1 ทศวรรษ ‘โคกหนองนาโปรดปัน’ พื้นที่ความสุขร่วมกัน ของคนมีฝันแห่งวิถี ‘พอเพียง’

ในวาระเกือบ 1 ทศวรรษ แห่งการสวรรคตของ ในหลวง ร.9 เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ กลุ่มคนที่เชื่อมั่น และตั้งใจเดินตาม แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นัดรวมตัวเฉพาะกิจกันอีกครั้ง เพื่อแบ่งปัน เรียนรู้ความสำเร็จ และข้อผิดพลาด จากการลงมือทำตาม แนวทางกสิกรรมธรรมชาติ บนพื้นที่การเรียนรู้ โคกหนองนาโปรดปัน ต.ระโสม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มี พี่ฮวก-ภก.ไพโรจน์ วิภาสวัสดิ์ เป็นเจ้าของ

“ผมเริ่มปลูกต้นไม้ต้นแรกในปี 2559 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ในหลวง ร.9 สวรรคต ก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ว่า ผมเริ่มช้าไป…” 

พี่ฮวก-ภก.ไพโรจน์ วิภาสวัสดิ์ เจ้าของ “โคกหนองนาโปรดปัน”

พี่ฮวก ยอมรับตามตรงว่า ความสุข ของตัวเขา คือ การได้เห็นร่มเงาของต้นไม้เต็มพื้นที่ และการมีเพื่อน ๆ มาแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อผิดพลาด มาให้กำลังใจจากการลงมือทำบนแนวทางทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง แค่นี้ก็อิ่มใจ และมีความสุขแล้ว

จากต้นไม้ต้นแรกที่พี่ฮวกลงมือปลูกเมื่อปี 2559 ภายในห้วงเวลา 10 ปีของการลงมือทำ ทำให้ที่นา 19 ไร่ ผืนนี้ เปลี่ยนเป็นผืนป่า และ นาข้าวสายพันธุ์หายาก รอให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้มาสร้างประสบการณ์เรียนรู้ร่วมกัน

ฤดูการดำนาที่มาถึง พื้นที่แห่งนี้ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ และให้กลุ่มเครือข่ายที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มฝันทำจริง” ได้ฝึกฝนและปฏิบัติจริงภายใต้หลักกสิกรรมธรรมชาติอย่างการ “ถอนกล้า-ดำนา” โดยเริ่มจาก

  • การหว่านเมล็ดข้าว จนแตกกอเป็นต้นกล้า (ใช้เวลาราว 20-30 วัน) จนลำตันแข็งแรงสูงราว 20-30 ซม. 

  • ถอนต้นกล้า มัดเป็นกำ และตัดใบส่วนปลายเพื่อลดการคายน้ำ และช่วยให้ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็วขึ้นหลังปักดำ

  • จากนั้นจึงเริ่มปักดำอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอข้าวออกรวง

“ข้าวเพียงเมล็ดเดียว แตกกอ และให้ผลผลิตกับเราได้มากมาย เพียงแต่ต้องรอ 20-30 วัน แต่หลังจากแตกกอแล้ว หากมีการเตรียมดิน และน้ำดี การดูแลที่เหลือก็ไม่ยาก โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีในระบบการผลิตเลย”

พี่ฮวก-ภก.ไพโรจน์ วิภาสวัสดิ์

แต่ในยุคปัจจุบันที่เน้นการแข่งขัน การทำนาแบบปราณีต ปักดำ จึงมีน้อยลง ส่วนใหญ่ชาวนาใช้วิธีการหว่านเมล็ดจำนวนมาก ใช้ยาในระบบการผลิต นอกจากจะไม่ช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังไม่ปลอดภัยกับคนปลูก และคนบริโภคอีกด้วย

ไม่เพียงแค่การทำนาแบบปราณีตที่พบเห็นได้ยาก แต่กิจกรรมสำคัญอย่างการ ถือแรง เอามื้อสามัคคี หรือ ลงแขก ก็แทบไม่ต่างกัน เพราะนี้คือภูมิปัญญาไทยโบราณ ที่ทุกคนได้ช่วยกันลดต้นทุนการผลิต และสร้างการเรียนรู้จากการลงมือทำร่วมกัน กิจกรรมแบบนี้ไม่ค่อยได้เห็นในยุคปัจจุบัน แต่ก็เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่โคกหนองนาโปรดปัน บนหลักคิด สามัคคีคือพลัง และการมาอยู่ร่วมกันยังเป็นการส่งกำลังใจให้กันระหว่างกลุ่มคนที่มีความฝัน มีอุดมการณ์เดียวกันด้วย

เพราะทุกการลงแรงร่วมกัน คือ ประสบการณ์ ระหว่างทางของการลงมือทำ และผลผลิตก็คือผลลัพธ์ความสุขที่งอกเงยต่อไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active