“ยิ่งยากยิ่งต้องทำ” สุทธิชัย หยุ่น : ชีวิตคนบ้าข่าว เมื่อโลกแห่งเรื่องราว ไม่เคยหยุดอยู่แค่วัยเกษียณ

เมื่อโลกไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ละวันยังมีเรื่องราวให้ค้นหาเสมอ สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส คนข่าวมากประสบการณ์ ในวัยย่าง 80 ปี จึงยังสนุกกับความเปลี่ยนของโลกข่าวสารจนถึงทุกวันนี้ เพราะเชื่อว่าโลกนี้ยังต้องการนักสื่อสาร ที่ส่งต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้คนได้รับรู้

การทำงานอยู่ในวิชาชีพสื่อสารมวลชนมายาวนาน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี ไม่ได้เป็นอุปสรรคในฐานะของคนเลยวัยเกษียณ

อะไร ? ทำให้ สุทธิชัย ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงรอบตัวได้เสมอมา

คำตอบที่ได้เกิดขึ้นจากบทสนทนา “สุทธิชัย หยุ่น มนุษย์ 4 SPANS” ในงาน มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 “ลองGEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม” ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

4SPANS ในที่นี้มาจาก Health Span, Wealth Span, Skill Span และ Joy Span กว่าจะมาเป็นผู้สูงวัยที่ครบเครื่องได้ขนาดนี้ สุทธิชัยเล่าว่าตัวเองก็ฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาเหมือนกัน โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพที่เคยมีตั้งแต่วัยหนุ่ม

ทั้งเหล้า บุหรี่ กินอาหารไม่ดี นอนไม่เพียงพอ คือพฤติกรรมที่เขาทำมาต่อเนื่องในช่วงวัยทำงาน จากนั้นในวัย 35 ปี สภาพร่างกายก็เริ่มฟ้องและบ่งบอกว่าไม่เหมือนเดิม เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หมอจึงยื่นคำขาดว่า หากยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ยังไงก็ต้องมาเจอหมออีก

พอดิบพอดีกับตอนที่ สุทธิชัย ต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเวลา 1 เดือน มีทีมงานเข้ามาถามว่า มีข้อจำกัดเรื่องอาหารการกินอะไรไหม เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้ เขาจึงบอกไปว่า…

“ผมเป็นมังสวิรัติ”

คำพูดของหมอยังฝังใจจนทำให้ สุทธิชัย หักดิบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน พร้อมเปลี่ยนตัวเองเป็นมังสวิรัติทันที

“อาทิตย์แรกในแคนาดา เป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุด เพราะสิ่งที่ได้กินมีแค่สลัดผัก ขนมปัง ผลไม้ ความรู้สึกหิว และโหยทำเอาทรมานมาก”

สุทธิชัย หยุ่น

สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากความทรมานนั้น คือความรู้สึกเบาและสบาย สุทธิชัย เล่าว่า จากคอที่เคยเจ็บเพราะสูบบุหรี่ก็หายไป ร่างกายกระฉับกระเฉงมากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“กลับมาผมบอกแม่บ้านเลยนะว่า ต่อไปนี้ไม่เอาแล้ว ทั้งเนื้อ ข้าวมันไก่ ขาหมู อะไรที่ชอบทั้งหลายเอาแค่ผัก ปลา ตั้งแต่นั้นมาพอผมถึงอายุ 40-50 ผมรู้สึกเหมือนกับอายุกลับมา 20 กว่า เพราะว่าสุขภาพมันช่วย ถ้าจะหักดิบแบบนี้ อาทิตย์แรกนี่ตกนรกเลย แต่หลังจากนั้นคุณขึ้นสวรรค์แน่นอน

สุทธิชัย หยุ่น

พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปทำให้มักโดนล้อว่า “กินอาหารนก” เพราะกินอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ และกินเฉพาะผักเท่านั้น แต่ใครจะเชื่อว่าการกินแบบนี้ช่วยทำให้ตัวเองมีสุขภาพที่แข็งแรง จนมีแรงทำอะไรอื่น ๆ ได้มากมาย รับรู้ได้ว่าตัวเองรู้สึกคล่องแคล่วขึ้น มีเรี่ยวแรงขึ้น

“มันคือการที่ร่างกายคุยกับเรา เมื่อกินของที่มีประโยชน์ มีคุณภาพ ตั้งแต่ลิ้นไปจนถึงระบบขับถ่าย ร่างกายทั้งหมดจะตอบสนองเราเอง”

