นับถอยหลัง 1 เดือนเข้าสู่สนามเลือกตั้ง กทม. ปัจจุบันแต่ละกลุ่ม แต่ละพรรคการเมือง ก็เริ่มทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัครท้าชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กันบ้างแล้ว
แต่การเลือกตั้งวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ที่จะถึงนี้ ไม่ได้มีเลือกแค่ใครจะมาเป็น ผู้ว่าฯ กทม. คนถัดไป แต่ยังมีการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันเดียวกันด้วย
The Active ชวนทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ที่ผ่านมาของ ส.ก. ซึ่งถือเป็นตัวแทนระดับเขตของชาว กทม. ผ่านข้อมูลการดำเนินงานในสภา กทม. ของ ส.ก. ชุดนี้ตลอด 4 ปี ซึ่งวิเคราะห์และรวบรวมโดย WeVis กลุ่มเทคโนโลยีเพื่อประชาสังคม และผ่านบทสัมภาษณ์ รศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงบทบาท ส.ก. ที่ควรรักษาไว้ และควรปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเมืองต่อไป
4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565 – 2569) ส.ก. ทำอะไรในสภาบ้าง ?
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 6 พ.ศ. 2562 ระบุถึงหน้าที่ของสภากรุงเทพฯ เช่น
- มาตรา 29 สภา กทม. มีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยาบรรณของ ส.ก. ข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของ ประธานสภา กทม. รองประธานสภา กทม. และคณะกรรมการสามัญหรือวิสามัญของสภา กทม. วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างข้อบัญญัติ การเสนอญัตติ การปรึกษา การอภิปราย การลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นอันเป็นหน้าที่ของสภา กทม.
- มาตรา 36 ในที่ประชุมสภา กทม. สมาชิกย่อมมีสิทธิตั้งกระทู้ถามผู้ว่าฯ กทม. ในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของ กทม. แต่ผู้ว่าฯ กทม. ย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบเมื่อเห็นว่าเรื่องนั้น ๆ ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของ กทม.
- มาตรา 38 วรรค 1 สภา กทม. มีอำนาจเลือก ส.ก. ตั้งเป็นคณะกรรมการสามัญของสภา กทม. และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็น ส.ก. หรือมิได้เป็น ส.ก. ตั้งเป็นคณะกรรมการวิสามัญของสภา กทม. เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กทม. แล้วรายงานต่อ สภา กทม.
- มาตรา 104 ภายใต้บังคับ ม.106 ในกรณีที่สภา กทม. เห็นชอบด้วยกับร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ให้สภา กทม. เลือกคณะกรรมการวิสามัญตามมาตรา 39 เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายนั้นตามข้อบังคับของสภา กทม. และให้ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้
นำมาสู่การสรุปหน้าที่ ส.ก. ในสภาได้ 4 หน้าที่ ได้แก่
- ตรวจสอบและติดตามฝ่ายบริหาร
- ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะกับฝ่ายบริหาร โดยตั้งกรรมการสามัญและวิสามัญ
- เสนอและพิจารณาข้อบัญญัติ
