‘ประกันสังคม’ ในวันที่โลก(แรงงาน)เปลี่ยน มองหาระบบรองรับความเสี่ยงเพื่อผู้ประกันตน | อดิศร เกิดมงคล

ทุกเดือนรายได้ของผู้ใช้แรงงาน หรือแม้แต่มนุษย์เงินเดือนหลายล้านคน ส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งจ่ายเพื่อสมทบเข้าสู่ กองทุนประกันสังคม

เมื่ออยู่ในฐานะของ ผู้ประกันตน คุณ…เคยตั้งคำถามหรือไม่ว่า ใคร ? เป็นคนตัดสินใจเรื่องบริหารจัดการเงินกองทุนฯ แล้วมันโปร่งใสหรือไม่ ? สิทธิประโยชน์แบบไหน ? ที่ผู้ประกันตนควรได้รับ เมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่ผู้ประกันตน มีสิทธิ์ร่วมกำหนดทิศทางของระบบประกันสังคม ผ่านการเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับการบริหารกองทุนฯ

The Active เลยชวนมาทำความรู้จัก อดิศร เกิดมงคล ที่หลายคนรู้จักในนามของภาคประชาชน นักขับเคลื่อนด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติ จาก เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group : MWG) และรองประธานมูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี ซึ่งในวันนี้เขามาในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

อดิศร เกิดมงคล เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group : MWG)
ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

แม้จะลงสมัครในฐานะผู้แทนฝ่ายนายจ้าง แต่ต้องยอมรับว่า บทบาทตลอดกว่า 20 ปีของ อดิศร คือการทำงานด้านสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านแรงงานข้ามชาติ และสวัสดิการสังคมอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในโครงสร้างการบริหารของประกันสังคมรอบนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญกับการชวน อดิศร มองโจทย์ใหญ่ของประกันสังคมไทยในเวลานี้ กับแนวคิดที่อยากผลักดันต่อจากนี้

20 ปีบนเส้นทาง ‘สิทธิแรงงาน’ สู่สนามเลือกตั้ง…บอร์ดประกันสังคม

กว่า 2 ทศวรรษ กับงานที่เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติของอดิศร มีจุดเริ่มต้นมาจากประเด็นเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้ขยับมาทำเรื่องกฎหมาย และนโยบายมากขึ้น และระหว่างทางก็พบว่า ปัญหาสิทธิสวัสดิการของแรงงาน กลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติ ที่ในขณะนั้นยังไม่เข้าระบบประกันสังคม

กระทั่งเข้าสู่ระบบประกันสังคมก็ดูเหมือนว่าระบบจะไม่เอื้อต่อพวกเขาเท่าไหร่ ? เพราะแม้แต่ แรงงานไทย ก็ยังพบปัญหาคล้าย ๆ กัน ทำให้ทั้งตัวแรงงานและนายจ้าง เกิดการตั้งคำถามขณะนั้นว่า ประกันสังคมอาจจะไม่ได้ให้อะไร ?

“ตัวคนงานเริ่มรู้สึกว่า ประกันสังคมมันอาจจะไม่ได้อะไร คือจ่ายเงินไปแล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไร และหลัง ๆ มา พอทำงานกับนายจ้างเพิ่มมากขึ้น ก็พบว่านายจ้างบางส่วนก็มีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน ก็คือเริ่มรู้สึกว่าถ้าไม่บังคับ เขาก็ไม่เข้า ไปซื้อประกันอื่นดีกว่า ซื้อประกันเอกชนดีกว่า เราพบว่าเริ่มเห็นกระแสเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น”

อดิศร เกิดมงคล

โดยเฉพาะปัจจุบัน อดิศร เห็นว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มมองว่าประกันสังคมไม่คุ้มที่จะเข้าร่วม จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้รู้สึกว่า ถึงเวลาที่จะต้องมาร่วมเป็นกรรมการประกันสังคม และในฐานะที่คนที่โตมากับประเด็นการเคลื่อนไหวเรื่องประกันสังคม โตมาในช่วงที่มีกลุ่มนักศึกษาและแรงงานออกมาผลักดันให้เกิดกฎหมายประกันสังคม และมองเห็นปรากฎการณ์นั้น พอมาทำงานได้พบกับรุ่นพี่ที่เขาเป็นคนผลักดันประกันสังคม ทำให้เข้าใจว่า

