กะหรี่อยู่ไหน ? ไม่ใช่มุกตลก ในวันที่ ‘ทหารอเมริกัน’ ยกพลขึ้นบก ‘พัทยา’ และ Sex worker ที่กฎหมายไทยไม่ยอมรับ

“เก็บกระเป๋าไปพัทยา”

กลายเป็นหนึ่งในมุกที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ หลังทหารเรือสหรัฐฯ ราว 5,000 นาย ขึ้นเทียบท่าประเทศไทย เพื่อใช้เวลาพักผ่อนที่ พัทยา หลังกรำศึกหนักกลางทะเลมานานหลายเดือน

ประโยคสั้น ๆ นี้อาจเรียกเสียงหัวเราะได้ เพราะหลายคนเข้าใจตรงกันว่า “ไปพัทยา” ในบริบทนี้หมายถึงอะไร ?

เพราะนอกจากภาพจำของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนระดับโลกใกล้กรุงเทพฯ แล้ว อีกภาพหนึ่งที่ถูกผูกติดกับเมืองพัทยามาอย่างยาวนาน คือ การค้าบริการทางเพศ หรือ Sex Worker และเมื่อทหารอเมริกัน หรือชายชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ในสมการ ก็ยิ่งทำให้ภาพจำเหล่านี้ยิ่งถูกเน้นให้ชัดมากขึ้น

แต่ภายใต้คอนเทนต์ วาทกรรม และมายาคติที่ครอบทับ อาจยังมีอีกด้านที่สังคมไม่ค่อยได้หยุดมอง นั่นคือชีวิตของ Sex Worker ที่มีตัวตนอยู่จริงในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ กลับต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายที่ยังไม่รับรองการทำงานของพวกเขาอย่างถูกต้อง

เมื่ออาชีพยังอยู่นอกกฎหมาย แล้วคนที่ทำงานนี้มีสิทธิและความปลอดภัยมากแค่ไหน ? หากต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ เกิดความรุนแรง หรือปัญหาในที่ทำงาน

The Active ชวนสำรวจเรื่องราวที่ซ่อนอยู่หลังมุก “เก็บกระเป๋าไปพัทยา” ตั้งแต่ภาพจำที่สังคมมีต่อ Sex Worker ไปจนถึงคำถามสำคัญว่า เมื่อการค้าบริการทางเพศยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย คนทำงานเหล่านี้จะอยู่ตรงไหน ? ของระบบสิทธิ แรงงาน และสวัสดิการ

ทหารอเมริกันยกพลขึ้นบกพัทยา
ในวันที่อาชีพพนักงานบริการยังผิดกฎหมาย

ช่วงวันที่ 2–6 ก.ย. 2569 นี้ คือกำหนดเทียบท่าแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ของเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) และเรือร่วมขบวน รวม 3 ลำของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา หลังเสร็จสิ้นภารกิจปฏิบัติการกลางทะเลในสมรภูมิตะวันออกกลาง มาเป็นเวลานานกว่า 286 วัน หรือประมาณ 7 เดือน 

บนเรือมีกำลังพลกว่า 5,000 นาย คาดว่ากำลังพลประมาณ 60% (3,000 นาย) จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพักผ่อนในเมืองพัทยา โดยคาดการณ์เม็ดเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 29 ส.ค. 2569 เมืองพัทยาเองก็มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ รวมถึงการลงพื้นที่กวาดล้างและตรวจสอบ การลักลอบค้าประเวณี บริเวณแนวชายหาดเมืองพัทยา พบ “ผู้กระทำผิด” รวม 25 คน

แน่นอนการใช้คำว่า ผู้กระทำผิด ก็สะท้อนว่าการเป็น โสเภณี ยังผิดกฎหมายในสังคมไทย

พัทยา…เมืองท่องเที่ยว
ก็มีที่มาจากสหรัฐอเมริกา

ในอดีตราว ๆ 60 ปีก่อน พัทยาเป็นหมู่บ้านชาวประมงธรรมดา ๆ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อทหารอเมริกันเข้ามาใช้สนามบินอู่ตะเภา ในช่วงสงครามเวียดนาม (สงครามเย็น) ช่วงประมาณปี 2509 – 2519

