รวมพลังปกป้องวิถีควน หลาด เล ‘ชาวระนอง’ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ หยุดการพัฒนาไม่ตรงศักยภาพพื้นที่

รวมพลังสามัคคีระนอง-ชุมพร ย้ำ ปกป้องท้องทะเลและโขดอ่าวธรรมชาติ คืนความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ ยุติการทำลายล้างและฟื้นฟูธรรมชาติ ร่วมปกป้องภูมิปัญญา วิถีชุมชน การทำกินที่ยั่งยืน สิทธิคนท้องถิ่นในการดูแลใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเป็นธรรม 

1 ส.ค. 2569 ที่ชายหาดอ่าวเคย อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ภาคีเครือข่ายประชาชน ปกป้องทรัพยากรและวิถีชุมชน ได้จัดกิจกรรม “ปกป้องวิถีควน หลาด เล รวมพลังสามัคคีระนอง-ชุมพร ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชน” โดยมีผู้เข้าร่วม ทั้งประชาชนจากบ้านอ่าวเคย บ้านบางเบน บ้านสำนัก ต.ม่วงกลวง ต.บ้านนา ต.บางหิน ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ และ บ้านช้างแหก ต.ราชกรูด บ้านท่าฉาง ต.หงาว เกาะสินไห เกาะตาครุฑ ต.ปากน้ำ ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากกิจกรรม “เดินวิ่งเพื่อสุขภาพเมืองระนอง หยุดแลนด์บริดจ์ หยุด SEC” ซึ่งจัดขึ้นในเมืองระนอง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมศิลปะบันทึกธรรมชาติ โดยวาดภาพเกี่ยวกับทะเลและวิถีชีวิต กิจกรรมรำลึกน้องซันเดย์ ซึ่งเป็นพะยูนที่เสียชีวิต กิจกรรมเขียนข้อความบอกรักทะเล เช่น รักเธอทะเลระนอง  ปกป้องโขดอ่าว ท้องทะเล และวิถีชุมชน STOP ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชนคนเล รวมถึงกิจกรรมเก็บขยะ กีฬา ร้องเพลง และอ่านคำประกาศเจตนารมณ์

เผชิญศักดิ์ เจียกขจร กลุ่มอนุรักษ์ภูสู่เล ต.บ้านนา อ.กะเปอร์ กล่าวว่า อำเภอกะเปอร์มีทรัพยากรสมบูรณ์ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำจนถึงทะเล อ่าวเคยเป็นแหล่งอาหารทะเล กิจกรรมในวันนี้เป็นกิจกรรมที่ดีในการส่งเสริมการอนุรักษ์ ที่ผ่านมาทางกลุ่มได้ร่วมกับเครือข่ายใน อ.กะเปอร์ และ อ.เมือง ทำกิจกรรมอนุรักษ์ตั้งแต่ภูเขาจนถึงทะเล อนุรักษ์ปะการัง เก็บขยะ อยากให้ทะเลระนองเป็นที่พักผ่อน อยากให้มองทรัพยากรเป็นสิ่งงดงาม ปกป้องทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ไม่อยากให้ทรัพยากรถูกทำลาย 

ธรธมน สังข์สี ประชาชน ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ กล่าวว่า ธรรมชาติที่ อ.กะเปอร์ สวยงาม ทะเลบ้านเราสมบูรณ์ ชายฝั่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ ไม่อยากให้สิ่งก่อสร้างใด ๆ ทำลาย ที่สำคัญคือปากท้องของพี่น้องชาวประมง จะได้รับผลกระทบถ้าเราไม่ช่วยกันรักษาธรรมชาติ วันนี้ตั้งใจมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าประชาชนในชุมชนเล็ก ๆ ชุมชนหนึ่งอยากให้ทุกคนโอบอุ้มธรรมชาติ อย่าทำลายธรรมชาติ พวกเราช่วยกันทำกิจกรรมเท่าที่สามารถทำได้ อยากให้ทุกชุมชนร่วมกันดูแลรักษาป่าไม้ภูเขาทะเล อยากให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปนาน ๆ ธรรมชาติทำให้เรามีอยู่มีกิน