- พิจารณางบประมาณ
โดย WeVis ได้นำหน้าที่ดังกล่าว มาเชื่อมโยงกับข้อมูลกลไกในสภา กทม. ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสภา กทม. (bmc.go.th) จากนั้นนำไปตรวจทานกับ ส.ก. อีกที
จากนั้นทำการนับจำนวนเรื่องของแต่ละกลไก ตามจำนวนเอกสารที่ปรากฎ เช่น 1 กระทู้ หรือ 1 ญัตติ จะมี 1 เอกสารที่ต้องยื่นให้สำนักเลขานุการสภา กทม. เช่น
- [กระทู้] สอบถามกรณีเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างและขยายทางหลวงท้องถิ่นในพื้นที่เขตทุ่งครุและเขตข้างเคียง
- [ญัตติ] ขอให้กรุงเทพมหานครเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
ยกเว้นการนับจำนวนเรื่องของคณะกรรมาธิการสามัญ เนื่องจากแต่ละคณะจะมีรายงานผลการดำเนินการปีละ 1 เล่ม/คณะ ตัวอย่างเช่น
- [คกก.สามัญ] สรุปผลงาน คกก.การปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย ประจำปี 2568
ซึ่งภายในเล่มจะแบ่งผลการดำเนินงานเป็นหัวข้อย่อย จึงนับจากหัวข้อเหล่านี้แทน โดยไม่นับรวมผลงานของคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม เนื่องจากเป็นงานเชิงธุรการ ไม่ใช่เชิงเนื้อหา และไม่นับรวมผลงานของอนุคณะกรรมการ เนื่องจากรูปแบบการรายงานส่วนนี้ของแต่ละคณะกรรมการมีความแตกต่างกันมาก และไม่ได้มีการรายงานครบทุกคณะกรรมการ และทำการแบ่งประเภทแต่ละเรื่องว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นอะไรบ้าง
สำรวจข้อมูลเรื่องที่ ส.ก. เสนอในสภา กทม. โดย WeVis เพิ่มเติมได้ที่ link.wevis.info/bmcdata
โดยสรุปแล้ว สภา กทม. มีกลไกที่ใช้ได้และมีจำนวนเรื่อง / ฉบับ ดังนี้
- ตั้งกระทู้ถาม 130 เรื่อง (ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเฉพาะเขต)
- เสนอญัตติ 211 เรื่อง (เรื่องที่ครอบคลุมทั้ง กทม.)
- ศึกษา สอบสวน ติดตามเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กทม. 386 เรื่อง
- ศึกษาเรื่องทั่วไป 35 เรื่อง
- ศึกษาร่างข้อบัญญัติ 31 ฉบับ
- เสนอร่างข้อบัญญัติ 14 ฉบับ
- ผลการลงมติ สภา กทม. ไม่เปิดเผยข้อมูล
- ปรับ ลด และอนุมัติงบฯ ราว 90,000 ล้านบาท/ปี

ข้อมูลดังกล่าวมีข้อสังเกตว่า กลไกการตั้งกระทู้ถามส่วนใหญ่จะใช้กับเรื่องเฉพาะเขต ในขณะที่กลไกเสนอญัตติจะเป็นเรื่องที่ครอบคลุมทั้ง กทม.
4 ปีที่ผ่านมา สภา กทม. กลับมีการเสนอร่างข้อบัญญัติเพียง 14 ฉบับเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับกลไกอื่น ๆ รศ.พิชญ์ ระบุว่า การดูเพียงจำนวนข้อบัญญัติอาจยังไม่เพียงพอ เพราะต้องดูว่าเป็นข้อบัญญัติประเภทใด และในความเป็นจริง กทม. ก็มีข้อบัญญัติเดิมรองรับการบริหารราชการอยู่จำนวนมาก จึงไม่ได้คาดหวังว่าต้องมีการออกข้อบัญญัติใหม่เสมอไป แต่สิ่งที่ต้องดูลึก คือ มีการถกเถียงเรื่องข้อจำกัดในข้อบัญญัติเก่าแค่ไหน และประเด็นที่จะเห็นบ่อยคือข้อถกเถียงที่ค้านกับความเข้าใจของผู้คน เช่น เรื่องห้องเรียนปลอดฝุ่น หรือการทำให้บางเรื่องช้าลง
