กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption ยื่น 5 ข้อเสนอถึงผู้สมัคร ส.ก. และผู้ว่าฯกทม. เดินหน้ากทม.ต้นแบบความโปร่งใส ทั้งเปิดข้อมูลเมือง เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง สร้างการมีส่วนร่วม สร้างมาตรการกำกับทุจริตคอร์รัปชัน
พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะถึงนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารเมืองหลวงให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง โดยย้ำหลักคิดสำคัญว่า “ผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องทำ” กล่าวคือ ผู้บริหาร กทม. ต้องมีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง ทำตามสิ่งที่หาเสียงไว้ และมีระบบเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนติดตามตรวจสอบได้
คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้จัดทำข้อเสนอ “5 เปิด” เพื่อส่งสารถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เป้าหมาย “กรุงเทพมหานครต้นแบบความโปร่งใส” ประกอบด้วย

1. เปิดข้อมูลเมืองแบบตรวจสอบได้ (Open Data)
เปิดข้อมูลการจัดทำงบประมาณ ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลสำคัญชุดต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย (machine-readable) แล้วพัฒนาให้เป็นฐานข้อมูลเปิดที่ทุกคนใช้ตรวจสอบได้ เชื่อมโยงข้อมูลบริษัทและสัญญาสัมปทาน/ร่วมทุนให้ประชาชนสืบค้นหาและวิเคราะห์ได้ ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับโครงการเสี่ยง วิเคราะห์รูปแบบการจัดซื้อผิดปกติ
2. เปิดการมีส่วนร่วมภาคประชาชนบนแนวทางบริหารงานแบบรัฐบาลเปิด (Open Government)
เปิดให้ประชาชนร่วมติดตามโครงการระดับเขตตามแนวทาง Open Government Partnership (OGP) สร้างกระดานรวมข้อมูล (Dashboard) ติดตามการใช้จ่ายงบฯ และความคืบหน้าโครงการ ใช้ระบบประเมินความพึงพอใจ (Citizen Feedback) จากประชาชนที่ติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงาน กทม. ทุกระดับ และปกป้องผู้แจ้งเบาะแส
3. เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส (Open Contracting)
เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่จัดทำร่าง TOR กำหนดราคากลาง ผู้เสนอราคา สัญญา การแก้งาน การส่งมอบงาน จัดทำระบบติดตามโครงการก่อสร้างที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ และใช้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) กับโครงการขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยการตรวจสอบและยืนยันตัวตนเจ้าของบริษัทคู่ค้าในทุกสัญญา
4. เปิดกระบวนการอนุมัติ อนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น (Open Permitting Process)
ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ลดอำนาจใช้ดุลพินิจ เพิ่มความชัดเจนในกฎหมายทุกระดับ กระบวนการออกกฎหมายต้องเปิดเผยให้ประชาชนร่วมพิจารณายกร่างได้ ลดและขจัดดุลพินิจที่ไม่จำเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกขั้นตอนการบริการ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ ตัดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ อีกทั้งมีระบบติดตามตรวจสอบขั้นตอนและผลลัพธ์การออกใบอนุญาตทุกประเภท และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะเข้าถึงตรวจสอบได้
5.เปิดมาตรการกำกับและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน (Open Risks Management)
เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชัน เน้นป้องกันอย่างเป็นระบบที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง (Identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Analysis) ไปจนถึงการป้องกันและปิดความเสี่ยง (Mitigation) รวมถึงระบุแผนงานและความคืบหน้าให้ประชาชนทราบสม่ำเสมอ รวมทั้งกำหนด KPI ด้านความโปร่งใส เปิดเผยผลลัพธ์การทำงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
“ปัญหาของ กทม. หลายเรื่องไม่ได้ขาดงบฯ แต่ขาดระบบตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น น้ำท่วม รถติด ขยะ PM 2.5 งบฯ ไม่ตรงกับความต้องการ ฯลฯ ล้วนเกี่ยวข้องกับความโปร่งใส ตราบใดที่ข้อมูลไม่เปิด ประชาชนย่อมตรวจสอบไม่ได้ วันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ กทม. ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเป็นมหานครต้นแบบแห่งความโปร่งใสด้วยข้อเสนอ 5 เปิดนี้ เราหวังว่าภาคการเมืองจะตระหนักและรับฟังเสียงของประชาชน และขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแสดงพลังเลือกผู้สมัครที่มุ่งเน้นสร้าง กทม. โปร่งใส” พจน์กล่าว
มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะฝ่ายวิชาการของ คณะทำงาน กกรและเพื่อนไม่ทน Zero Corruption กล่าวว่า การบริหารจัดการเมืองตามข้อเสนอ “5 เปิด” นั้น สาระสำคัญที่เป็นจุดร่วมของทุกข้อคือ การเปิดข้อมูลเท่ากับการเปิดอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การที่ กทม. จะกลายเป็นมหานครต้นแบบความโปร่งใสได้ ยังขึ้นอยู่กับผู้นำที่จะต้องมุ่งมั่นจริงจังอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ “บริหารงานโปร่งใส ตั้งใจปราบโกง เชื่อมโยงประชาชน” ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันการทุจริตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุด
“ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เพียงคำประกาศต่อต้านคอร์รัปชัน แต่เป็นการออกแบบระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตที่เริ่มต้นจากการเปิดข้อมูล และให้อำนาจภาคประชาชนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภาคการเมือง ลดการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ นี่คือหัวใจของกรุงเทพฯ โปร่งใส” มานะกล่าว
ทั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าผลักดันข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารเมืองในอนาคตมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
