ก.พ.สั่งคุมรายจ่ายภาครัฐ เร่งดัน ‘เกษียณก่อนกำหนด’ ปี 70 ศึกษาใช้ประกันสุขภาพแทนสวัสดิการข้าราชการ

มอบ ก.พ.-ก.พ.ร. ปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ คุมค่าใช้จ่ายรัฐ พร้อมเร่งมาตรการ Early Retirement ภายในปี 2570 ชี้ งบฯบุคลากร-ค่ารักษาพยาบาล-บำนาญ กินสัดส่วนกว่า 70% ของรายจ่ายประจำ สั่ง ก.พ. เร่งแผนลดภาระงบฯ

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณรายจ่ายประจำของภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญ ที่รวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของรายจ่ายประจำ

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

ปกรณ์ ระบุอีกว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดทำแผนปฏิรูประบบกำลังคนภาครัฐ ทั้งการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการปรับโครงสร้างหน่วยงานราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค เพื่อควบคุมไม่ให้จำนวนหน่วยงานและอัตรากำลังเพิ่มขึ้น รวมถึงปรับลดลงเท่าที่จำเป็น ก่อนนำเสนอคณะกรรมการ ก.พ. พิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งผลักดันมาตรการ Early Retirement หรือ โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปฏิรูประบบกำลังคนภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

ในส่วนของ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ รองนายกฯ ปกรณ์ มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาแนวทางการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เป็นทางเลือกทดแทนระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการในปัจจุบัน

ที่ประชุมยังได้หารือถึงกรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา โดย ปกรณ์ระบุว่า แม้กรณีดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการโดยรวม จึงมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ประสานความร่วมมือกับสมาคม องค์กร และเครือข่ายข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการพลเรือน

พร้อมกันนี้ ยังมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ศึกษาแนวทางปรับปรุงระบบพนักงานราชการ เพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น รวมถึงทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active