“เจตนารมณ์ของประกันสังคมต้องการสร้างระบบสวัสดิการที่เอื้อต่อแรงงาน เอื้อต่อคนทุกคน ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้การบริหารจัดการกองทุนมีความยั่งยืน”

“แต่ก็พบว่ายังมีเงื่อนไข มีความไม่ไม่สะดวกเต็มไปหมด เลยรู้สึกว่าอยากกลับไปที่หัวใจของระบบการสังคมเสียที ว่าควรเป็นอย่างไร และในระยะยาว จะอยู่กันยังไงต่อไป”

อดิศร เกิดมงคล

แนวโน้มสังคมสูงวัย ปัจจัยประกันสังคมสะดุด ?

อดิศร ยังมองว่า สถานการณ์ของสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลง และเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสูงสุด แนวโน้มคือมีผู้สูงอายุเพิ่ม ขณะที่อัตราการเกิดน้อยลง มาตั้งแต่ปี 2564 ทำให้อนาคตคนที่จะมาเป็นแรงงานหายไป ซึ่งกระทบต่อประกันสังคมอย่างแน่นอน เพราะไม่มีคนที่จะจ่ายสมทบประกันสังคม นี่จึงเป็นอีกโจทย์ที่มองว่า ไทยควรมีทางเลือกประกันสังคมที่ดีกว่านี้

“ในแง่ของความยั่งยืนเพื่อจะดูแลสิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการของผู้ประกันตน ว่าจะบริหารจัดการระบบประกันสังคมอย่างไร ให้ตอบโจทย์นี้ได้”

อดิศร เกิดมงคล

การเลือกตั้งบอร์ดเปิดทางแก้ปัญหา

แม้ว่าระบบประกันสังคมจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแต่ไม่ได้ดีอย่างก้าวกระโดด จากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมรอบที่ผ่านมาทำให้ประกันสังคมได้รับความสนใจมากขึ้น และเห็นการพัฒนาในหลายประเด็น หลายเรื่องเป็น “ปัญหาน้ำท่วมปาก” ของผู้ประกันตน หรือนายจ้าง ก็ถูกหยิบมาพูดถึงมากขึ้น

จากที่ในอดีตไม่มีการเลือกตั้งแต่เป็นการคัดสรรสหภาพแรงงานเข้ามา ทำให้โอกาสการสะท้อนปัญหาของผู้ประกันตน หรือนายจ้างมีน้อย จึงร่วมผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งขึ้น

ส่วนเหตุผลที่ลงสมัครเป็นกรรมการฝ่ายนายจ้างนั้น อดิศร บอกว่า มีรูปแบบต่างจากผู้สมัครคนอื่น แม้ในทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะมีตัวแทนนายจ้างที่หลากหลาย เช่น ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งสะท้อนภาพโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนไป โดยนายจ้างบางคนอาจมีสถานะเป็นทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนด้วยก็ได้ ดังนั้นในทีมจะมีผู้สมัครที่ถนัดกันคนละมิติ คนละมุมมอง

“สิ่งหนึ่งที่เราคุยกันว่าอยากเห็น คือ ความโปร่งใสของระบบประกันสังคม เพราะเป็นโจทย์ใหญ่ ที่พอเราไปรื้อระบบประกันสังคม จะเห็นทันทีว่ามีความไม่โปร่งใส อีกเรื่อง การบริหารจัดการกองทุน คือพอเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้ประกันตนลดลง จะบริหารจัดการเงินอย่างไร ในฐานะที่ทั้งเคยเป็นลูกจ้าง เคยเป็นผู้ประกันตน และเป็นนายจ้างด้วย ก็รู้สึกว่าจะทำอย่างไรให้เงินที่จ่ายสมทบไปทั้ง 2 ฝ่ายถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” 

