

พรเทพ แซ่เอี้ยว ชาวชุมชนตลาดคู้

พรเทพ ระบุว่า ในฐานะประชาชนอาจไม่สามารถขัดขวางโครงการได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ต้องการ พร้อมมองว่าการพัฒนาในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ชุมชนริมคลองค่อย ๆ สูญเสียตัวตน และกลายเป็นผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการพัฒนาเมือง

พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการพัฒนาริมคลองแสนแสบว่า อยากให้ลงมาสัมผัสพื้นที่จริง ด้วยการพายเรือในช่วงระยะทางกว่า 7 กิโลเมตรของคลองแสนแสบที่ยังคงเหลืออยู่ เพื่อทำความเข้าใจภูมิทัศน์และวิถีชีวิตของคนหนองจอก ก่อนตัดสินใจว่าพื้นที่แห่งนี้ควรได้รับการพัฒนาในรูปแบบใดให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

“อยากให้ลองมาพายเรือในคลองดูว่า 7 กิโลเมตรที่เหลืออยู่ของคลองแสนแสบ ควรมีการพัฒนาแบบไหนให้สอดรับกับความเป็นจริงของภูมิทัศน์ของหนองจอก หากลงมาเห็นพื้นที่แล้วยืนยันคำตอบเดิม ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด ก็คงเป็นไปตามนั้น”

พรเทพ แซ่เอี้ยว

นอกจากการเดินหน้า โครงการพัฒนาทางเดินและทางจักรยานเลียบคลองแสนแสบ ยังมีการพัฒนาส่วนที่สำคัญ และจำเป็นอีกหนึ่งอย่างของชุมชนริมคลองแสนแสบมีนบุรี-หนองจอก คือ ทางเข้า-ออกด้วยรถยนต์ เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาเรื่องไฟไหม้บ่อยขึ้นในบริเวณตลาดเขตหนองจอก ซึ่งตลาดคู้เป็นหนึ่งในชุมชนตลาดไม้เก่าโบราณ ดังนั้นหากเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นการเข้าช่วยเหลือทางรถยนต์ เช่น รถดับเพลิงหรือรถกู้ชีพรถฉุกเฉิน จะไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้เลย 

พรเทพ ยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันคนชราและคนพิการก็ต้องเดินเท้าออกจากชุมชนไปริมถนนเพื่อที่จะขึ้นรถเป็นความลำบาก จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาทำริมทาง นำรางที่ไม่ได้ใช้งานระบายน้ำแล้ว อยากให้ปรับตรงนั้นมาเป็นทางเข้ารถยนต์ เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้าถึงได้

“ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดปัญหา สะท้อน เรื่องนี้ไปกับตัวแทนทางการเมืองในช่วงที่มีการหาเสียง มีบางคนทำเรื่องนี้ไปพูดบ้างแล้ว แต่ว่ายังไม่มีใครมาสำรวจ นี่ก็เป็นความกังวลของคนที่ตลาดเก่าตลอด ว่าถ้าหากเกิดเหตุไฟไหม้ความอยู่รอดของเราที่มีน้อย จากความ ทรุดโทรมและเสื่อมโทรมของบ้านเรือนที่ไม่สามารถนำวัสดุก่อสร้างเข้ามาซ่อมแซมบ้านเก่าได้ และหากยังมาเกิดไฟไหม้ ตลาดคู้คือจบเลย จะไม่มีใครที่มีกำลังมาฟื้นมันได้อีกแล้ว” 

พรเทพ แซ่เอี้ยว

จากการลงพื้นที่ของ The Active ยังพบว่ามีการขุดดินริมตลิ่งคลองแสนแสบ และปักเสาคอนกรีตอยู่เป็นระยะ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าเป็น โครงการพัฒนาทางเดินและทางจักรยานเลียบคลองแสนแสบ ที่หลายฝ่ายกำลังกังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศริมคลองแสนแสบ และกำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทบทวนโครงการดังกล่าว

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active