นอกจากนี้จะเห็นว่าสภา กทม. ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงมติ รศ.พิชญ์ ชี้ว่า ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าสามารถแก้ไขข้อบัญญัติหรือระเบียบในส่วนไหน แต่เป็นเรื่องควรจะต้อง “กดดัน” ว่า ส.ก. เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ระเบียบในส่วนนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
ตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับ กทม. – บทบาทของ ส.ก. นอกสภา
บทบาทหน้าที่ของ ส.ก. ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสภา หรือดำเนินการผ่านกลไกสภา กทม. เท่านั้น อ.รัฐศาสตร์ ระบุว่า ส.ก. ยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับระบบราชการของกรุงเทพมหานคร ส.ก. หลายคนมีทีมงานในพื้นที่ เชื่อมโยงกับประธานชุมชน หรือเครือข่ายคนในพื้นที่ คอยช่วยประสานงานตั้งแต่เกิดจนตาย คือ ตั้งแต่เรื่องเด็กเล็ก การเลี้ยงดู ศูนย์เด็กเล็ก หรือถ้ามีคนเสียชีวิตที่บ้าน บางครั้งครอบครัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องแจ้งใคร ต้องประสานตำรวจหรือแพทย์อย่างไร ส.ก. ก็เข้ามาช่วยดูแล ไปจนถึงร่วมงานศพ เป็นประธานในพิธีอย่างภาพคุ้นตาในกรุงเทพฯ ว่าวัดเล็ก ๆ ริมคลองหรือวัดชุมชน มักมีพวงหรีดจาก ส.ก. หรืออดีต ส.ส. ท้องถิ่นปรากฏอยู่เสมอ เพราะนี่คือความสัมพันธ์แบบใกล้ชิดระดับพื้นที่ ที่ผูกพันกับชีวิตประจำวันของคนเมืองนอกจากนี้ ในอดีต ส.ก. หรือ ส.ข. (สมาชิกสภาเขต) ยังทำหน้าที่ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เช่น ประสานเรื่องฉีดยุง ฉีดพ่นป้องกันโรค หรือจัดการปัญหาสุนัขจรจัดในชุมชน ซึ่งแม้ กทม. จะมีหน่วยงานดูแลอยู่แล้ว แต่การมีคนในพื้นที่คอยประสาน ก็ทำให้การทำงานเข้าถึงชุมชนได้เร็วขึ้น
“ฉะนั้นหน้าที่ ส.ก. นอกสภาก็คือดูแลพื้นที่ เชื่อมประสาน เพราะว่าสิ่งที่มันขาดหายไปในกรุงเทพฯ 2 เรื่องคือหนึ่ง กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เมือง 100% ฉะนั้นกำนันผู้ใหญ่บ้านไม่มีแล้ว ส.ก.ทำหน้าที่ลงไปถึงระดับนั้น สอง กรุงเทพฯ ยังต้องการคนเหล่านี้ที่จะเป็นตัวแทนของชุมชน แต่ว่าลักษณะการเป็นตัวแทนอาจจะไม่ได้คลุมทั้งหมดเพราะบ้านมีรั้ว คอนโดฯ อาจจะไม่ได้ค่อยพึ่งพา ส.ก. เท่าไหร่ เพราะว่าเขามีนิติบุคคลที่จะไปจัดการติดต่อกับเขตโดยตรง”
รศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
รศ.พิชญ์ ชี้ว่าข้อจำกัดของบทบาทการเป็นตัวแทนของ ส.ก. ไม่ได้ครอบคลุมคนกรุงเทพฯ ทุกกลุ่มเท่ากัน เพราะโครงสร้างการเมืองท้องถิ่นของ กทม. จริง ๆ แล้วยังมีอีกโครงสร้างหนึ่งที่หายไปนั่นคือ “ส.ข.” หรือสมาชิกสภาเขต ที่ยกเลิกไปหลังรัฐประหาร ทำให้บทบาทของ “พี่เลี้ยง” หรือคนกลางที่คอยเชื่อมระหว่างชุมชนกับผู้บริหารระดับเขตหายไปด้วย ทั้งที่เดิม ส.ข. ถือเป็นตัวแทนของชุมชนในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง
