ตัวแทนชาวบางพลัด ยื่น กมธ.กฎหมายฯ สอบทางเลียบเจ้าพระยา 264 ล. กระทบสิทธิชุมชน

วอนจับตา ตรวจสอบโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม. หลังก่อนหน้านี้เรียกร้อง ผู้ว่าฯ กทม.-ประธานสภา กทม. ผ่าน กสม. มาแล้ว แต่ยังพบความย้อนแย้ง เมื่อผู้บริหารส่งสัญญาณชะลอโครงการ แต่แผนปฏิบัติการยังคงเดินต่อ ชุมชน ย้ำชัด “ต้องหยุดโครงการแล้วมาตั้งโต๊ะคุยกัน” ก่อนมรดกวัฒนธรรมร้อยปีจะสูญสลาย

วันนี้ (13 ส.ค. 2569) รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก อมานา อารีย์รัตน์ ตัวแทนทีมงานกลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเลียบเจ้าพระยา เขตบางพลัด พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อขอให้ทางกรรมาธิการฯ ตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด หลังลงเรือข้ามแม่น้ำมายังรัฐสภา

จาก “ฝ่ายบริหาร” สู่ “นิติบัญญัติ”
ฝากรัฐสภาอุดช่องโหว่การพัฒนาที่มองไม่เห็นประชาชน

ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มฯ ได้ดำเนินการเรียกร้องผ่านหน่วยงานฝ่ายบริหารมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยื่นเรื่องต่อ กรุงเทพมหานคร, กระทรวงมหาดไทย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งทาง กสม. ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และประธานสภากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ทบทวนและกำกับดูแลโครงการดังกล่าว เนื่องจากขาดการศึกษาผลกระทบทางสังคม (SIA) และขาดกระบวนการมีส่วนร่วม

อมานา ย้ำว่า การมาเรียกร้องต้อง กมธ.วันนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของสิทธิพลเมือง เมื่อได้ร้องเรียนต่อฝ่ายบริหารและท้องถิ่นแล้ว จึงต้องนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่นิติบัญญัติ เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่ตัดสินใจได้รับทราบข้อมูลที่รอบด้าน

“เรามาในฐานะของประชาชนที่ต้องการปกป้องสิทธิพื้นฐาน ทั้งในเชิงเนื้อหาและกระบวนการ พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมในการค้าทางน้ำมาตั้งแต่โบราณเป็นร้อยกว่าปีตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน เราต้องการพิทักษ์ปกป้องพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม ซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานของการค้าริมน้ำตั้งแต่โบราณ แต่โครงการนี้กลับขาดขั้นตอนการรับฟังความเห็น ขาดการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย สังคม และผลกระทบต่อสิทธิในที่ดินริมน้ำ

อมานา อารีย์รัตน์

ตั้งข้อสงสัย กทม. “ผู้บริหารบอกระงับ แต่ข้าราชการประจำยังเดินต่อ”

นิศานาถ โยธาสมุทร รองประธานมูลนิธิสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม ระบุถึงประเด็นสำคัญที่นำมาสู่ความกังวลขั้นสุดของชาวชุมชน คือ ความไม่โปร่งใสและข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองของหน่วยงานรัฐ โดยเปิดเผยว่า แม้จะได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการจากฝั่งผู้บริหาร กทม. ว่าจะมีการระงับโครงการไว้ก่อน แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“เราได้รับข่าวดีว่าโครงการจะถูกระงับไว้ก่อน ทุกคนก็ดีใจ แต่พอถัดมาอีกอาทิตย์กว่า เราตามไปดูในหน้าเว็บของ กทม. และเพจของสายปฏิบัติการ ปรากฏว่าไทม์ไลน์และแผนงานยังอยู่ ยังไม่ได้หยุด (Pending) ซ้ำยังมีข่าวว่าจะเข้าพื้นที่บางล็อก ซึ่งมีบ้านอายุร้อยปีอยู่ นี่คือ Pain Point ของระบบในบ้านเรา อันนี้คือปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่เชื่อใจระหว่างประชาชนและรัฐ ซึ่งเป็นช่องว่างที่อันตรายมาก”