ชายฝั่งแถบนั้นจึงกลายเป็นจุดพักผ่อนของทหารอเมริกัน และเปลี่ยนพื้นที่เงียบ ๆ โดยเฉพาะพัทยา ให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว จนมีการตรา พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา ขึ้นในปี 2521 (พัทยาจึงกลายมาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจนถึงปัจจุบัน)

มุกตลก-มิติจริงจัง
ที่โลกโซเชียลพูดถึงเหตุการณ์นี้

เมื่อเป็นทหารอเมริกัน ภาพจำส่วนใหญ่ คือ ชายต่างชาติ รวมกับการมาเที่ยวพัทยา หลายคนจึงนึกถึงอาชีพ พนักงานบริการ ผู้ให้บริการทางเพศ หรือ Sex worker 

หากลองดูคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ จากเครื่องมือ Zocial Eye ซึ่งเป็นเครื่องมือ Social listening ช่วงที่มีข่าวว่าจะมีการเทียบท่าเรือจะพบว่า มุกตลกถูกพูดถึงค่อนข้างเยอะ เช่น 

  • มุก Hello Welcome (ซึ่งอาจต่อท้ายด้วย have room have condom)

  • มุก ฝรั่งมาไทยพูดไทยได้ 4 คำ (ซึ่งคือคำว่า กะ-หรี่-อยู่-ไหน หรืออาจพูดแบบอ้อม ๆ เป็น บะหมี่อยู่ไหน แทน)

  • มุก เตรียมรับแรงกระแทก

  • มุก จากข่าวที่ตำรวจเคยลงพื้นที่ลุยตรวจพัทยาแล้ว แล้วไม่พบผู้ให้บริการทางเพศ

  • รวมถึงมุก พร้อมไปพัทยาแล้ว/ทหารอเมริกันมาได้เลย 

นอกจากมุกตลกแล้ว ก็มีการพูดถึงการเล่นมุกตลกเหล่านี้ โดยพูดถึงแง่มุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ sex worker ซึ่งเป็นคนทำงานที่มีตัวตนอยู่จริงในพื้นที่ ว่าเรากำลังตลกโดยที่ละเลยหรือหลงลืมอะไรไปหรือไม่ ?

เพจ SWING โพสต์ข้อความ “เวลาพูดถึงพัทยา เราพูดถึงเงิน พูดถึงมุก พูดถึงสีสัน แต่ทำไมไม่ค่อยพูดถึง คนทำงาน

บทความเรื่อง ‘กะหรี่’ มีอยู่ตอนที่สังคมต้องการเล่นล้อ มีอยู่ตอนที่รัฐต้องการจับกุมเรียกเงินบาป แต่กลับไม่มีอยู่ตอนพวกเขาเรียกร้องสิทธิ ของ The Momentum ระบุว่า “แน่นอนว่า การพูดเรื่องเพศ หรือการนำเรื่องเพศมาสร้างอารมณ์ขัน ไม่ใช่สิ่งที่ผิดไปเสียทั้งหมด … ในขณะเดียวกัน จึงต้องตั้งคำถามว่า สังคมกำลังหัวเราะกับอะไร และใครกำลังถูกทำให้กลายเป็นเรื่องตลกในมุกนั้นกันแน่”

การพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีมิติของการพูดว่า หลายคนพูดเล่น ๆ ว่าอยากเป็น sex worker แต่ไม่ได้รู้ว่าอาชีพนี้ก็มีความเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งอาจเจอลูกค้าที่ไม่ดีไม่ปลอดภัย เสี่ยงติดโรค รวมถึงการที่รัฐยังไม่ยอมรับอาชีพนี้ ไม่ถูกคุ้มครองเพราะผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์คนดังที่ออกมาเล่นมุก แต่ไม่ได้ส่งเสียงให้ sex worker ถูกกฎหมาย เช่น เพจ ซีนิว วิวเว่อร์ 4K โพสต์ข้อความ

“ดารา อินฟลู แห่กันออกมาทำคอนเทนต์เตรียมตัวไปล่าทหารอเมริกันอย่างสนุกสนาน แต่พอให้รณรงค์ส่งเสียงให้ sex worker ถูกกฎหมาย ต่อสู้เพื่อสิทธิ์และคุ้มครองคนทำงานทางเพศ กลับเงียบกริบ”