อดิศร เกิดมงคล

เงินคลอดบุตร – เงินชราภาพ โจทย์ประกันสังคมก้าวหน้า

อดิศร ยังเผยว่า ประเด็นที่เป็นนโยบายร่วมของกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า คือ สิทธิประโยชน์ที่ต้องไปควบคู่กัน เช่น กรณีการคลอดบุตร ปัจจุบันการคลอดบุตรของผู้ประกันตนยังเป็นระบบที่จะต้องจ่ายเงินไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกประกันสังคม

“เราพบปัญหาว่าแรงงานจำนวนมาก ที่ไม่ได้มีเงินก้อนเอาไว้คลอดบุตร ทำให้ต้องไปกู้ยืมเงินแล้วก็เป็นหนี้ กลายเป็นหนี้สะสมไปมันก็มีปัญหาแบบนี้เราก็เลยคิดว่าอาจจะต้องผลักดันเรื่องนี้”

อดิศร เกิดมงคล

สำหรับเงินชราภาพในระยะยาว อดิศร มองว่า เป็นอีกโจทย์ใหญ่ของประกันสังคม โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการกองทุน ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับความโปร่งใสและการตรวจสอบได้

ส่วนปัญหาระบบบริการของประกันสังคมที่ทั้งลูกจ้างและนายจ้างมักประสบร่วมกัน โดยเฉพาะกรณีผู้ประกันตนเจ็บป่วยแล้วต้องรอรับบริการเป็นเวลานาน พบว่า เมื่อผู้ประกันตนไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลแล้วต้องรอนานหลายชั่วโมง คำถาม คือ จะทำอย่างไร ? ให้ระบบบริการมีความเป็นมิตร สะดวก และดูแลผู้ประกันตนได้ดีกว่านี้ เพราะเมื่อผู้ประกันตนได้รับการดูแลที่ดี ผลิตภาพของแรงงานและนายจ้างก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

ตั้งคำถาม ‘แรงงานข้ามชาติ’ เข้าไม่ถึงประกันสังคม 

อดิศร ตั้งคำถามถึง การเข้าถึงระบบประกันสังคมของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถเลือกตั้งกรรมการผู้แทนผู้ประกันตนได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติทุกสัญชาติ รวมถึงชาวต่างชาติที่เป็นผู้ประกันตน ประมาณ 1.6 ล้านคน ขณะที่ตัวเลขที่ควรจะเป็นอาจอยู่ที่ราว 2-3 ล้านคน จึงเป็นคำถามสำคัญว่าทำไม ? แรงงานจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ 

“ต้องพิจารณาว่ามีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการหรือการเชื่อมโยงข้อมูลตรงไหนบ้าง และควรชวนทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ ผู้ประกันตน และนายจ้าง มาร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อให้มีผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นและทำให้ระบบประกันสังคมมีความยั่งยืนมากขึ้น”

อดิศร เกิดมงคล

รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยน ประกันสังคมก็ต้องยกเครื่อง

เมื่อถามถึงความท้าทายของระบบประกันสังคมในยุคสังคมสูงวัย อัตราการเกิดลดลง รวมถึงความเชื่อมั่นของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อกองทุนประกันสังคม อดิศร ยอมรับว่า ปัจจัยสำคัญไม่ได้มีเพียงโครงสร้างประชากร แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานด้วย

ปัจจุบันเกิดรูปแบบการจ้างงานใหม่จำนวนมาก เช่น แรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 และส่วนใหญ่ถูกผลักไปอยู่ในมาตรา 40 แต่ระบบมาตรา 40 เองก็มีปัญหา

“ตัวเลขผู้ขึ้นทะเบียนมาตรา 40 มีประมาณ 10 ล้านคน แต่ผู้ที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องจริงมีเพียงราว 1 ล้านคนเท่านั้น หมายความว่าคนหายออกจากระบบจำนวนมาก จึงต้องตั้งคำถามว่าปัญหาเกิดจากการออกแบบระบบหรือการบริหารจัดการหรือไม่ เพราะเหตุใดคนที่เคยเข้าระบบจึงทยอยออกไป”