รศ.พิชญ์ อธิบายว่า ภูมิทัศน์ของคนเลือกตั้งในกรุงเทพฯ แบ่งได้เป็น 4+1 กลุ่ม ได้แก่ บ้านมีรั้ว คอนโดมิเนียม ชุมชน ตลาด-ตึกแถว และอีกกลุ่มคือ ประชากรแฝง ซึ่งมีอยู่กว่า 30% ของคนกรุงเทพฯ โดยใน “กลุ่มบ้านมีรั้วและคอนโดมิเนียม” คนจำนวนมากอาจไม่ได้พึ่งพาระบบเขตโดยตรง โดยเฉพาะคอนโดฯ ที่มีนิติบุคคลทำหน้าที่ประสานกับสำนักงานเขตอยู่แล้ว ส่วนบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ คนอยู่น้อย การเข้าถึงของ ส.ก. ก็มีจำกัด ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเรื่องบริการพื้นฐาน เช่น ขยะ หรือโครงสร้างพื้นฐานบางเรื่อง แต่สำหรับ “ชุมชนและตึกแถว” กลุ่มคนเมืองที่พึ่งพาบริการของ กทม. โดยตรง ส.ก. กลับมีบทบาทมากกว่า เพราะเมื่อเกิดปัญหาคนกลุ่มนี้ต้องวิ่งหากทม. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณสุข โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก การฝึกอาชีพ หรือบริการพื้นฐานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่แม้ว่า ส.ก. จะมีหน้าที่ในสภากรุงเทพมหานคร แต่คนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สภากรุงเทพฯ ทำงานอย่างไร เพราะไม่มีการติดตามอย่างจริงจัง ไม่มีโต๊ะข่าวกรุงเทพที่รายงานการเมืองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเหมือนการเมืองระดับชาติ
“ส.ก. หรือสมัยก่อน ส.ข. จึงเป็นคนที่เข้าถึงชุมชนได้ง่ายกว่า และเป็นที่รู้จักในพื้นที่มากกว่า เพราะชุมชนเมืองมีคนอยู่หนาแน่น เดินเข้าไปนิดเดียวก็เจอคนจำนวนมาก อีกทั้งหลายพื้นที่ก็ยังขาดแคลนการช่วยเหลือจากรัฐ”
รศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
10 ประเด็นที่ถูกพูดถึงในสภามากที่สุด
จากทั้งหมด 51 ประเด็น มี 10 ประเด็นที่ถูกพูดถึงในสภา กทม. มากที่สุด ดังนี้

| ประเด็น | ตั้งกระทู้ถาม | เสนอญัตติ | ศึกษาในคณะกรรมการ | เสนอร่างข้อบัญญัติ | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย การเงิน งบประมาณ | 8 | 13 | 74 | 6 | 101 |
| กิจการภายใน กทม. | 6 | 19 | 73 | 1 | 99 |
| มาตรฐานการก่อสร้าง | 8 | 22 | 27 | 2 | 59 |
| ขยะมูลฝอย | 3 | 10 | 29 | 0 | 42 |
| การระบายน้ำ | 14 | 13 | 12 | 0 | 39 |
| กีฬา | 5 | 5 | 28 | 0 | 38 |
| รถติด | 6 | 14 | 11 | 0 | 31 |
| อุบัติเหตุ | 6 | 13 | 11 | 0 | 30 |
| การพัฒนาชุมชน | 2 | 11 | 15 | 2 | 30 |
| ที่ดิน | 2 | 8 | 18 | 0 | 28 |
| ถนน | 12 | 11 | 4 | 0 | 27 |
ข้อมูลพบว่า สภามีการพูดคุยประเด็น ‘ค่าใช้จ่าย การเงิน งบประมาณ’ มากที่สุด จากการติดตามการใช้งบฯ ของสำนักต่าง ๆ และการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นงานพื้นฐานของ ส.ก. โดยเฉพาะการศึกษาในคณะกรรมาธิการทั้งสามัญและวิสามัญ
อีกประเด็นหนึ่งที่เยอะรองลงมาคือ ‘กิจการภายใน กทม.’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานของ กทม. ด้านบุคลากร โครงสร้างองค์กร อำนาจหน้าที่ (ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับประเด็นอื่นด้วย)
ประเด็นดังกล่าวจึงสะท้อนถึงบทบาทของ ส.ก. ทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงินและงบประมาณ รวมถึงการเสนอ ตรวจสอบ พัฒนาโครงสร้างภายใน กทม.
