“รถเก่าแลกรถใหม่” เงื่อนไข-งบฯ ยังไม่ชัด รอเคาะหลักเกณฑ์ เล็งเปิดโควตา 1–2 หมื่นคัน ดันไทยเปลี่ยนสู่ยานยนต์คาร์บอนต่ำ
ส่องนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” กระตุ้นประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด อยู่ระหว่างรอความชัดเจนเรื่องงบประมาณ วิธีจำกัดซากรถ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีรถไม่เก่ามากแล้วจะนำไปเปลี่ยนได้ กำลังพิจารณาแนวทางของประเทศญี่ปุ่น หรือจะมีการส่งออกรถเก่าไปประเทศอื่นอย่างไร แต่หลังมีประเด็นนี้ออกมาก็ทำให้ผู้คนสนใจเรื่องจำนวน และโควตา
โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่าง กำลังทดสอบระบบการจัดการรถเก่าที่นำมาแลก เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง ฉะนั้นจึงต้องระมัดระวัง อีกทั้งต้องศึกษาว่ารถเก่าแค่ไหนถึงจะนำมาแลกได้ จึงต้องมีการจำกัดโควตาในช่วงต้น ระยะแรกเริ่มต้นในปีนี้ มีโควตา 10,000 – 20,000 คัน เปิดลงทะเบียน มาก่อนได้ก่อน (First-come, First-served)
โดยกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาเกณฑ์เงื่อนไข เช่น อายุรถ รถกระบะเข้าร่วมหรือไม่ ส่วนรถใหม่ที่จะได้ เป็นรถ EV, ไฮบริด, จักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปล่อยคาร์บอนต่ำ และผลิตในไทยเท่านั้น
ในส่วนของสิทธิประโยชน์ รัฐบาลจะใช้รูปแบบการอุดหนุนผ่านค่ายรถยนต์ เพื่อลดราคาขายหน้าป้ายให้ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะช่วยจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของธนาคารออมสิน วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท ให้ประชาชนสามารถกู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 1–2 ปีแรกไม่เกิน 3.5% ต่อปี และเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
ขณะที่ สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า โครงการนี้ถ้าสามารถทำได้จะช่วยกระตุ้นยอดขายธุรกิจรถยนต์ที่ติดต่อกันมาถึง 3 ปี เพราะมีวงเงินกู้ขนาดใหญ่ถึง 5 พันล้าน และอัตราดอกเบี้ยน่าดึงดูด แต่ก็ต้องรอดูเงื่อนไขและรายละเอียด แต่ที่อยากเสนอคือต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศเท่านั้น และปล่อยคาร์บอนต่ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจในประเทษอย่างแท้จริง ถ้าเกิดมีการขายถึง 20,000 คันก็อาจจะช่วยพยุง Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทาน และแรงงานไทยทั้งระบบ ดึงเศรษฐกิจขึ้นจากจุดที่น่ากังวล
ส่วนรถที่เข้าโครงการ น่าจะรวมรถที่มีสันดาปภายในที่ประสิทธิภาพสูง ปล่อยคาร์บอนต่ำเข้าไปด้วย เพราะจะเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศด้วยอีกทั้งให้กำหนดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องไม่เกิน 100 กรัม/กม.
อยากให้รัฐบาลกำหนดอุดหนุนการซื้อรถยนต์คันใหม่ เริ่มต้น 8 แสนถึง 1 ล้านบาท เน้นรถยนต์กลุ่มแมส ระดับราคาประมาณนี้มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 40% เพราะจะเพิ่มจำนวนคนเข้าร่วมโครงการได้มากกว่าเดิม หากรัฐสนับสนุนรถยนต์ราคาสูงเกินไปอย่าง 2 ล้านบาทจะทำให้จำนวนรถเข้าร่วมโครงการได้น้อยและไม่กระจายตัว การกำหนดราคาเหมาะสมจะช่วยให้จำนวนคันเข้าโครงการมีมากขึ้น ส่งผลต่อการผลิตในโรงงงานที่มียอดขายลดลงให้กลับมาขยายตัว
ก่อนหน้านี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า สั่งให้ปลัดกระทรวงการคลัง ออกแบบมาตรการรถเก่าแลกใหม่ เบื้องต้นเรื่องรถใหม่จะยึดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ รวมไปถึงรถที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงรถยนต์ไฮบริดที่ใช้น้ำมันผสมไฟฟ้าและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำตามเกณฑ์ที่จะกำหนด