นอกจากนี้ sex worker ยังถูกตีตราจากเจ้าหน้าที่รัฐเอง ศ.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) โพสต์ข้อความถึงกรณีตำรวจลงพื้นที่ กวาดล้าง โดยอ้างเรื่องหน้าตาของประเทศและความปลอดภัย ว่า

“ไม่น่าจะเป็นข้ออ้าง สำหรับการกระทำที่เป็นการเหยียดหยามประณามพี่น้องเหล่านี้ อย่างเขียนอักษรบนมือ (เขียน ป บนมือ หมายถึง โดนปรับแล้ว) หรือกวาดต้อนขึ้นรถโดยเดินผ่านผู้คนที่ส่งสายตาด่าทอดูถูก รวมถึงการปรับที่ออกจะเป็นรีดไถโดยเงินไปไหนไม่รู้”

สถานการณ์ sex worker ไทย

sex worker คือ พนักงานบริการ หรือบางแหล่งก็ใช้คำว่า ผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งในประเทศไทยเอง งาน sex work อาจมีความซับซ้อนกว่านั้น มากกว่าแค่การมีเพศสัมพันธ์ แต่อาจรวมไปถึงคอนเทนต์ออนไลน์ อย่าง OnlyFans หรือคนเอ็นเตอร์เทนที่ให้บริการในรูปแบบอื่น ๆ หรือคนที่มีความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ที่เรียกว่า เมียเช่า ก็อาจเข้าข่ายเช่นกัน

จากรายงานของ International Union of Sex Workers ในปี 2566 ระบุ ประเทศไทยมีผู้ค้าบริการทางเพศ อยู่ประมาณ 2.5 แสนคน หรืออยู่ที่อันดับ 8 ของโลก โดยสามารถสร้างรายได้สูงถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือคิดเป็น 2.16 แสนล้านบาทต่อปี

ในพื้นที่พัทยาเอง มีการประเมินว่ามีคนทำงาน Sex Worker ประมาณ 50,000 คน แต่ตัวเลขของจริงอาจมีมากกว่านี้ 2 – 3 เท่าตัว

ผิดกฎหมาย-ไร้สวัสดิการ-ทัศนคติเชิงลบ
ปัญหาที่พนักงานบริการยังต้องเจอ

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า sex worker ของไทยยังถือเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย และยังถูกปรับ ซึ่งเป็นผลมาจาก กฎหมายที่ตีตรา มากกว่าจะคุ้มครอง

ก่อนหน้านี้ sex worker เคยถูกกฎหมาย โดยย้อนไปได้ไกลถึงสมัยอยุธยา เรื่อยมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่สังคมมายาวนานหลายร้อยปี

อย่างไรก็ตาม ก็พึ่งมาผิดกฎหมายตอนมี พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 ภายหลังได้ยกเลิกและเปลี่ยนมาเป็น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 แทน (ซึ่งใช้มา 30 ปีแล้ว) โดยมีโทษที่เบาลงกว่า พ.ร.บ. ปี 2503 แต่ก็ยังมีโทษอยู่ เช่น  

มาตรา 5 “ผู้ใดเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนคำราญแก่สาธารณชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท” 

เสียงวิจารณ์ว่า พ.ร.บ.นี้ เป็นเครื่องมือ ตีตรา มากกว่าจะ คุ้มครอง สวัสดิภาพของพนักงานขายบริการทางเพศ รวมถึงบอกว่า การให้บริการทางเพศ “อย่างสมัครใจ” เป็นสิ่งที่ผิด 

สุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการ SWING ระบุในรายการ Cross Talk คิดต่างคุยกัน ตอน 30 ปี กฎหมาย Sex worker ที่ไม่ work ? ถึงกฎหมายฉบับนี้ว่า “ในความเป็นจริงแล้วยังไม่เห็นมีมาตรการไหนที่มีการคุ้มครองเลย มีแต่โทษอาญา มีแต่การจับ การปรับ แล้วก็กฎหมายฉบับนี้มันทําให้ตัว Sex worker เองต้องทํางานแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะว่ามันมีความผิดอยู่”