รศ.พิชญ์ มองเพิ่มเติมว่า ส.ก. มีหน้าที่อนุมัติงบประมาณของฝ่ายบริหาร และรูปธรรมที่สุดในการตรวจสอบ ที่สำคัญทิศทางของเมืองในปัจจุบันมีความพยายามพัฒนาสู่การเป็น “เมืองอัจฉริยะ” หรือ Smart City ที่เทคโนโลยีต่าง ๆ แก้ปัญหาเมือง และพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับใช้ปัญหาเมืองในระยะต่อไป สิ่งที่ตามมาของการใช้เทคโนโลยีคือการต้อง “จัดซื้อจัดจ้าง” ให้ได้เทคโนโลยีมากกว่าที่จะ “คิดค้นเอง” ทำให้เทคโนโลยีมีราคาแพง จึงเป็นประเด็นที่ทำให้ ส.ก. หยิบมาเป็นประเด็นการเมือง ถามถึงความคุ้มค่า
ประเด็นจำนวนมากเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน / สิ่งปลูกสร้าง
ประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นจำนวนมากในสภา คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยมีสัดส่วนที่สูงในกลไก ‘ตั้งกระทู้ถาม’ เช่น ประเด็นมาตรฐานการก่อสร้างในโครงการต่าง ๆ ปัญหาหารระบายน้ำ ตัวอย่างเช่น
- [กระทู้] ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตยานนาวา (category: ถนน, การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการระบายน้ำ)
ในการประชุมสภา กทม. เมื่อ 24 เม.ย. 2569 ส.ก. เขตยานนาวา มีการตั้งกระทู้ถามผู้ว่าฯ กทม. เรื่อง “ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ในพื้นที่เขตยานนาวา” เนื่องจากการดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตยานนาวา 3 โครงการ ได้แก่ โครงการปรับปรุงผิวจราจรบนถนนพระรามที่ 3 (ช่วงจากแยกถนนตกถึงถนนเชื้อเพลิง), โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองช่องนนทรี และโครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา (บริเวณชุมชนโรงสี ถนนพระรามที่ 3) ที่ก่อสร้างมาระยะหนึ่งแต่ไม่แล้วเสร็จ นับเป็นการสะท้อนปัญหาจากพื้นที่ของตน

| ประเด็น | ตั้งกระทู้ถาม | เสนอญัตติ | ศึกษาในคณะกรรมการ | เสนอร่างข้อบัญญัติ | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| มาตรฐานการก่อสร้าง | 8 | 22 | 27 | 2 | 59 |
| การระบายน้ำ | 14 | 13 | 12 | 0 | 39 |
| ที่ดิน | 2 | 8 | 18 | 0 | 28 |
| ถนน | 12 | 11 | 4 | 0 | 27 |
| ทางเท้า | 11 | 9 | 3 | 0 | 23 |
| การปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างในโรงเรียน | 5 | 4 | 9 | 0 | 18 |
| การก่อสร้างโรงพยาบาล | 5 | 3 | 10 | 0 | 18 |
| รถไฟฟ้า | 4 | 4 | 7 | 0 | 15 |
| อาคาร | 6 | 1 | 8 | 0 | 15 |
| สะพาน/ทางด่วน | 4 | 1 | 6 | 0 | 11 |
| ไฟฟ้าสว่าง | 4 | 2 | 4 | 0 | 10 |
| กล้องวงจรปิด | 0 | 2 | 8 | 0 | 10 |
| การปรับปรุงภูมิทัศน์ | 4 | 3 | 0 | 0 | 7 |
| เขื่อน | 3 | 0 | 4 | 0 | 7 |
| สายไฟ | 2 | 2 | 0 | 0 | 4 |
| โครงสร้างใต้ดิน | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 |
รศ.พิชญ์ ชี้ว่า การทำงานของ ส.ก. โดยส่วนใหญ่มักจะคำนึงถึงปัญหาภายในพื้นที่เขตของตน เพื่อนำไปสู่การแก้ไข เช่น สะพาน ถนน มากกว่า เนื่องจากปัญหาเหล่านี้สะท้อนมาจากเสียงของคนในพื้นที่
