เปิดขุมทรัพย์ ‘สัตว์หน้าดิน’ อ่าวไทย ความสมบูรณ์ที่อาจหายไปเพราะ ‘แลนด์บริดจ์’ ?

พบ สัตว์หน้าดินพื้นทะเล ฝั่งอ่าวไทย พื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ แหลมริ่ว จ.ชุมพร 107 ชนิด 350 ตัว ต่อ ตร.ม. สวนทางข้อมูล รายงาน EHIA สนข. ที่พบแค่ 1 ชนิด 7 ตัว ต่อ ตร.ม. หลายฝ่าย ย้ำ การก่อสร้างท่าเรือ เส้นทางเดินเรือ กระทบทั้งห่วงโซ่ ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว วิถีประมงพื้นบ้าน ทรัพยากร

ตามที่ มูลนิธิเพื่อสันติภาพเขียว ( กรีนพีช เอส อี เอ ) ร่วมกับ ศูนย์เรียนรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ( EnLaw ), Beach for Life และภาคใต้สีเขียว ร่วมศึกษา ประชาคมสัตว์หน้าดินพื้นทะเล โดยเป็นการศึกษาด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน บริเวณโครงการพัฒนาท่าเรือระนองแห่งใหม่ แหลมอ่าวอ่าง และดอนตาแพ้ว อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา

พบสัตว์หน้าดินพื้นทะเลมากถึง 447 ชนิด 1,884 ตัว ต่อ ตร.ม. ซึ่งสวนทางกับข้อมูลที่ปรากฏในรายงาน EHIA ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่พบเพียงน้อยเฉลี่ย 1 ชนิด 7 ตัว ต่อ ตร.ม.

ล่าสุดได้เปิดเผย ผลการศึกษาประชาคมสัตว์หน้าดินพื้นทะเล ที่พื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ บริเวณ แหลมริ่ว จ.ชุมพร ต่อภาคประชาชน จ.ชุมพร ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการ กลุ่มประมงชายฝั่งและเกษตรกรจาก อ.พะโต๊ะ ร่วมเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลการสำรวจสัตว์หน้าดินในพื้นที่ก่อสร้างโครงการท่าเรือแลนด์บริดจ์ชุมพร–ระนอง

พบสัตว์หน้าดินพื้นทะเล มากกว่ารายงานของรัฐ เป็นร้อยเท่า!

โดยจากกระบวนการ “วิทยาศาสตร์พลเมือง” ผ่านปฏิบัติการสำรวจใต้ทะเลลึก ด้วยการตักเก็บตะกอนผิวหน้าดินขนาด 0.10, ร่อน ล้างโคลน ผ่านตะแกรง 3 ชั้น เพื่อคัดแยกสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว และแยกรักษานำเข้าห้องปฏิบัติการส่องกล้องสเตอริโอเพื่อจำแนกสายพันธุ์

ภาพ : กรรณิการ์ แพแก้ว

พบสัตว์หน้าดิน 107 ชนิด 350 ตัว ต่อ ตร.ม. ซึ่งสวนทางกับข้อมูลที่ปรากฏในรายงาน EHIA ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่พบน้อยเฉลี่ย 1 ชนิด 7 ตัว ต่อ ตร.ม.

พงศ์ธีระ บัวเพ็ชร จากสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย อธิบายว่า สัตว์หน้าดินเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อาหารทะเล หากสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์กลางน้ำ และเมื่อปลาที่เป็นทั้งอาหาร ทั้งสัตว์เศรษฐกิจหายไป จะได้รับผลกระทบต่อเนื่องทั้งห่วงโซ่ ของความมั่นคงอาหาร อาชีพการประมง และการท่องเที่ยว

“ทะเลชุมพรและสุราษฎร์ธานี ยังมีกองหินกลางน้ำจำนวนมาก ทำหน้าที่เสมือนแนวปะการัง หากถูกกระทบจนสัตว์หน้าดินลดลงหรือกองหินเสียหาย จะส่งผลต่อระบบนิเวศทั้งระบบ”

พงศ์ธีระ บัวเพ็ชร

ภาพ : กรรณิการ์ แพแก้ว

ในวงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ยังเกิดการตั้งคำถามถึงเส้นทางเดินเรือสินค้าขนาดใหญ่ ที่ สนข.ไม่ได้เปิดเผยอย่างชัดเจน โดยหากอ้างอิงเส้นทางเดินเรือปกติ คาดว่าการเดินเรือจะกระทบต่อพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับข้อกังวลต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ของกลุ่มประมงพื้นบ้าน มองว่า ในระหว่างการก่อสร้างกลุ่มประมงพื้นบ้านจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบในการออกเรือหาสัตว์น้ำ ที่ไม่สามารถออกเรือได้ จากการขุด และถมทะเล รวมทั้งเกิดการทำลายพื้นที่แหล่งอาหาร แหล่งเศรษฐกิจของคนปากน้ำหลังสวนอย่างมโหฬาร

เช่นกันกับกลุ่มเกษตรกร ที่เห็นว่า หากเกิดอุตสาหกรรมในพื้นที่ชุมพร จะเกิดการแย่งชิงน้ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเกษตรกร จากพะโต๊ะถึงหลังสวน  

ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการ เห็นว่า นักท่องเที่ยวอาจลดลงตั้งแต่ระหว่างการก่อสร้าง และอาจไม่กลับมาอีกหากเกิดท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพราะเป็นกลุ่มที่สนใจการท่องเที่ยวทางทะเล และนิยมชิมอาหารทะเลสดใหม่

  • ดูข้อมูลฉบับเต็ม : ผลการศึกษาประชาคมสัตว์หน้าดินพื้นทะเล ที่พื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ บริเวณ แหลมลิ่ว จ.ชุมพร

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active