ภายหลังจากประเทศไทยมี พ.ร.บ.ประกันสังคม จากการต่อสู้ของชนชั้นแรงงาน ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา ในปี 2569 นี้ จะถือเป็นครั้งที่สองของประเทศไทย ที่มีการเลือกตั้ง “คณะกรรมการประกันสังคม” หรือ บอร์ดประกันสังคม เพื่อเป็นตัวแทนจากฝั่งผู้ประกันตนจำนวน 7 คน และตัวแทนจากฝั่งนายจ้างจำนวน 7 คน เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงให้แรงงาน กำหนดนโยบาย รวมถึงดูแลกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย อย่าง กองทุนประกันสังคม มูลค่ากว่า 3.3 ล้านล้านบาท ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตนทั่วประเทศ
แต่ก่อนจะไปถึงการเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย. 2569 นี้ ผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำเป็นต้องลงทะเบียนก่อน โดยล่าสุด สำนักงานประกันสังคม ได้ขยายเวลาลงทะเบียนถึงวันที่ 20 ก.ค. 2569 หากไม่ลงทะเบียนก่อน ก็จะไม่สามารถไปเลือกตั้งได้
บอร์ดประกันสังคม เป็นใคร มาจากไหน ต้องทำอะไรบ้าง ?
พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 (แก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับ พ.ศ. 2558) มาตรา 8 ระบุให้มี “คณะกรรมการประกันสังคม” หรือบอร์ดประกันสังคม ประกอบด้วย 3 ฝ่าย ได้แก่
- ผู้แทนฝ่ายรัฐ 7 คน โดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงแรงงาน, ผู้แทนกระทรวงการคลัง, ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย, ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข, ผู้แทนสํานักงบประมาณ และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
- ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน มาจากการเลือกตั้ง
- ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน มาจากการเลือกตั้ง
และมาตรา 9 ระบุว่าคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
- เสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการประกันสังคมต่อรัฐมนตรี
- พิจารณาให้ความเห็นในการตราพระราชกฤษฎีกา การออกกฎกระทรวง และระเบียบต่าง ๆ ต่อรัฐมนตรี
- วางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุน (โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง)
- วางระเบียบเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน (โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง)
- พิจารณางบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินของกองทุนและรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปีของสํานักงานในส่วนที่เกี่ยวกับการประกันสังคม
- ให้คําปรึกษาและแนะนําแก่คณะกรรมการอื่นหรือสํานักงาน
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ พ.ร.บ. นี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ผ่านมา เช่น การเพิ่มวันลาคลอด การเพิ่มสิทธิทำฟัน การคำนวณสูตรบำนาญ CARE การตรวจสอบโครงการต่าง ๆ เช่น การจัดทำปฏิทิน 55 ล้านบาท หรือเสื้อและหมวกในวันแรงงาน เป็นต้น

ทำไมต้องลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้ง ?
ความแตกต่างของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม กับการเลือกตั้งอื่น ๆ คือ ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อไปเลือกตั้ง ซึ่งหมายความว่า หากไม่ได้ลงทะเบียน ก็จะไม่สามารถเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย. 2569 ได้
หากถามว่า “แล้วทำไมต้องลงทะเบียนเลือกตั้ง?” นิยดา เสนีย์มโนทัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม ระบุในรายการคมชัดลึก “เคลียร์ปม! ทำไมต้องลงทะเบียน เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม?” เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ว่าการลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อให้คนที่มาเลือกตั้งเป็นผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบจริง ๆ (เช่น มีประวัติการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน) เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเลือกตั้ง หรือป้องกันคนที่อาจมาจากการจัดตั้ง
นอกจากนี้ ยังเพื่อให้ดูว่าสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ไหน จะได้ไปใช้สิทธิในเขตหรือพื้นที่ตรงนั้น โดยสถานประกอบการหลายแห่ง จดทะเบียนเฉพาะที่สำนักงานใหญ่ แล้วเอาผู้ประกันตนที่อยู่ตามสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมจ่ายเงินที่สำนักงานใหญ่ที่เดียว และไม่ได้แจ้งสำนักงานประกันสังคมว่า คนไหนอยู่จังหวัดอะไร การลงทะเบียนจะช่วยทำให้รู้ว่าคนเหล่านี้ต้องไปใช้สิทธิ์ที่ไหน เข้าคูหาเลือกตั้งที่ไหน
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการลงทะเบียนดังกล่าวยังถือว่าเป็นข้อจำกัดต่อการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เนื่องจากยุ่งยากและถ้าไม่ลงทะเบียน ก็ไม่สามารถเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคอื่น ๆ ที่อาจทำให้คนออกมาเลือกตั้งน้อย จนอาจไม่ได้สะท้อนเสียงของแรงงานอีกจำนวนมาก เช่น
จตุรงค์ ไพรสิงห์ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย เปิดเผยในรายการสถานีประชาชน “สิทธิที่จะได้? หากไปเลือกตั้งประกันสังคม” เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ว่า แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ แต่ก็ไม่ใช่แรงงานทุกคนจะได้หยุดงานเพื่อไปเลือกตั้ง เนื่องจากบางคนยังต้องเข้ากะ หรืออยู่ในไลน์การผลิตของโรงงาน และต่อให้มีการส่งหนังสือขอความร่วมมือจากกระทรวงแรงงาน ก็ใช่ว่านายจ้างจะให้ความร่วมมือให้แรงงานได้หยุดงาน จึงมีข้อเสนอให้มีการออกกฎหมายบังคับ รวมถึงข้อเสนอการเลือกตั้งล่วงหน้า จากการแก้ไขระเบียบสำนักงานประกันสังคม
ด้าน รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า พรรคประชาชนมีความพยายามในการเสนอให้วันเลือกตั้ง ควรมีการประกาศเป็นมติ ครม. ให้เป็นวันหยุด เพื่อให้คนออกไปเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมรองรับการเลือกตั้งรูปแบบออนไลน์อยู่แล้ว แต่สำนักงานประกันสังคมยังไม่ได้ดำเนินการ
ยอดลงทะเบียนรวมยังไม่ถึง 10%
ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า – ประสิทธิภาพ
ข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค. 2569 เวลา 18:00 น. ระบุว่า มียอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งทั้งหมด 1,043,897 คน แบ่งเป็น
- ผู้ประกันตน 1,032,722 คน จากผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดประมาณ 11 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 9%
- นายจ้าง 11,175 คน จากนายจ้างที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดประมาณ 4 แสนคน หรือคิดเป็นประมาณ 2%
แม้ยอดรวมดังกล่าวจะทะลุเกินล้านคน แต่ก็ยังถือว่าต่ำ เมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดแล้วพบว่า ยอดรวมดังกล่าวยังไม่ถึง 10%