สุทธิชัย หยุ่น

  • พิธีกร : แสดงว่าที่ผ่านมาร่างกายอาจจะบอก แต่เราไม่ฟัง ?
  • สุทธิชัย : เพราะว่ามีลิ้นนี่แหละที่หลอกเรา เราชอบหวาน เค็ม แต่จริง ๆ ถ้าฝืนไปบ้าง เราจะไม่กลับไปกินแบบเดิมอีกเลย

เขายังยกคำพูดของ แจ็ค หม่า นักธุรกิจชื่อดังจากแดนมังกร ที่กลายเป็นแรงผลักดัน ขับเคลื่อนในชีวิต ทั้งในแง่การทำงาน และการดูแลสุขภาพก็เช่นกัน

“วันนี้จะเป็นวันที่ยาก วันพรุ่งนี้จะยากกว่านี้อีกหลายเท่า แต่วันมะรืนจะสุขใสสว่าง”

สุทธิชัย หยุ่น

ถ้าใครอยู่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ลองคิดแบบสุทธิชัยว่า พยายามกันอีกนิดเดียว ไม่กี่อึดใจก็จะถึงวันมะรืนแล้ว 

จากหนังสือพิมพ์ สู่ Live

“ผมเห็นมาตั้งแต่สงครามสงบ สงครามเย็น สงครามการค้า สงครามอิหร่าน จนมาถึงการวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบัน”

สุทธิชัย หยุ่น

ในฐานะของเบบี้บูมเมอร์ “รุ่นแรก” สุทธิชัย ผ่านช่วงเวลาที่โลกมีสงครามมาแล้วไม่รู้กี่รอบ นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขายังไม่หยุดเส้นทางนักข่าวของตัวเอง เพราะที่ผ่านมาก็ยังมีเรื่องราวให้ได้ติดตามอยู่เสมอ และเชื่อว่าในอนาคตก็ยังมีอะไรอีกมากมายรออยู่

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาผ่านมาแล้วทุกอย่างในแวดวงสื่อมวลชน ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ที่ยังใช้ตะกั่วเป็นตัวพิมพ์ ขยับมาเป็นพิมพ์ดีด ใช้เครื่องแฟกซ์ และแล้วก็มีคอมพิวเตอร์ มาถึงตอนนี้ที่แม้กระทั่งมือถือเครื่องเล็ก ๆ ก็ใช้ทำข่าวได้

“ถามว่าทำไมผมยังตื่นเต้นอยู่กับข่าว ก็เพราะว่าผมสามารถจะเห็นข่าว ติดตามข่าว เขียนข่าวผ่านมือถือภายในเวลาไม่กี่นาที แต่สิ่งเดียวกันที่ทำ 5 นาทีในวันนี้ สมัยก่อนต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง”

ในเมื่อมีเครื่องมือที่ทำให้การรายงานข่าวเกิดขึ้นภายในหลักนาทีได้ สุทธิชัย จึงมองว่าถ้าปล่อยให้เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ก็รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรบางอย่างไป เหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ทำหน้าที่นักข่าวที่ทุ่มเทมานาน

  • พิธีกร : คุณสุทธิชัยอยู่ในโลกที่มันเปลี่ยนบ่อย ๆ ไม่เบื่อเหรอครับ บางทีเราจะรู้สึกว่า เพิ่งรู้เรื่องนี้เอง เอ้า! เปลี่ยนอีกแล้ว เราต้องเรียนรู้ใหม่เรื่อย ๆ ทำไมยังสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
  • สุทธิชัย : เพราะว่าคนชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ (หัวเราะ) เมื่อวานนี้แกพูดแบบนี้ แล้วอีกวันหนึ่งก็เปลี่ยน เราก็สงสัยว่าทำไมเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของผู้นำโลกคนสำคัญอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นอีกแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่ทำให้ สุทธิชัย มีแรงทำงานเป็นนักข่าวต่อไป เพราะในเมื่อสถานการณ์โลกไม่เคยอยู่นิ่งเฉย ก็เป็นหน้าที่ของนักข่าวที่ต้องรายงานความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

“ความอยากรู้” คือ สิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะชีวิตของคนที่เป็นนักข่าวมาหลายปีแบบสุทธิชัย สิ่งนี้ทำให้เขามีชีวิตชีวา มีแรงกระตุ้นให้ได้ทำงานอยู่เสมอ

“ไม่ใช่สอดรู้สอดเห็นนะ แต่อยากรู้อยากเห็น แปลว่ามันเป็นประโยชน์และมันมีผลต่อชีวิต อาจจะเอาไปใช้ในการทำงาน อาจจะตัดสินใจซื้อหุ้น ไม่ซื้อหุ้น”