การผิดกฎหมายไม่ใช่แค่การถูกตีตราแต่ยังนำไปสู่การ เข้าไม่ถึงสวัสดิการ เพราะเมื่อผิดกฎหมาย ก็ไม่ถูกนับว่าเป็นแรงงาน และเข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์จากรัฐ และยากที่จะเข้าถึงการคุ้มครอง เมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

อีกแง่มุมหนึ่ง ยังมีเรื่องของ ทัศนคติเชิงลบจากสังคมและรัฐไทย แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อน หลายคนเริ่มสนับสนุนให้อาชีพนี้กลายเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายมากขึ้น แต่ก็ยังมีทัศนคติบางอย่างที่อาจพบเห็นได้ เช่น “ถ้าถูกกฎหมาย คนก็จะเป็นกะหรี่กันเยอะขึ้น” หรือ “ถ้าถูกกฎหมาย เดี๋ยวคนในครอบครัวจะไปซื้อ ครอบครัวจะร้าวฉาน”

ส่งผลให้อาชีพนี้ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่แม้จะเป็นอาชีพที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากก็ตาม และทั่วโลกเห็นตรงกันก็ตาม เช่น เมื่อปี 2560 หนังสือพิมพ์ Mirror ของอังกฤษ ขนานนามให้พัทยาเป็น “เมืองหลวงแห่งเซ็กซ์ของโลก” (World’s Sex Capital) ซึ่งรัฐบาลไทยในตอนนั้นก็ดูจะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่

สุรางค์ ระบุเพิ่มเติมว่า “ภาพลักษณ์เชิงลบเกี่ยวกับ อาชีพ Sex worker ในไทย ล้วนสะท้อนความจริงที่คนทั้งโลกเห็น แต่รัฐไทยกลับไม่ยอมรับ ทั้งที่อุตสาหกรรมนี้ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศมาตลอด”

ตัวอย่างเสียงสะท้อนจากอดีต sex worker เช่น “ป้าเข็ม – เจ๊ก เฮเซลไดน์” จากสารคดีคนจนเมืองซีซันที่ 4 ตอน คุณป้าบาร์เบียร์ ซึ่งเป็นอดีต sex worker เป็นเมียเช่า มีลูก แก่แล้วก็กลายเป็นคนชวนดื่มที่บาร์ที่พัทยา และยังทำงานทุกวันแม้จะมีอายุที่มากแล้ว กรณีนี้ก็สะท้อนถึงงาน sex worker ที่ไม่มีหลักประกัน ไม่มีสิทธิ สวัสดิการ

หรือ “แอนนา” จากสารคดีคนจนเมืองซีซันที่ 5 ตอน ฝันสีรุ้ง ซึ่งเป็นหญิงข้ามเพศ และอดีต sex worker ปัจจุบันได้เป็นเจ้าหน้าที่เวชระเบียน ให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ กฎหมาย ให้กับพี่น้อง sex worker เพราะคนเหล่านี้เข้าไม่ถึงเรื่องของระบบสุขภาพจากการต้องระบุอาชีพที่ยังผิดกฎหมายอยู่ เลยต้องมีตัวกลางอย่างภาคประชาสังคมเข้าไปช่วยเหลือ

เปลี่ยนทัศนคติ-แก้กฎหมาย
ข้อเสนอเพื่อคนทำงานบริการ

แม้ sex worker จะยังผิดกฎหมายและถูกตีตราจากคนในสังคม แต่ก็มีความพยายามจากหลายภาคส่วนในการทำให้คนทำงานเหล่านี้มีอาชีพที่ดีขึ้น ทั้งการเปลี่ยนทัศนคติสังคม และ การแก้และยกเลิกกฎหมาย 

ศ.ชลิดาภรณ์ ระบุในรายการ Cross Talk คิดต่างคุยกัน ตอน 30 ปี กฎหมาย Sex worker ที่ไม่ work ? ว่าการเปลี่ยนทัศนคติสังคม มีทั้งหมด 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 คือการรื้อระบบการศึกษาและมุมมองเรื่องเพศ เนื่องจากคนไทยมักถูกสอนให้กดข่มและกักขังอารมณ์บนฐานของศีลธรรม ทั้งที่ความจริง มนุษย์ทุกคนมีความปรารถนาเป็นธรรมชาติ การที่ระบบการศึกษาไม่เคยสอนให้คนตระหนักรู้และเข้าใจเนื้อแท้ของตัวเอง แต่กลับบอกให้หักห้ามใจ ยิ่งทำให้ผู้คนขาดทักษะในการควบคุมและจัดการตัวเองเมื่อเผชิญความต้องการทางเพศ

