“หายใจอากาศเหี้ยๆ” กิจกรรมชวนคนเมืองตั้งคำถามกับอากาศที่เราไม่ได้เลือกเอง

นอกจากชวนคนเมืองหยุดพัก และตั้งคำถาม Thailand CAN และเครือข่ายเยาวชนเพื่ออากาศสะอาด ยังจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อสื่อสารไปยัง สส.และผู้มีอำนาจให้ร่วมกันปกป้องหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00–18.00 น. Thailand CAN และเครือข่ายเยาวชนเพื่ออากาศสะอาด จัดกิจกรรม “หายใจอากาศเหี้ยๆ” บริเวณเก๋งจีน สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ชวนประชาชนที่เหนื่อยล้าจากชีวิตในเมืองหลวงมาหยุดพัก ทิ้งตัว ปล่อยสมองให้ว่าง และร่วมกัน “หายใจอากาศ ที่พวกเราไม่ได้เลือกเอง” พร้อมเปิดพื้นที่พูดคุยถึงสถานการณ์และหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติอากาศสะอาดที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในสภา

กิจกรรมครั้งนี้ตั้งใจออกแบบให้แตกต่างจากเวทีเสวนาทั่วไป ไม่มีวิทยากร ไม่มีเวทีทางการ และไม่เน้นบรรยากาศที่จริงจัง หากแต่ชวนผู้คนมานั่งบนผืนหญ้า มองท้องฟ้า สัมผัสลม และใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ตีมงานกิจกรรมหลัก “นั่งทำเหี้ยอะไรกัน” ที่ Commons and Bonfire ชวนคน มารวมตัวนั่งทำอะไรไปเรื่อย หรือจะนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ได้

ในครั้งนี้ เครือข่ายเยาวชนเพื่ออากาศสะอาดจึงชวนคนมานั่งเม้าประเด็นอากาศสะอาดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางหรือเป็นนักเคลื่อนไหวมาก่อน ท่ามกลางบรรยากาศช่วงเย็น ผู้เข้าร่วมเริ่มทยอยเข้ามานั่งร่วมวง ทั้งผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ผู้ขับเคลื่อนเครือข่ายอากาศสะอาด ผู้ร่วมขบวนการ เยาวชนนักกฎหมาย รวมถึงผู้ที่เพียง “หลงกลุ่ม” เข้ามานั่งฟัง ขณะเดียวกันยังมีประชาชนอีกหลายคนที่ให้ความสนใจอยู่โดยรอบ แม้จะยังไม่กล้าเข้ามาร่วมวงอย่างเต็มตัว

บทสนทนาเริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดที่อยู่ในสภา ก่อนจะค่อยๆ ขยับไปสู่คำถามสำคัญว่า ประชาชนอยากเห็นอะไรอยู่ในกฎหมาย หลักการใดที่ไม่ควรถูกตัดออก และการต่อสู้เพื่ออากาศสะอาดในชั้นรัฐสภาควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร จากบทสนทนาเบาๆ เพื่อรอให้ผู้คนเข้ามาสมทบ เนื้อหาค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองของตนเอง


เมื่อวงสนทนาใหญ่ขึ้น เพื่อพักยกเนื้อหาที่เริ่มเข้มข้นขึ้น ผู้จัดได้ชวนทุกคนเข้าสู่กิจกรรม Grounding เพื่อกลับมารับรู้ถึงร่างกายและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่ความรู้สึก ความเครียด และความตึงภายในร่างกาย ไปจนถึงลม เสียง กลิ่น และธรรมชาติรอบข้าง เพื่อชวนให้ทุกคนกลับมารับรู้ว่า “อากาศ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงมนุษย์ทุกคนเข้าด้วยกันผ่านการหายใจในทุกๆ วัน

จากนั้นผู้เข้าร่วมได้แนะนำตัวและเล่าถึงเหตุผลที่แต่ละคนเข้ามาขับเคลื่อนประเด็นอากาศสะอาด รวมถึงสิ่งที่ปัญหามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา โดยหนึ่งในเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจและทำให้วงสนทนาหยุดคิด คือเรื่องของ “น้องข้าวหอม” เด็กหญิงตัวน้อยที่เข้าร่วมกิจกรรม


เมื่อถูกตั้งคำถามว่า หากมีคนเผาอยู่ข้างบ้านเป็นประจำ จนทำให้น้องข้าวหอมป่วยและต้องเสียค่ารักษาพยาบาลด้วยตัวเอง น้องรู้สึกอย่างไรกับคนที่เผาและปล่อยมลพิษอยู่ข้างบ้าน คำตอบสั้นๆ จากเด็กหญิงคือ “นิสัยไม่ดี”


คำตอบเรียบง่ายดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของปัญหาอากาศสะอาดได้อย่างตรงไปตรงมา นั่นคือ การก่อมลพิษไม่ควรถูกผลักภาระและความรับผิดชอบไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เปราะบางและได้รับผลกระทบจากมลพิษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีส่วนในการก่อให้เกิดมลพิษและผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลจำเป็นต้องเข้ามารับผิดชอบและลงมือแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม


กิจกรรม “หายใจอากาศเหี้ยๆ” จึงไม่ได้จบลงเพียงการมานั่งพักหรือพูดคุยกันในสวน แต่ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ทำงานด้านอากาศสะอาดได้กลับมาเชื่อมโยงกับเหตุผลที่ตัวเองยังคงขับเคลื่อนประเด็นนี้ รวมถึงได้เยียวยากันผ่านการรับฟังประสบการณ์ของผู้คนที่หลากหลาย


ในช่วงท้าย ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันส่งต่อ Call to Action ไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้มีอำนาจในพื้นที่ของตนเอง ให้ร่วมกันปกป้องหลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยเฉพาะหลักการด้านความรับผิดของผู้ก่อมลพิษ การรับรองสิทธิของประชาชน สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการได้รับการเยียวยา และสิทธิในการมีส่วนร่วมในการจัดการอากาศสะอาด


ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาอากาศสะอาดไม่อาจเกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการจากหลายภาคส่วน ขณะที่กฎหมายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างกลไกความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิของประชาชน เพื่อให้อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิที่มีเฉพาะคนบางกลุ่ม แต่เป็นสิทธิของทุกคน และสามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป


Thailand CAN และเครือข่ายเยาวชนเพื่ออากาศสะอาดยืนยันว่า การขับเคลื่อนเรื่องอากาศสะอาดไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเวทีใหญ่หรือกิจกรรมที่จริงจังเสมอไป ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการนอนดูท้องฟ้า วิ่งเล่น วาดรูป พูดคุย หรือเพียงแค่มานั่งหายใจและตั้งคำถามว่า “คืนอากาศสะอาดให้เมืองได้ไหม” และบางที การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอากาศของเมือง อาจเริ่มจากการหยุดพักแล้วหันมามองท้องฟ้าด้วยกันก็ได้

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active