สื่อเมียนมา หลังแผ่นดินไหว ในวันที่…ไร้เสรีภาพ ?

“Nae Thit Myanmar” สื่อโดยชาวเมียนมา คือหนึ่งในกระบอกเสียงแห่งความหวัง ส่งตรงสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือ กู้ภัย และค้นหาแรงงานเมียนมา ที่ยังสูญหายอยู่ใต้ซากตึก สตง.ถล่ม นับเป็นอีกช่องทางสื่อสารที่ว่ากันว่ามีชาวเมียนมา เฝ้าติดตามไม่ห่าง เพื่อเอาใจช่วยให้การค้นหาผู้รอดชีวิตประสบความสำเร็จ

Mg Nge สื่อมวลชนอิสระ และอินฟลูเอนเซอร์ คือ ผู้อยู่เบื้องหลังเพจดังกล่าว เขาได้ทุ่มเทเวลาและแรงกาย เพื่อรายงานข่าวจากหน้างาน อย่างต่อเนื่อง

กระบอกเสียงเพื่อชาวเมียนมา

Mg Nge เดินทางมาถึงไซต์ก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่ม ตั้งแต่ เช้าวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา และอยู่ที่นั่นเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อกันมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว

อาสาสมัครคนไทยในพื้นที่ เล่าว่า “เจอ Mg Nge ที่ไซต์ก่อสร้าง เขาอยู่ที่ตึก สตง. และรายงานสถานการณ์ ตลอดทั้งวัน บางคืนเขากลับไปตอนตี 3 พอ 6 โมงเช้า เข้าก็กลับมาไลฟ์ต่อ” 

เหตุผลที่ Mg Nge ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้เป็นพิเศษ เพราะมีแรงงานชาวเมียนมาติดอยู่ใต้ซากตึกจำนวนมาก ขณะที่ผู้ชมไลฟ์ของเขาส่วนใหญ่ เป็นชาวเมียนมาที่กำลังรอคอยข่าวคราวของญาติพี่น้องอย่างใจจดใจจ่อ

ในระหว่างที่ The Active พูดคุยกับ Mg Nge มีผู้ชมรายการไลฟ์ผ่านช่องทาง TikTok ของ Mg Nge ที่รายงานสถานการณ์สดหน้าไซต์ สตง. มากกว่า 600 คน

Mg Nge ย้ำถึงสิ่งที่ชาวเมียนมาต้องการรู้มากที่สุดตอนนี้ คือ ชะตากรรมของคนที่พวกเขารัก

“ชาวเมียนมาอยากรู้เรื่องครอบครัวเขาแหละ ว่ารอดชีวิตหรือเสียชีวิตหรือยัง ณ ตรงนี้ มีสามีบางคนยังติดอยู่ข้างใน แฟนเขาที่ท้องอยู่ก็นั่งรอ ตอนนี้อยากรู้จริง ๆ ว่าออกมาจากไซต์ได้หรือยัง ออกไปกี่คน”

Mg Nge

เขายังแสดงความกังวลว่า การสื่อสารกับครอบครัวผู้ประสบภัยยังไม่มีประสิทธิภาพ และยังทำให้เกิดความกังวลในกลุ่มชาวเมียนมา ทั้งในไทย และที่เฝ้าผ่านหน้าจอจากประเทศของเขา

“เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้ประกาศว่าเอาคนไหนออกมา หรือติดต่อญาติไปส่วนตัว ผมก็ไม่แน่”

Mg Nge

พร้อมกันนี้ Mg Nge ยังอยากเห็นบทบาทของรัฐบาลเมียนมา ดูแล ช่วยเหลือประชาชนของตัวเองอย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะเวลานี้เท่าที่ทราบข่าวดูเหมือนไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเลย 

“ผมอยากเห็นผู้ใหญ่ที่เมียนมา… กองทัพ เวลารบกัน สู้กัน ขอให้หยุด หยุดตอนนี้เลย แล้วช่วยเหลือประชาชนเดี๋ยวนี้ และเราก็เป็นสมาชิกอาเซียน ขอให้ชวนกัน และดูแลประชาชนจริงจัง”

Mg Nge

เสรีภาพ(สื่อ)ที่หายไปในเมียนมา ?