โดยจังหวัดที่มียอดลงทะเบียนสูงสุด 3 อันดับแรก คือกรุงเทพฯ (285,456 คน), ชลบุรี (63,587 คน) และสมุทรปราการ (63,577 คน)
ในส่วนของยอดผู้สมัคร มีผู้สมัครผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 102 คน และผู้สมัครผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 72 คน ซึ่งจะมีการเลือกตั้งเหลือฝ่ายละ 7 คน โดยสามารถติดตามรายงานผลการลงทะเบียนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเพิ่มเติม ได้ที่ https://election-registration.sso.go.th/
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประเด็นคือ แม้การลงทะเบียนเยอะ ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีคนออกมาเลือกตั้งเยอะ รวมถึงแม้มีการใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนมาลงทะเบียนและเลือกตั้งในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ช่องทางออนไลน์ ใบปลิว ฯลฯ ก็ถูกตั้งคำถามว่างบฯ ดังกล่าวสูงไปหรือไม่ และมีประสิทธิภาพเพียงใดเมื่อยอดรวมของคนที่ลงทะเบียนรวมแล้วที่ตอนนี้ยังไม่ถึง 10%
รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เปิดเผยในรายการสถานีประชาชน “สิทธิที่จะได้? หากไปเลือกตั้งประกันสังคม” เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ว่า งบประมาณประชาสัมพันธ์ประกันสังคมทั้งหมดทั้งปีคือ 300 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีงบประมาณประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง 30 ล้านบาท ก็มีการตั้งคำถามว่า คุ้มค่าหรือไม่ ?
การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะไม่ 100% แต่ถือว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ซึ่งมันจะค่อย ๆ ดีขึ้น เราอย่าให้ใครมาบอกว่า ‘การเลือกตั้งไร้ประสิทธิภาพ ไม่มีผล สุดท้ายแล้วคนก็ไม่ตื่นตัว เพราะฉะนั้น สรรหากันเองเถอะ’ ถ้ากลับมาเป็นแบบนั้น เหมือนหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับ
รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
รักชนก ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า งบประมาณดังกล่าวถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ? ซึ่งส่วนตัวมองว่า ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากหากไปดูการจัดซื้อจัดจ้างจะพบว่า มีการหาผู้โปรโมทการเลือกตั้งประกันสังคมได้เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ทั้ง ๆ ที่เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้งตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569 นอกจากนี้ และการเลือกตั้งดังกล่าวทราบมาล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการเลือกตั้ง สามารถประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ ได้ แต่ไม่ได้ทำ และมาใช้งบประชาสัมพันธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดการลงทะเบียน
ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งถึง 20 ก.ค. 69
และไปเลือกตั้ง 27 ก.ย. 69

แม้ก่อนหน้านี้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน จะระบุเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ว่า ไม่ขยายกรอบลงทะเบียนเลือกตั้ง เนื่องจากจะกระทบวันเลือกตั้ง โดยระบุว่าก่อนหน้านี้ได้เพิ่มระยะเวลาแล้วจาก 30 วัน เป็น 45 วัน
อย่างไรก็ตาม วันที่ 13 ก.ค. 2569 รมว.แรงงาน ก็ได้ระบุผ่านเพจ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนประกันสังคมมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งออกไปอีก 5 วัน หรือ ถึงวันที่ 20 ก.ค. 2569 จากเดิมที่ลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 15 ก.ค. 2569 และระบุว่า “การขยายเวลาครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนทุกคน”
ซึ่งการลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้ง สามารถลงได้ทั้งหมด 3 ช่องทาง ภายในวันที่ 20 ก.ค. 2569 ได้แก่
- เว็บไซต์ www.sso.go.th (ได้ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง)
- แอปพลิเคชัน SSO Plus (เฉพาะผู้ประกันตน)
- สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น. (ได้ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง)
โดยหลังจากนี้จะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้ง ในวันที่ 10 ส.ค. 2569 และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ในวันที่ 19 ส.ค. 2569
และจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 2569 โดยผู้มีสิทธิ 1 คน สามารถลงคะแนนเลือกผู้แทนฝ่ายของตนได้ไม่เกิน 7 คน
อ้างอิง
- สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office
- เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ต้องลงทะเบียนก่อน 15 ก.ค. ไม่งั้นอดเลือก