อดิศร เกิดมงคล

รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าระบบประกันสังคมไม่ตอบโจทย์ทั้งการดำเนินชีวิตและการวางแผนทางการเงิน จึงเลือกใช้เครื่องมืออื่นในการออมและสร้างหลักประกันแทน ดังนั้นเมื่อรูปแบบการจ้างงานและรูปแบบการผลิตเปลี่ยน ระบบประกันสังคมก็ควรได้รับการยกเครื่องใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเห็นตรงกัน

ส่วนคำถามที่ได้รับ หลังประกาศลงสมัครเป็นกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ทั้งที่ทำงานด้านแรงงานมาโดยตลอด และหลายคนคาดหวังให้ลงสมัครในฝ่ายผู้ประกันตน อดิศร จึงให้เหตุผลสำคัญ คือ โครงสร้างแรงงานในปัจจุบันเปลี่ยนไป การกำหนดนโยบายจึงควรเปิดพื้นที่ให้คนจากรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลายเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง นายจ้าง หรือแรงงานรูปแบบใหม่ เพื่อสะท้อนปัญหาและร่วมกันออกแบบระบบประกันสังคม

“จุดเด่นของทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือ เราไม่ได้มองนายจ้างกับลูกจ้างเป็นคู่ขัดแย้งที่ต้องเผชิญหน้ากันตลอดเวลา แต่เชื่อว่ายังมีประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีฉันทามติร่วมกัน และสามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของระบบประกันสังคมได้”

อดิศร เกิดมงคล

อดิศร เผยว่า แม้มีความกังวลจากบางฝ่ายว่าหากทีมเดียวกันได้รับเลือกทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง อาจนำไปสู่การครอบงำการบริหารประกันสังคม แต่ยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความรับผิดชอบต่อความไว้วางใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และทุกการตัดสินใจต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบประกันสังคมอย่างรอบคอบ แต่หากทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับเลือกทั้งจากฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง อาจเป็นมิติใหม่ของการบริหารประกันสังคม ที่เน้นการหาฉันทามติและร่วมกันแก้ปัญหา มากกว่าการเผชิญหน้าระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสองฝ่ายเหมือนที่ผ่านมา

สิทธิแรงงานข้ามชาติ ควรอยู่ตรงไหน ? ในระบบประกันสังคม

สำหรับโจทย์ปัญหาแรงงานข้ามชาติในระบบประกันสังคม จะมีแนวทางอย่างไร ? ให้คนกลุ่มนี้ได้รับสวัสดิการที่เหมาะสมกับเงินสมทบที่จ่าย อดิศร มองว่า ความท้าทายสำคัญมีอยู่ 2 ด้าน คือ การเข้าถึงสิทธิ และ ระบบการให้บริการของภาครัฐ

แม้กฎหมายจะกำหนดให้แรงงานข้ามชาติที่เป็นผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับแรงงานไทย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีอุปสรรคหลายประการ ตั้งแต่เงื่อนไขด้านเอกสาร ความเข้าใจของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ไปจนถึงขั้นตอนของระบบราชการ

“สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแทบไม่ต่างกัน เพราะเมื่อเข้ามาเป็นผู้ประกันตนแล้วก็ถือเป็นคนทำงานเหมือนกัน แต่ปัญหาอยู่ที่การเข้าถึงสิทธิซึ่งยังมีเงื่อนไขด้านเอกสาร ขั้นตอนราชการ รวมถึงทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐและการให้บริการที่ยังเป็นอุปสรรค”

อดิศร เกิดมงคล

อดิศร ยังเห็นว่า หากมีผู้ที่เข้าใจปัญหาของแรงงานข้ามชาติและรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลายเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ก็จะช่วยผลักดันให้ระบบบริการของประกันสังคมค่อย ๆ ปรับตัวและตอบสนองต่อผู้ประกันตนได้ดียิ่งขึ้น

“ผมมีความหวังว่าจะสามารถทำให้ระบบประกันสังคมเป็นประโยชน์กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแรงงานในระบบ แต่รวมถึงแรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ และแรงงานกลุ่มอื่น ๆ ที่ปัจจุบันยังอยู่นอกระบบประกันสังคม”