ประเด็นอีกจำนวนไม่น้อย เป็นปัญหาที่ชาว กทม. คุ้นเคยกันดี
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเป็นปัญหาซ้ำ ๆ ที่ชาว กทม. คุ้นเคยดี เนื่องจากยังแก้ปัญหาไม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เช่น
- [ญัตติ] ขอให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบนถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (category: รถติด, มลพิษทางอากาศ และมลพิษทางเสียง)

| ประเด็น | ตั้งกระทู้ถาม | เสนอญัตติ | ศึกษาในคณะกรรมการ | เสนอร่างข้อบัญญัติ | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| ขยะมูลฝอย | 3 | 10 | 29 | 0 | 42 |
| รถติด | 6 | 14 | 11 | 0 | 31 |
| อุบัติเหตุ | 6 | 13 | 11 | 0 | 30 |
| มลพิษทางอากาศ | 5 | 6 | 14 | 0 | 25 |
| น้ำท่วม | 4 | 5 | 11 | 0 | 20 |
| มลพิษทางเสียง | 1 | 1 | 3 | 0 | 5 |
ภาพ ส.ก. ในอุดมคติ กับการเป็น “ผู้แทนสะท้อนเรื่องในเขต”
รศ.พิชญ์ มองว่า เรายังไม่มี ส.ก. ที่ดีพอ และว่าที่ ส.ก. ในอนาคตควรจะพิจารณาว่าแต่ละเขตควรมีตัวแทนเฉพาะด้านอะไรบ้าง เช่น เขตปทุมวัน อาจมีตัวแทนคนพักอาศัยคอนโดฯ ผู้แทนร้านค้า หรืออย่าง เขตบางขุนเทียน อาจมีตัวแทนด้านชุมชนประมง แต่ปัจจุบันในมิติเหล่านี้ไม่ถูกมอง และปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ คนจะสนใจไปที่ตัวผู้ว่าฯ แต่สนใจ ส.ก. ที่เป็นฝ่ายติดตามตรวจสอบผู้ว่าฯ เพราะเราไม่พัฒนา ส.ก. ให้เป็นตัวแทนจริง ๆ ของเขตนั้น ๆ
“ยังดีว่า ส.ก. กับ ผู้ว่าฯ เลือกวันเดียวกัน แต่เราต้องฝากความหวังไว้กับสื่อฯ ว่าจะทำอย่างไรให้คนสนใจ ส.ก. มากขึ้น และออกไปเลือก ส.ก. และการพูดถึงความใฝ่ฝันของแต่ละเขตว่าอยากให้แต่ละเขตเป็นอย่างไร ผู้สมัคร ส.ก. ในเขตนั้น ๆ มีข้อเสนออะไรที่เขาจะไปช่วยปรับปรุงโครงสร้างของ กทม. ในเขต”
รศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
คนชายขอบใน กทม. ประชากรที่ยัง “ไร้เสียง”
กลุ่มคนชายขอบเป็นกลุ่มคนในสังคมที่ไม่ได้รับการดูแล ยังเข้าไม่ถึงทรัพยากร สิทธิสวัสดิการพื้นฐาน ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการพูดถึงกลุ่มคนเหล่านี้ในสภา กทม. ยังถือว่าน้อย โดยพบข้อมูลการพูดถึงดังนี้

- คนไร้บ้าน พบ 3 เรื่อง (category: ที่อยู่อาศัย) ได้แก่
- [ญัตติ] ขอให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
- [คกก.สามัญ] ติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการกลุ่มคนไร้บ้านและการปรับปรุงอาคาร 3 ชั้น บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
- [คกก.สามัญ] การขับเคลื่อนโครงการบ้านมั่นคงพลัส เพื่อยกระดับชีวิตคนชุมชนเมือง เดินหน้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย สร้างชุมชนที่มีคุณภาพ สร้างกรุงเทพฯ ที่ทุกคนอยู่ดี มีบ้านมั่นคง
- คนพิการ พบ 2 เรื่อง (category: คนพิการ) ได้แก่
- [กระทู้] ความคืบหน้าร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. …. ที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครขอคำรับรอง
- [ข้อบัญญัติ] ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. .…
- คนจนเมือง พบ 1 เรื่อง (category: ที่อยู่อาศัย) ได้แก่
- [ญัตติ] ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการช่วยเหลือและพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (ไม่ได้พูดถึงโดยตรงในหัวข้อ แต่พูดถึง คนรายได้น้อย ชุมชนแออัดในเอกสาร)
รศ. พิชญ์ มองว่า เป็นเรื่องปกติในสภา กทม. ที่ปัญหาคนชายขอบที่มักไม่ถูกพูดถึงมากนัก แต่จะเห็นว่า กทม. เป็นหน่วยงานที่ดูแลคนชายขอบเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารณสุข ที่เปิดให้คนนอกพื้นที่ หรือประชากรแฝงเข้ามาใช้บริการได้ การทำบัตรประชาชนที่พบว่ารวม 30-40% เป็นคนนอกเขตมาใช้บริการ แต่การหยิบยกประเด็นกลุ่มชายขอบไปพูดในสภาฯ อาจสะท้อนว่า ส.ก. อาจจะคำนึงถึงแต่ประเด็นของผู้มีสิทธิ์เลือกเขา และ ส.ก.ไม่ได้มองภาพรวมของกรุงเทพฯ มากนัก ถือเป็นสิ่งที่ต้องผลักดันในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยการหาเจ้าภาพในการทำให้ข้อถกเถียงในสภา กทม. เปิดกว้างและเข้าถึงได้มากขึ้น และไม่ใช่แค่การเปิดเผยข้อมูล แต่คือการเปิดพื้นที่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้จริง
คอร์รัปชัน ปัญหาที่ยังอยู่ใต้พรมสภา กทม. ?
ในการเลือกตั้งระดับชาติเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลายพรรคการเมืองประกาศชูนโยบายปราบทุนเทา ต้านทุจริต ในหลายพรรคการเมือง
อย่างไรก็ตาม บทบาทการตรวจสอบการบริหารงานของผู้ว่าฯ กทม. โดยเฉพาะในประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการคอร์รัปชัน กลับไม่ค่อยปรากฏให้เห็นชัดเจน

ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าไม่ปรากฏคำว่า ‘ทุจริต’ ‘คอร์รัปชัน’ และ ‘สินบน’ ในชื่อเรื่อง สะท้อนถึงการไม่พูดถึงปัญหานี้โดยตรง แต่อาจมีการอภิปรายประเด็นดังกล่าวแทรกอยู่ในเรื่องอื่น ๆ เช่น การติดตาม ตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานและโครงการต่าง ๆ เช่น
- [ญัตติ] ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานครในการจัดงานลักษณะกิจกรรมต่าง ๆ (Organizing event)
- ข้อเสนอแนะจากผลงาน คกก.สามัญ เกี่ยวกับการติดตามงบ ซึ่งมีลักษณะกว้าง ๆ เช่น “..สำนักการศึกษาควรมีมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและป้องกันปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอน..”
รศ.พิชญ์ ชี้ว่า ปัญหาสำคัญของการถกเถียงเรื่อง ส.ก. ในปัจจุบัน คือ การถูกทำให้เหลือเพียงคำถามว่า ควรอยู่ฝ่ายเดียวกับผู้บริหาร หรือ ควรทำหน้าที่ฝ่ายค้านคอยคัดค้านผู้บริหารกันแน่ ทั้งที่ในความเป็นจริง ต่อให้ ส.ก. อยู่ฝ่ายเดียวกับผู้ว่าฯ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากอยู่คนละฝ่ายก็ไม่ได้แปลว่าความขัดแย้งนั้นจะสร้างสรรค์เสมอไป จำเป็นต้องมีกลุ่มคอยติดตาม คอยกดดันให้วาระของเมืองเดินต่อไปด้วย เราคาดหวังการทำงานแค่ ส.ก. กับฝ่ายบริหารไม่ได้