ในฐานะนักข่าวอิสระ ที่ได้เห็นเรื่องราวของทั้ง 2 ประเทศผ่านสื่อ Mg Nge สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการทำงานของสื่อ และสภาพแวดล้อมทางสังคมของทั้งไทย และเมียนมา ที่เห็นได้ชัดว่า ประเทศไทยมีอิสระในการบอกเล่าสถานการณ์มากกว่าที่เมียนมาอยู่มาก

“ที่ประเทศไทย ยังไงก็มีเสรีภาพอยู่แล้ว แต่ที่เมียนมารัฐบาลควบคุมทุกอย่างไว้ แล้วที่ไทย ทุกคนก็เป็นมนุษย์ ไม่ได้มีคนรวย คนจน มาก็มาเสมอกัน มันต่างกันมาก”

Mg Nge

Mg Nge สื่อมวลชนอิสระ และอินฟลูเอนเซอร์เพจ Nae Thit Myanmar

เขา ยังวิจารณ์รูปแบบการบริหารงานในเมียนมาว่า “เวลาบริหาร ผู้ใหญ่ไม่คุยกับคน เวลาบริหารก็ใช้อำนาจอย่างเดียว”


Mg Nge ได้อธิบายถึงสถานการณ์การควบคุมสื่อในเมียนมา และเหตุผลที่ นายพล มิน อ่อง หล่าย ไม่อนุญาตให้สื่อต่างประเทศเข้าไปทำข่าว 

“มิน อ่อง หล่าย ตอนนี้เขายึดอำนาจไว้ เวลาสื่อเข้าไป ถ้าเขาทำอะไรผิดก็กลัวว่าสื่อจะรู้หมด แล้วยิ่งมีโซเชียล ก็เป็นประเด็นนี้แหละ เพราะเขาทำสิ่งไม่ถูกต้องไว้เยอะ เลยกลัวว่าสื่อเข้าไป เขาก็คงกังวล”

“ตั้งแต่ยึดอำนาจ เขาก็ไม่ให้สื่อต่างประเทศเข้าไปทำข่าวอยู่แล้ว แล้วตอนนี้ก็มีแต่สื่อของรัฐเองนั่นแหละที่ออก ตั้งแต่ออง ซาน ซูจี โดนจับก็ไม่ถูกต้อง ประชาชนก็ไม่ยอมรับตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”

Mg Nge

สื่อในเมียนมา กับความน่าเชื่อถือ ? 

Mg Nge ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่มาจากสื่อของรัฐในเมียนมา โดยยอมรับว่า รัฐบาลสนับสนุนสื่อ สื่อก็เป็นของรัฐบาลทหาร ข้อมูลก็เชื่อไม่ได้เลย สลับกันหมดทุกอย่าง

“เวลาประกาศมาก็ดูว่าข้อมูลสลับกัน ถ้ารัฐบาลประกาศข้อมูลอะไรมา ประชาชนก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว”

Mg Nge

Mg Nge เปิดเผยถึงอันตรายที่นักข่าวในเมียนมาต้องเผชิญ โดยยอมรับว่า เวลาสื่อรายงานผิด ถ้ารัฐบาลเจอ เขาไม่ชอบก็โดนจับเลย ตอนนี้ก็มีนักข่าวโดนจับอยู่ ติดคุก 3 ปี ถ้ารายงานข่าวแล้วรัฐบาลไม่ชอบก็จะโดนจับ โดนสอบปากคำ ถูกสั่งว่าต่อไปห้ามพูดแบบนี้

เมียนมาหลังภัยแผ่นดินไหว 

Mg Nge ยังได้เปรียบเทียบการรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวระหว่างไทยและเมียนมา ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเขามองว่า ที่ไทยเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ลงมาช่วยกันเต็มที่ สนุบสนุนกันทุกอย่างจึงไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่ที่เมียนมา สะกาย มัณฑะเลย์ รัฐบาลเข้าไม่ถึง ไม่ได้มาช่วยจริงจัง ประชาชนต้องช่วยตัวเอง


