พระองค์ภาฯ ภาพจำพระจริยวัตร ความศรัทธาพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง 

เพจ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ – สวนโมกข์กรุงเทพ โพสต์เรื่องราวที่สะท้อนถึงพระจริยวัตร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีความเลื่อมใส ศรัทธาในบวรพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์

พระองค์ได้ทรงนำหลักธรรมทางศาสนามาบูรณาการเข้ากับงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเกื้อกูลสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยความสนใจด้านศาสนา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การประกอบพิธีกรรม แต่คือการมี “ทาน” และ “การสงเคราะห์” (สังคหวัตถุ 4) ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับกลุ่มคนด้อยโอกาส คนเปราะบาง ผู้ต้องขัง เพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

ทรงนำหลักธรรม มาใช้ในกระบวนการยุติธรรม 

ความสนใจด้านศาสนาของพระองค์เด่นชัดที่สุดผ่าน “โครงการกำลังใจ” และการดำเนินงานในเรือนจำ ทรงเล็งเห็นว่าการแก้ไขพฤตินิสัยของผู้ต้องขังไม่สามารถทำได้ด้วยกฎหมายหรือการกักขังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ “ธรรมะ” ในการขัดเกลาจิตใจ

นอกจากนี้ยัง ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมในเรือนจำ โดยทรงสนับสนุนให้มีการนำหลักวิปัสสนากรรมฐานและการสวดมนต์เข้าไปเยียวยาจิตใจผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ฝึกสติ ทบทวนตนเอง และลดความเครียด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการกลับตัวเป็นคนดีของสังคม

พร้อมกันนี้ยังทรงใช้แนวคิดเรื่องความเมตตากรุณา ซึ่งพระองค์ทรงปฏิบัติต่อผู้ด้อยโอกาสและผู้กระทำผิดด้วยพระเมตตาตามหลักพุทธศาสนา โดยทรงมุ่งเน้นการ “ให้อภัย” และมอบ “โอกาส” ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ผ่านการสร้างอาชีพ

พระจริยวัตรสะท้อนความเลื่อมใสศรัทธาพุทธศาสนา

พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ ที่ทรงปฏิบัติพระจริยวัตรทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในที่แจ้งและเป็นการส่วนพระองค์

การทรงบาตรและปฏิบัติธรรม : ในวันสำคัญทางศาสนาหรือวันคล้ายวันประสูติ มักจะทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงบาตร และฟังพระธรรมเทศนาอยู่เป็นนิจ ทรงมีความนอบน้อมต่อพระเถรานุเถระและพระป่าสายปฏิบัติเสมอมา

เมื่อปี พ.ศ. 2562 พระองค์ท่านทรงอธิษฐานการบรรพชาเนกขัมมะ ณ พระอุโบสถ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย อ.เมือง จ.ลำพูน โดยมี พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) เป็นพระอาจารย์กรรมฐาน

ความสนพระทัยในพุทธศิลป์และโบราณสถาน : ทรงให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงวัดวาอารามและปฏิสังขรณ์สิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มักทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์ภา ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีการทางศาสนาสำคัญ ๆ อยู่เสมอ เช่น การเสด็จพระดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา การเสด็จพระดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินทาน ณ วัดหลวงต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ในห้วงแห่งความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา การน้อมรำลึกถึงพระองค์มิได้มีเพียงการถวายความอาลัยและอุทิศส่วนกุศลเท่านั้น หากยังรวมถึงการร่วมกันสืบสานสิ่งดีงามที่พระองค์ทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนมชีพ ให้ดำเนินต่อไปผ่านการกระทำของผู้ที่อยู่ข้างหลัง

ดังคำสอนของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ชี้ให้เห็นว่า

“การบูชาผู้ล่วงลับอย่างสมบูรณ์นั้น นอกจากการบูชาทางกายแล้ว ยังมีการบูชาทางจิตใจ ด้วยการตั้งใจประพฤติสิ่งที่ถูกต้อง และกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์” 

เปตาน ปูชา จ กตา อุฬารา : “เราทำการบูชาแก่บุคคลที่ล่วงลับไปแล้วอย่างโอฬาร” โดยท่าน อ.พุทธทาส ได้เคยบรรยายไว้ว่า

“ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้นเป็นบิดาก็ดี เป็นมารดาก็ดี เป็นอะไรก็ตาม เรียกว่าเป็นผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เราจะบูชาแก่บุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วอย่างโอฬารได้อย่างไร นี้ก็เหมือนกันอีก อาจจะแบ่งได้โดยทางวัตถุหรือร่างกายนี้อย่างหนึ่ง และแบ่งได้เป็นทางจิตใจอีกทางหนึ่งทางร่างกายเราก็แสดงออกโดยทางร่างกาย กระทำนั่น กระทำนี่ อย่างนั้น อย่างนี้ เพื่อเป็นการบูชาแก่บุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว”

“ส่วนทางจิตใจนั้น บูชาด้วยการกระทำทางจิตใจ คือความระลึกที่ถูกต้อง ความคิดที่ถูกต้อง ความตั้งใจไว้อย่างถูกต้อง ความปรารถนาถูกต้องแก่บุคลเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือความตั้งใจที่จะกระทำให้ถูก ให้ตรง ตามความประสงค์ของบุคคลผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และให้การกระทำนั้นประกอบอยู่ด้วยธรรม เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนทุกฝ่ายตลอดกาลนาน จึงจะกล่าวได้ว่าเราประพฤติธรรมเพื่อบูชาแก่บุคคลผู้ล่วงลับไปแล้ว อย่างนี้เรียกว่าเป็นการบูชาอย่างโอฬารโดยแท้จริง

“ดังนั้น ถ้าท่านผู้ใดมีความรักใคร่มากต่อบุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วก็ตาม มีความนับถือมากแก่บุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วก็ตาม มีความกตัญญูมากต่อบุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วก็ตาม จงได้พยายามประพฤติธรรม ประพฤติพระธรรมให้เป็นเครื่องบูชาแก่บุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วเถิด จะได้ชื่อว่าเป็นการบูชาอย่างโอฬารและครบถ้วนทุกประการ”

“ทางวัตถุเราก็ทำบุญ ให้ทาน กรวดน้ำอุทิศ ทางจิตใจเราก็ตั้งไว้ที่ประพฤติพระธรรมถูกต้อง ก็จะเป็นการรวมกันทั้งสองฝ่ายแล้วเป็นการบูชาอย่างสมบูรณ์โดยแท้ นี้เรียกว่าการบูชาเราได้กระทำแล้ว แก่บุคคลผู้ล่วงลับไปแล้วอย่างโอฬาร”

พุทธทาสภิกขุ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active