เปรียบ ‘แลนด์บริดจ์’ – ‘Missing Link’ เหมือน ‘ตุ๊กตาพิการ’ พัฒนาไร้แผน ไม่คุ้มค่า ไม่ตอบโจทย์ศักยภาพพื้นที่ 

นับถอยหลัง SEC Watch นัดชุมนุมหน้าทำเนียบ 4 ส.ค. นี้ หลัง รัฐบาลเบี้ยว ไม่ตั้ง คกก.แผนแม่บทพัฒนาภาคใต้อย่างมีส่วนร่วม  จี้ นายกฯ ตั้ง คกก.ชุดดังกล่าวทันที พร้อมหยุดทุกโครงการ และ EHIA ท่าเรือเชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน 

วันนี้ (1 ส.ค. 2569)  ประสิทธิ์ชัย หนูนวล ในฐานะเลขาธิการกลุ่มเครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน และในฐานะประธานกลุ่ม SEC WATCH ย้ำเหตุผลสำคัญของการประกาศนัดชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ว่า 

ตามที่มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กับเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch จำนวน 3 ข้อ คือ 1. การยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ( SEC ) 2. การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์  และ 3. การตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้  แต่ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ที่ลงนามร่วมกันกลับไม่ได้รับการปฏิบัติจากฝ่ายรัฐบาล  ทั้ง

1. การเบี้ยวข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าสามารถนำโครงการแลนด์บริดจ์กลับคืนมาได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการกล่าวเช่นนี้ เป็นการละเมิดข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งระบุว่า การดำรงอยู่หรือสิ้นสุดโครงการให้ขึ้นอยู่กับมติของกรรมการชุดรองนายกเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศและกรรมการชุดการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนภาคใต้ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความต้องการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี การสื่อสารเช่นนี้เท่ากับว่าบันทึกข้อตกลงนั้นไร้ความหมายสำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล

2.การเบี้ยวข้อตกลงว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยบันทึกข้อตกลงข้อที่ 3 ระบุให้รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาพรวมการพัฒนาภาคใต้เพื่อสร้างทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้องนับตั้งแต่การลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จนกระทั่งถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 1 เดือน ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้

ซ้ำนายกรัฐมนตรี ยังประกาศจะเดินหน้าโครงการ Missing link พัฒนาท่าเรือระนอง เชื่อมการขนส่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งการดึงดันโครงการนี้ และการระบุว่ายังไม่พับแลนด์บริดจ์ คือ การเดินหน้าทฤษฎีตุ๊กตาพิการ 

“สิ่งที่รัฐบาลอนุทินทำอยู่ คือทฤษฎีตุ๊กตาพิการ คือรัฐบาลปั้นแขนตุ๊กตามาก่อนใหญ่โตมาก แต่พอเอามารวมกับบอดี้หรือเรือนร่างตุ๊กตาเล็กนิดเดียว มันกลายเป็นตุ๊กตาพิการคือพูดง่าย ๆ ออกแบบเส้นทางคมนาคมขนส่งก่อน แล้วทำแลนด์บริดจ์ใหญ่โต ในขณะที่การขนส่งของภาคใต้ที่ต้องการการขนส่ง มีเพียงเรื่องเดียว คือ น้ำมันปาล์ม ไม่ได้ต้องการท่าเรือขนส่งผลไม้ใด ๆ จึงไม่ตอบโจทย์ ไม่ตอบสนองพื้นที่”

“ดังนั้นจึงต้องโฟกัสที่แผนที่พัฒนา หรือตัวบอดี้ก่อน สร้างบอดี้เศรษฐกิจของภาคใต้ให้ถูกต้อง แล้วบอดี้ตัวนี้ก็จะเป็นตัวผลิตเองว่าแขนขาที่สมดุลนั้นจะเป็นแบบไหน เศรษฐกิจแบบนี้ การขนส่งต้องเป็นแบบไหน มันจะออกมาสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการใช้ประโยชน์และการลงทุนที่คุ้มค่าก่อเกิดประโยชน์จริง ๆ เพราะฉะนั้นในจังหวะนี้ รัฐบาลไม่ควรที่จะดำเนินการใด ๆ ในภาวะที่เศรษฐกิจการคลังเราฝืดเคืองมาก ๆ ทรัพยากรเราจำกัดมาก ๆ เราต้องคิดให้ดีว่าเราจะทุ่มไปกับอะไร” ประสิทธิ์ชัย กล่าว

เป้าหมายสำคัญของการชุมนุมรอบนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องสั่งให้หน่วยงานปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง ในส่วนของข้อ 2.นายกรัฐมนตรีต้องรับทราบว่าแลนด์บริดจ์ ต้องจบ ต้องยุติ  โดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ต้องถอนรายงาน EHIA ท่าเรือออกจาก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ถ้าเป็นแบบนี้เราจะเชื่อมั่นได้ ว่าทางกฎหมายได้ถอนออกมาแล้วจริง ๆ เพราะว่าก่อนหน้านี้เป็นคำสั่งเพื่อไม่ให้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่ยังไม่มีคำสั่งถอนรายงาน EHIA ท่าเรือออกมา เพราะฉะนั้นต้องถอนออกมา

ในส่วนของข้อ 3. ต้องเป็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาคใต้ที่ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ข้ามกระทรวง คือมีองค์ประกอบหลายกระทรวง จึงจำเป็นต้องมีคำสั่งโดยนายกรัฐมนตรี และคำสั่งจะต้องได้ในที่ชุมนุมเลย เราถึงจะมั่นใจได้ว่าข้อตกลงทั้งข้ 2 และ 3 ได้รับการปฎิบัติตามที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงเอาไว้

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active