สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทฯ ยอมรับ รัฐไม่เคยจ้างงานคนพิการครบตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด คนพิการยังไร้งานทำอีกหลายแสนคน ขอหน่วยงานรัฐ เอกชน รับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะงาน ความเฉพาะทาง พร้อมจี้จัดการกลุ่มนายทุน นักการเมือง ใช้สมาคมคนพิการบังหน้า แสวงหาประโยชน์จากโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
วันนี้ (27 ต.ค. 2569) สมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิมนุษยชน สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนคนพิการจำนวนหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) เรียกร้องโอกาสให้คนพิการทั่วประเทศมีงานทำมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

เนื้อหาหนังสืออ้างถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ในมาตรา 71 วรรคสาม บัญญัติว่า “รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว”
อีกทั้งในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ฉบับ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 มาตรา 35 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น อาจให้สัมปทานจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้
ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบ แต่ในอดีตถึงปัจจุบันรัฐฯไม่เคยจ้างงานคนพิการครบตามที่กฎหมายกำหนด หรือให้สัมปทานหรือความช่วยเหลืออื่นใดที่รัฐพึงจะให้คนพิการทุกประเภท มีส่วนร่วมเข้าทำงานหารายได้ หรือประกอบอาชีพอิสระ




โดยในปีนี้ภาคเอกชนได้รับคนพิการเข้าทำงานแล้วตามมาตรา 33 จำนวน 39,962 คน, ส่งเงินเข้ากองทุนมาตรา 34 จำนวน 1,331 คน และมาตรา 35 จำนวน 18,025 คน รวมเป็น 69,318 คน
ในส่วนภาครัฐต้องรับคนพิการเข้าทำงานจำนวนกว่า 18,000 คน แต่ปรากฏว่าได้รับคนพิการเข้าทำงานแล้วเพียง 5,000 กว่าคนเท่านั้น ในขณะที่มีคนพิการทุกประเภทจดทะเบียนกว่า 2,300,000 คน แต่ยังมีคนพิการที่ไม่มีงานทำอีกหลายแสนคน
ดังนั้น สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทฯ ขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือแก้ไขความเดือดร้อนทุกข์ยากของคนพิการดังนี้
- ให้เข้าร่วมเป็นตัวแทนค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก แบบดิจิทัล และให้นับเสมือนเป็นการจ้างงานคนพิการจำนวนรายตามกฎหมาย
- ให้รับคนพิการทุกประเภทเข้าทำงานตามลักษณะงาน และความสามารถเฉพาะทาง
- ให้สมาคมฯ และมูลนิธิ ที่มีวัตถุประสงค์ให้ความช่วยเหลือคนพิการได้รับการพิจารณาจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก แบบดิจิทัล องค์กรละ 500 เล่ม
- ให้แก้ไขปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ด้วยมีกลุ่มบุคคลประกอบด้วยนายทุน นักการเมือง แย่งงาน แย่งอาชีพคนจน คนพิการในการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจะขอให้นายกรัฐมนตรี จัดการการถือครองโควตาของสมาคมฯ มูลนิธิ องค์กร ที่ใช้คนพิการบังหน้าเข้าแสวงหาผลประโยชน์ และเป็นสาเหตุสำคัญทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลจำหน่ายเกินราคา อีกทั้งประชาชนต้องใช้เงินซื้อสลากที่เกินราคา มูลค่าถึงงวดละ 1,400,000,000 บาท เป็นต้น