สุทธิชัย หยุ่น

สุทธิชัย ยังพาย้อนไปถึงสมัยก่อนที่ทำข่าวเรื่อง สงครามอ่าวเปอร์เซีย เมื่อช่วง ค.ศ.1991 โดยในช่วงเวลานั้นเขาจำได้ว่า ตัวเองก็ไม่ได้มีข้อมูลหรือความรู้เรื่องนี้เยอะมาก แต่เมื่อไม่รู้ก็ต้องค้นคว้าหนักขึ้น หาข้อมูลให้เยอะขึ้น ขณะเดียวกันคนในสังคมในช่วงเวลานั้นก็ไม่สนใจเรื่องสงครามมากพอ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองต้องกระจายเรื่องนี้เพื่อให้คนเข้าใจมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ทำให้ สุทธิชัย รู้สึก “ใจฟู” ตลอดการทำงานเป็นนักข่าวนั้น ไม่ใช่การที่ได้รับคำชมจากคนใหญ่คนโต เพราะเขามองว่าพวกนักธุรกิจ นักการเมือง คือกลุ่มคนที่ต้องติดตามข่าวเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับอาชีพตัวเอง แต่กลับกลายเป็นคนทั่ว ๆ ไปที่ทำให้เขามองว่าตัวเองได้ทำหน้าที่นักข่าวสำเร็จแล้ว

“ผมเดินไปโรงแรมแล้วมีเด็กที่เปิดประตูทักว่า คุณสุทธิชัยครับ ผมติดตามอยู่นะครับ ผมใจฟูเลย เพราะแปลว่าคนทั่วไปที่ติดตามข่าวสาร เขาก็ได้ประโยชน์จากที่พวกเราทำงาน ถือว่าผมทำหน้าที่สมบูรณ์”

สุทธิชัย หยุ่น

อยู่อย่างไรให้จอยในวัยใกล้ 80

สิ่งสำคัญที่ทำให้นักข่าวคนนี้มีแรงทำงานต่อได้ ก็คือเสียงตอบรับจากผู้ฟัง สุทธิชัย บอกเลยว่าสมัยก่อนจะมีผู้ฟังทางบ้านส่งจดหมายถึงบรรณาธิการ ซึ่งก็นาน ๆ มาที แต่มาในยุคโซเซียลฯ ที่มีพื้นที่ให้เขาได้ทำรายการสดเป็นของตัวเองผ่านการไลฟ์ในช่องยูทูป Sutichai live การได้เห็นคอมเมนต์ทันที หรือแม้กระทั่งการกดหัวใจ กดไลก์ ก็เป็นความสุขของเขาเช่นกัน

การได้เห็นข้อความจากผู้ฟังมากมาย คือความสุขอย่างหนึ่งที่ทำให้อยากทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เรียกได้ว่า จอยสแปน (Joyspan) ของตัวเองก็ว่าได้

พอมีแรงทำงาน ก็มีแรงเติมไฟให้ตัวเอง สุทธิชัย เล่าว่า การทำงานคือการช่วยเติมเต็มความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง 

“ผมเคยสอนนักข่าวหน้าจอว่า เวลาเราพูดอะไร เราต้องคิดอยู่เสมอว่าคนที่ฟังอาจจะมีคนหนึ่งเป็นด็อกเตอร์ อีกคนเป็นคนขับแท็กซี่ อีกคนเป็นแม่บ้าน ถ้าสามคนนี้นั่งฟังพร้อมกัน จะทำอย่างไรให้สนุกได้อย่างเหมือนกัน ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย”

สุทธิชัย เชื่อว่าทุกข่าวมีประโยชน์กับทุกคน ยิ่งทุกวันนี้มีข่าวใหม่ ๆ ทุกวัน โลกนี้ยังมีเหตุการณ์อีกมากมายที่ให้ได้เรียนรู้กันอีก แถมก็เป็นเหตุการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น ยากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เลิก เพราะเหตุผลสำคัญ คือ เขายังยืนยันจะทำข่าวต่อไปต่างหาก

“ยิ่งยากยิ่งต้องทำ เพราะว่าถ้ามันง่าย ใคร ๆ เขาก็ทำไปแล้ว”

ถึงตรงนี้ สุทธิชัย ขอบคุณเหล่า คนบ้าข่าว ที่ติดตามกันตลอดมา พร้อมกับแนะนำให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองในแบบที่ถนัดกันไว้ ในเมื่อโลกยังดำเนินไปต่อ ตัวเราเองก็ต้องไปต่อเช่นกัน และในอนาคตก็จะมีเรื่องสนุกและท้าทายให้เราเผชิญกันอีกเยอะ…

Author

Alternative Text
AUTHOR

ณัฐริฎา ศิริสอน

หาตัวเองผ่านการเขียน