นอกจากนี้ รศ.พิชญ์ ยังกล่าวถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นหลังการหายไปของ ส.ข. ซึ่งทำให้การตรวจสอบผู้อำนวยการเขตอ่อนแอลง และประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการให้มีเลือกตั้ง ผอ.เขต แต่คือการทำให้ประชาชนในพื้นที่มีสิทธิมีเสียงในการประเมินว่า บุคคลนั้นเหมาะสมกับการบริหารพื้นที่ของตนเองหรือไม่
แก้ปัญหา กทม. ไม่ใช่แค่การ “เพิ่มอำนาจ”
รศ.พิชญ์ เสนอว่า การแก้ปัญหาโครงสร้างกรุงเทพฯ อาจไม่ได้อยู่แค่เรื่องเพิ่มอำนาจ ให้กรุงเทพมหานคร หรือการต้องเลือกตั้ง ผอ.เขตเท่านั้น แต่ต้องกลับไปคิดเรื่องการออกแบบตัวแทนเพราะที่ผ่านมา ส.ข. หายไป ทำให้ระดับพื้นที่ขาดกลไกตัวแทนที่เชื่อมโยงประชาชนกับการบริหารเมือง โดยยกตัวอย่าง “เขตบางนา” ที่มี ส.ก. คนเดียว แต่ถ้าข้ามไปยังพื้นที่เทศบาลขนาดเล็กอย่างเทศบาลตำบลด่านสำโรง พื้นที่เมืองเหมือนกัน กลับมีสมาชิกสภาท้องถิ่นจำนวนมากกว่า มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จัดเก็บรายได้เอง ดูแลปัญหาเฉพาะหน้าได้ละเอียดกว่า แต่โมเดลเทศบาลขนาดเล็กก็มีข้อจำกัดเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่รอบกรุงเทพฯ อย่าง สมุทรปราการ นนทบุรี หรือปทุมธานี ที่เต็มไปด้วยหน่วยปกครองขนาดเล็กจำนวนมาก ทั้ง อบต. เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร ทำให้การบริหารจัดการภาพรวมขาดเอกภาพ
เมื่อถามถึงบทบาทของ ส.ก. นอกสภา โดยเฉพาะกรณีการรับเรื่องร้องเรียนในหมู่บ้านเอกชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม แต่กรุงเทพมหานครไม่สามารถนำงบประมาณหรือเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลือได้โดยตรง เพราะติดข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เอกชน รศ.พิชญ์ มองว่า เรื่องนี้สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของกรุงเทพฯ เช่นกัน ปัญหาสำคัญของ ส.ก. คือการทำงานคนเดียวแต่ต้องรับบทหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
ส.ก.เป็นตัวแทนของแต่ละเขต แต่เราไม่ค่อยเห็น ส.ก. ที่เป็นภาพรวมของ กทม. อย่าง มหานครลอนดอน เขามีตำแหน่ง ส.ก. อีกแบบขึ้นมา คือ เลือกระดับเมือง แบ่งย่อยในแต่ละเขต และมีประมาณ 10 กว่าที่ที่เลือกในระดับเมือง คือเข้าไปในฐานะที่เข้าไปกำหนดติดตามประเด็นปัญหาทั้งเมือง แต่ของเราเป็นเขตใครเขตมัน ผมคิดว่าปัญหาของ ส.ก. ตอนนี้ คือ เขาทำงานคนเดียว
รศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
รศ.พิชญ์ ยังชี้ว่า ในอดีตเขตที่มีประชากรจำนวนมากโดยเฉพาะพื้นที่ชานเมือง เคยมี ส.ก. ได้มากกว่า 1 คน แต่ปัจจุบันเหลือเขตละ 1 คนเท่ากันทั้งหมด ทำให้เขตขนาดเล็กอย่างพระนคร มีจำนวน ส.ก. เท่ากับเขตขนาดใหญ่และมีประชากรมากอย่างสายไหมหรือหนองจอก หากจะปรับระบบตัวแทนใหม่ อาจต้องคิดถึงโมเดลคล้ายการเลือกตั้งระดับประเทศ ที่มีทั้งตัวแทนเขต และตัวแทนแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้มีคนทำหน้าที่ดูภาพรวมของกรุงเทพมหานครทั้งเมืองควบคู่กันไปด้วย

เนื้อหาเพิ่มเติม
- สำรวจข้อมูลเรื่องที่ ส.ก. เสนอในสภา กทม. โดย WeVis เพิ่มเติมได้ที่ link.wevis.info/bmcdata