เช่นเดียวกับ จักรพงศ์ ชูศรี กลุ่มคนสร้างสรรค์ วัน-โต-ตรี้ อ.กะเปอร์ กล่าวว่า ตนได้ทำกิจกรรมทรัพยากรร่วมกับโรงเรียน ทรัพยากรมีความสำคัญมาก ถ้าหากเราไม่ปกป้องปล่อยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากโครงการของรัฐ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ เราจะสูญเสียทรัพยากรอย่างสิ้นเชิง อยากให้รัฐมองเห็นความสำคัญของคนรุ่นหลังที่เป็นเยาวชน เพราะเขาคือคนใช้ทรัพยากรอย่างแท้จริง

ธนวฤทธิ์ พลอยรัมย์ เยาวชน ต.บางหิน อ.กะเปอร์ กล่าวว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลมีความสำคัญอย่างมาก ทะเลเป็นแหล่งอาหาร เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าหากทะเลไม่มีปลา ปะการัง ดอกไม้ทะเล สัตว์หายาก จะเป็นทะเลที่ว่างเปล่า เราต้องปลูกจิตสำนึกให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า เพราะมันส่งผลกระทบต่อคนรุ่นหลังด้วย เราไม่ได้เป็นรุ่นแรกและรุ่นสุดท้าย เราเป็นแค่คนรุ่นหนึ่ง เราควรใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์ที่สุด และเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังมากที่สุด 

ฟ้าใส กล้าศึก เยาวชนจากกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นเกาะสินไห เครือข่ายการแก้ไขปัญหาคืนสัญชาติคนไทยจังหวัดระนอง กล่าวว่า ตนอยู่กับทะเล สัตว์ทะเลมีความสำคัญมาก เป็นปัจจัยหลัก ถ้าหากไม่มีกุ้งหอยปูปลาก็ไม่สามารถประกอบอาชีพประมง ไม่มีแหล่งอาหาร อยากให้ดูแลรักษาธรรมชาติให้ดีกว่านี้ เช่น จัดการขยะ

ก่อนจบกิจกรรมได้มีการอ่าน คำประกาศเจตนารมณ์ “ปกป้องโขดอ่าว ท้องทะเล ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชน” โดยมีสาระสำคัญ ระบุว่า ท้องทะเลเป็นมากกว่าแผ่นน้ำกว้างใหญ่ เพราะเป็นลมหายใจ อู่ข้าวอู่น้ำ และรากเหง้าแห่งวิถีชีวิตที่หล่อเลี้ยงผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น ความอุดมสมบูรณ์ของโขดอ่าว สายน้ำ และผืนทราย คือหลักประกันแห่งความมั่นคงและศักดิ์ศรีของทุกคน ในฐานะของลูกหลานและผู้ดูแลผืนน้ำจึงขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน

“พวกเราจะร่วมกันปกป้องท้องทะเลและโขดอ่าวธรรมชาติ คืนความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ ยุติการทำลายล้าง และฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พวกเราจะร่วมกันหยัดยืนเพื่อวิถีชุมชน ปกป้องภูมิปัญญา การทำมาหากินที่ยั่งยืน และสิทธิของคนท้องถิ่นในการดูแลใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเป็นธรรม”

พร้อมระบุว่าจะร่วมกันส่งต่อจิตสำนึก สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ผสานพลังคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ และขอส่งเสียงเชิญชวนอย่างจริงใจไปยังชาวจังหวัดระนองทุกอำเภอ รวมถึงพี่น้องประชาชนไทยในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“ทรัพยากรธรรมชาติ ท้องทะเล และวิถีชุมชนอันทรงคุณค่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงของชาวระนองเท่านั้น แต่คือสมบัติอันร่วมกันของคนไทยทุกคน พวกเราขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมเป็นพลัง ร่วมส่งเสียง และร่วมมือกันดูแลรักษา คุ้มครองโขดอ่าวและท้องทะเลไทย ไม่ให้ถูกทำลายล้าง เพื่อให้ฐานทรัพยากรของชาติคงอยู่เป็นหลักประกันความมั่นคงทางอาหารและธรรมชาติแก่มนุษยชาติ” 

ทั้งนี้ ขอสัญญาว่าจะร่วมแรงร่วมใจ ดูแลรักษาท้องทะเลและวิถีชีวิตอันทรงคุณค่านี้ไว้ ด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และความรับผิดชอบ เพื่อให้สายน้ำแห่งชีวิตนี้ ยังคงหล่อเลี้ยงชุมชนและแผ่นดินไทยสืบไป


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active