อดิศร เกิดมงคล

แต่ในระยะยาว อดิศร เห็นว่า ควรผลักดันให้แรงงานทุกกลุ่มสามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้มากขึ้น พร้อมกับคำนึงถึงบทบาทของนายจ้างและผู้ประกอบการในฐานะผู้ร่วมส่งเงินสมทบ เพื่อให้ระบบมีความครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต

ประกันสังคมดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ยังสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ไม่สำเร็จ

จากการพูดคุยกับประชาชนในการลงพื้นที่ของ The Active พบว่า คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานบางส่วนยังไม่เข้าใจระบบประกันสังคม ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนเองอยู่ในมาตราใด หรือความแตกต่างของมาตรา 33, 39 และ 40 คืออะไร ?

อดิศร มองว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบเพียงอย่างเดียว แต่คือ การสื่อสารที่ยังไม่สามารถทำให้ผู้คนเห็นคุณค่าของประกันสังคมได้ ประกันสังคมถูกออกแบบมาเพื่อเป็นหลักประกันตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่การคลอดบุตร การรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การว่างงาน ไปจนถึงเงินชราภาพไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือกรณีคลอดบุตร สิทธิรักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เงินว่างงาน หรือเงินชราภาพ ทุกอย่างมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าในอนาคตจะไม่ถูกทอดทิ้ง

พร้อมยังชี้ว่า สิ่งที่แรงงานรุ่นใหม่ควรเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิ แต่คือการมีส่วนร่วมในการทำให้ระบบประกันสังคมเข้มแข็ง ปัญหาใหญ่ของสำนักงานประกันสังคม คือ การสื่อสารที่ยังไม่สามารถอธิบายให้คนรุ่นใหม่เข้าใจทั้งประโยชน์ของระบบและวิธีการเข้าถึงสิทธิได้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาการสื่อสารมักใช้ ภาษากฎหมายและศัพท์ทางเทคนิคเป็นหลัก ทำให้ผู้ประกันตนจำนวนมากสับสนตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของมาตราต่าง ๆ หรือเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์

ยกตัวอย่างหลายคนเข้าใจผิดว่าจ่ายเงินสมทบแล้วสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ทันที ทั้งที่ประกันสังคมกำหนดเงื่อนไขให้ต้องส่งเงินสมทบครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก่อน จึงทำให้เกิดคำถามว่า “จ่ายแล้วทำไมยังใช้สิทธิไม่ได้” หลังการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม ควรมีการทบทวนยุทธศาสตร์การสื่อสารครั้งใหญ่ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจระบบประกันสังคมมากขึ้น

ปัญหาประกันสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจไม่ส่งเงินสมทบต่อ

อดิศร ย้ำถึงอีกเหตุผลที่ทำให้หลายคนมองไม่เห็นคุณค่าของประกันสังคม คือ ผู้ประกันตนแต่ละคนไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทุกประเภท จึงรู้สึกว่าตนเองจ่ายเงินสมทบไปโดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

เช่น คนที่ไม่มีลูกอาจไม่เคยใช้สิทธิกรณีสงเคราะห์บุตร หรือคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอาจไม่เคยใช้สิทธิรักษาพยาบาลตลอดหลายปีที่เป็นผู้ประกันตน เขาย้ำว่า ระบบประกันสังคมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนใช้ทุกสิทธิ หากออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทุกคนในอนาคต

ชวนใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม

ถึงตรงนี้ อดิศร อยากเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิรีบลงทะเบียนใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด (15 ก.ค. 2569) เพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของระบบประกันสังคมในอนาคต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ความคาดหวังของผู้ประกันตนและนายจ้างมีความหมายต่อการบริหารกองทุนมากขึ้น

“เป้าหมายของกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า คือ การทำให้คนธรรมดาที่จ่ายเงินสมทบทุกเดือน มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประกันสังคม เพราะผู้สมัครของเราส่วนใหญ่ก็เป็นคนธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือผู้ประกอบการรายเล็ก”

อดิศร เกิดมงคล

อดิศร ทิ้งท้ายว่า การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม จะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และทำให้ทุกเสียงถูกรับฟังอย่างมีความหมาย