ส่วนที่ 2 คือการทำความเข้าใจเงื่อนไขชีวิต สังคมต้องหันมาศึกษาเหตุผล รูปแบบ และความหลากหลายของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายบริการทางเพศ เลิกใช้อารมณ์ด่าทอ ตีตราประณาม แล้วหันมาคุยกันด้วยเหตุผลและความเป็นจริง

นอกเหนือการเปลี่ยนความคิดของคน แนวคิด sex work is work ยังเป็นแนวคิดใหญ่ของการทำให้ผู้ให้บริการทางเพศได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับอาชีพอื่น ๆ นำมาสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง อย่าง การผลักดันกฎหมายใหญ่ที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับโดยภาคประชาชน ได้แก่

กฎหมายแรก ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 โดย SWING ซึ่งจะยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อปลดล็อกโทษทางอาญาก่อน จากนั้นค่อยดึงพนักงานบริการเข้าสู่กฎหมายแรงงานปกติ ผ่านการออกกฎกระทรวงรองรับ โดยมองว่าหากอายุเกิน 18 ปีและสมัครใจทำงาน พวกเขาก็คือแรงงานที่สมควรได้รับสิทธิคุ้มครองและสวัสดิการจากประกันสังคมทันที และบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเอาผิดผู้ฝ่าฝืน เช่น การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน 

โดยก่อนหน้านี้ ภาคประชาชนได้ยื่นรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งรวม 13,620 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างต่อประธานสภาฯ แล้ว เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2568 และบรรจุเข้าวาระการประชุมสภาฯ เมื่อ 10 ก.ย. 2568 อย่างไรก็ตาม การยุบสภาฯ ในวันที่ 12 ธ.ค. 2568 เป็นผลให้กระบวนการพิจารณากฎหมายต้องหยุดชะงักลง 

การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่ทางภาคประชาชนได้รวมตัวกันยื่นรายชื่อ 13,620 รายชื่ออีกครั้ง เพื่อขอให้กฎหมายกลับเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ 

กฎหมายอีกฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ โดยมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ซึ่งจะยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่นกัน และในกฎหมายมีการวางระบบคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ และมาตรฐานการทำงานขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะ ตัวอย่างเช่น คุ้มครองสิทธิแรงงาน เรียกร้องค่าตอบแทนได้ ปฏิเสธไม่รับงานได้, กำหนดอายุขั้นต่ำทั้งผู้ให้บริการ (18 ปีขึ้นไป) และผู้ใช้บริการ (20 ปีขึ้นไป), สถานให้บริการต้องได้รับอนุญาต, ตั้งศูนย์คุ้มครอง ฝึกอาชีพ จัดสวัสดิการ รวมถึงกำหนดโทษต่าง ๆ เช่น ซื้อบริการทางเพศเด็ก

ร่างกฎหมายดังกล่าว ภาคประชาชนได้ยื่นรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งรวม 13,620 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างต่อประธานสภาฯ แล้ว เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สภาฯ มีมติ 17:6 ตีความร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นร่างการเงิน จึงต้องส่งต่อให้นายกฯ ลงนาม ท่ามกลางความกังวลของภาคประชาชนที่เสนอกฎหมายดังกล่าวว่า อาจเสี่ยงโดนนายกฯ ปฏิเสธไม่ลงนาม หรือดองจนกฎหมายตกไป 


อ้างอิง

Author

Alternative Text
AUTHOR

ธนธร จิรรุจิเรข

สงสัยว่าตัวเองอยากเป็นนักวิเคราะห์ data ที่เขียนได้นิดหน่อย หรือนักเขียนที่วิเคราะห์ data ได้นิดหน่อยกันแน่

Alternative Text
AUTHOR

อัญชัญ อันชัยศรี

คั่นสิหากินพอส่ำนี้ ไปเรียนหยังสูงแทร่อาว