สถานการณ์ในเมียนมายังเลวร้ายกว่าที่รายงานออกมามาก ที่สำคัญคือแม้ในช่วงเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว แต่การสู้รบในประเทศก็ยังคงดำเนินต่อไป

“เวลาเขาขอความช่วยเหลือหลาย ๆ ประเทศ ประเทศอื่นมาช่วยเหลือประชาชน แต่ตอนนี้เขาไล่ยิงกับประชาชนตัวเองอยู่ ทิ้งระเบิดทุกวัน ยังไม่หยุด”

Mg Nge

สภาพการณ์ที่ Mg Nge สะท้อนแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากอย่างแสนสาหัสที่ชาวเมียนมากำลังเผชิญ ทั้งในฐานะแรงงานข้ามชาติในไทยที่ประสบเหตุการณ์ตึกถล่ม แรงงานหลายคนก็ยังไม่รู้ชะตากรรมหลังจากนี้ 


และในฐานะประชาชนของประเทศที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างไม่มีสิ้นสุด

ปรับมุมมอง ขอความเมตตา ลดอคติ 

Mg Nge ยังได้พยายามแก้ไขความเข้าใจผิดที่คนไทยบางส่วนอาจมีต่อชาวเมียนมา โดยเขาถือโอกาสเป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนที่อยากบอกว่า เวลาคนเมียนมามาทำงานที่ไทย ก็ไม่ได้อยากทำให้ที่นี่เดือดร้อน พวกเขาอยากมาทำมาหากิน เวลาลูก ๆ มาด้วย ก็อยากให้ได้เรียนหนังสือ เพราะที่เมียนมาเรียนหนังสือไม่ได้ มันลำบาก

“บางคนเข้าใจผิด เพราะคนเมียนมาไม่ใช่คนใจร้ายทุกคน ประเทศไหนก็มีทั้งคนจน คนร้าย ไม่ใช่คนเมียนมาทุกคนจะเป็นคนร้าย”

Mg Nge

เขา ยังได้อ้อนวอนขอความเมตตาให้กับชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่มีเอกสารถูกต้อง ด้วยเหตุผลว่าสถานการณ์ในประเทศเมียนมาขณะนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง

“ในเมียนมาตอนนี้ no human right ประเทศไทยก็มี human rights อยู่ อย่างตอนนี้บางคนก็มี บางคนก็ไม่มีเอกสาร ช่วยเมตตาหน่อยได้ไหม เวลาโดนจับก็อย่าส่งกลับประเทศ ตอนนี้ถูกจับแล้วก็ส่งไปใหม่ ชีวิตเขาก็เหมือนกับให้ตาย”

“ถ้าถูกจับก็ช่วยเมตตาหน่อย ถ้าเอกสารไม่ถูกต้องก็จับ โดนค่าปรับ แล้วก็ช่วยทำเอกสารให้ถูกต้อง ข้อมูลให้ถูกต้อง”

Mg Nge

Mg Nge ยังได้แสดงความกตัญญูต่อประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้ชาวเมียนมาลี้ภัยสงคราม และยืนยันว่า ชาวเมียนมาส่วนใหญ่ ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ในประเทศไทยตลอดไป เพราะหากที่บ้านเกิดไม่มีสงคราม ก็พร้อมจะกลับไป

“เวลาอยู่ประเทศไทยเราก็พยายามช่วยสังคมให้ดีขึ้น
ประเทศไทยเหมือนแม่คนที่สอง
หลายปีที่ผ่านมาไทยก็ช่วยเหลือเรามาตลอด
เลยอยากขอบคุณประเทศไทย และคนไทยทุกคน”

Mg Nge ทิ้งท้าย

Author

Alternative Text
AUTHOR

เมธาวี ทวีผล

เรียนมานุษยวิทยา สนใจเรื่องราวทางสังคม อยากปล่อยใจสู่เสรี

Alternative Text
AUTHOR

อนวัช มีเพียร

รักโลก แต่รักคนบนโลกมากกว่า