นิศานาถ โยธาสมุทร

นิศานาถ ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า “อยากให้ยกเลิกโครงการนี้ก่อน หยุดไปก่อน แล้วมาตั้งโต๊ะคุยกัน” หาก กทม. ต้องการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา ต้องมากำหนดเป้าหมายและกระบวนการร่วมกัน เคารพประวัติศาสตร์และผังเมืองเดิมที่มีอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่ลอกเลียนแบบต่างประเทศเพื่อสร้างวิวสวยๆ แต่ทำลายอัตลักษณ์และคุณค่าของประเทศที่นักท่องเที่ยวอยากมาเห็น รวมถึงต้องมองว่าหากจะพัฒนากรุงเทพฯ ต้อง “พัฒนาคน” ไปด้วย

‘โรม’ รับลูก เตรียมดึงทุกฝ่ายแจง กมธ. ย้ำชัด “รัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิชุมชน”

รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า การมายื่นหนังสือของประชาชนต้องอาศัยความกล้าหาญและความเข้มแข็งอย่างมากในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทางกรรมาธิการฯ ยินดีรับเรื่องและจะดำเนินการตรวจสอบโครงการนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด

“เราจะเอารายละเอียดเข้าระบบของกรรมาธิการฯ และตรวจสอบเบื้องต้น การให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ เป็นสิ่งแรก ๆ ที่เราสามารถทำได้ เราต้องฟังข้อมูลทั้งจากพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และรับฟังผู้ใช้อำนาจรัฐด้วยว่ามีความจำเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่าท้ายที่สุด เรายึดผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ ถ้าสุดท้ายโครงการของรัฐนำไปสู่การทำลายชุมชน เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิชุมชนและสิทธิประชาชน จำเป็นต้องได้รับความสำคัญสูงสุด”

รังสิมันต์ โรม

โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด 264 ล้านบาท แลกกับอะไร ?

สำหรับ โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด ดำเนินการโดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ใช้งบประมาณกว่า 264.2 ล้านบาท มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 22.50% (ข้อมูล ณ มี.ค. 2569) รูปแบบโครงการเป็นการสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตั้งแต่วัดเทพากร บางพลัด ไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน

แม้ กทม. จะอ้างว่าไม่มีการก่อสร้างล่วงล้ำลำน้ำและไม่มีนโยบายเวนคืน แตกต่างจากโครงการทางเลียบ 14 กม. ในอดีตที่เคยถูกศาลปกครองเบรก แต่ในทางปฏิบัติ ชุมชนกลับพบว่ามีการเข้ามาสำรวจรังวัดแนวเขตที่ดิน โดยบางจุดกินพื้นที่ลึกเข้ามาในแผ่นดินถึง 35 เมตร นำมาสู่ความหวาดระแวงเรื่องการเวนคืนที่ชาวบ้านไม่เคยรับรู้ข้อมูลมาก่อน

เรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่แค่การ “สร้าง” หรือ “ไม่สร้าง” ทางจักรยานมูลค่า 264 ล้านบาท แต่อยู่ที่ “กระบวนการมีส่วนร่วม” ที่ถูกละเลย ของความไม่เชื่อใจ

สำหรับก้าวต่อไปที่ต้องจับตาคือ การที่ กสม. ได้นัดหมายทุกฝ่ายหารือในวันที่ 1 ก.ย. นี้ กับการขับเคลื่อนตรวจสอบคู่ขนานของกรรมาธิการฯ สภาฯ จะสามารถให้ กทม. ต้อง “หยุด” โครงการอย่างเป็นทางการ และ “ตั้งโต๊ะเจรจา” คืนสิทธิการออกแบบเมืองให้กับคนในพื้นที่ได้จริงหรือไม่ ?

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active