กลับบ้านเฮา…มาเอา “บุญบั้งไฟ” ประเพณีที่พาคนรุ่นใหม่(อีสาน) กลับคืนบ้านเกิด

“บุญบั้งไฟ”

ถ้าพูดอย่างเข้าใจง่าย คือ ประเพณีที่จะมีการจุดบั้งไฟเพื่อจุดประสงค์การบูชา “พญาแถน” (เทพยดาบนสวรรค์) และขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ให้พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนฤดูกาลเพาะปลูก หรือช่วงต้นฤดูฝน 

ประเพณีนี้ผูกพันกับ “ฮีตสิบสอง” (งานบุญประเพณี 12 เดือนของชาวอีสาน) ตามความเชื่อที่ว่า พญาแถน มีหน้าที่ดูแลเรื่องน้ำฝนและชื่นชอบไฟ หากชาวบ้านจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า พญาแถนจะเห็นสัญญาณและบันดาลฝนลงมาให้ 

บุญบั้งไฟ ถือว่า เป็นประเพณีขอฝนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ซึ่งถ้าพูดถึงประเพณีนี้ขึ้นมาผู้คนกฌมักนึกถึง จังหวัดยโสธร แต่ในความจริงนี่คือประเพณีที่กระจายอยู่ทั่วภาคอีสาน หนึ่งในพื้นที่ไฮไลท์ของประเพณีนี้ คือ “บุญบั้งไฟแพรวา” บ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ 

ด้วยเอกลักษณ์ของที่นี่ ซึ่งเป็น “ชุมชนภูไท” ขนาดใหญ่ และมีผลิตภัณฑ์ของดีชื่ออย่าง “ผ้าไหมแพรวา” ที่มีความวิจิตรของลวดลาย เกิดจากการขิดและการจก ทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสนับสนุนและส่งเสริมจนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจนปัจจุบัน 

นอกจากความเชื่อเรื่องขอฟ้าขอฝน ที่นี่ยังสามารถชูอัตลักษณ์เรื่องของผ้าไหมแพรวาขึ้นมาได้อย่างเด่นชัด เพราะในขบวนแห่ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากขบวนบั้งไฟ ยังได้ประดับผ้าไหมแพรวา ผ้าทอมืออันเป็นเอกลักษณ์ของชาวผู้ไทย (ภูไท) และยังมีขบวนฟ้อนรำ ศิลปวัฒนธรรมภูไท รวมทั้งดนตรีพื้นบ้าน อีกด้วย  

อีกหนึ่งขบวนแห่ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือขบวน “สำมะปิ” ที่แต่ละคนจะมีอิสระในการแต่งตัว

บุญบั้งไฟ…พาคนรุ่นใหม่กลับบ้าน

นราธิป ใจเด็จ ผู้อำนวยการมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ #พาข้าว ว่า ในชุมชนของเขาในจังหวัดยโสธรจะเรียกว่าเป็นเทศกาลคนรุ่นใหม่กลับบ้าน โดยได้ยกตัวอย่างของเทศกาลหยุดยาว สงกรานต์ และปีใหม่ ว่าจะเป็นช่วงเวลาของครอบครัวอบอุ่น รดน้ำดำหัว แต่ละคนจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของตัวเอง แต่ถ้าพูดคำว่า บุญบั้งไฟ จะมีความ ม่วน และสนุกสนานอยู่ในนั้น คนในชุมชนออกมาร่วมกันทำกิจกรรมด้วยกัน และคนรุ่นใหม่รู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของวัฒนธรรมนี้

ฉัตรชัย พิมพา คนรุ่นใหม่ ที่กลับบ้านมาบุญบั้งไฟ ยอมรับว่าเป็นเทศกาลที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านเยอะหากประเมินด้วยสายตาและคนที่มาร่วมกิจกรรม

“ในแต่ละเทศกาลเราต้องกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์หรือปีใหม่ แต่ไม่เยอะเท่าบุญบั้งไฟเพราะว่าบุญบั้งไฟนอกจากจะกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างมีส่วนร่วมในการสร้าง เช่นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนแห่” 

ฉัตรชัย พิมพา

สุพัฒน์ธิดา พยาบาลสาวจาก จ.ชลบุรี ก็เลือกกลับบ้านเกิดที่กาฬสินธุ์ในช่วงนี้เช่นกัน เธอตัดใจ ลาหยุดยาวในช่วงที่รู้ว่าบ้านโพนจะจัดบุญบั้งไฟ เช่นเดียวกับเพื่อน ๆ พยาบาลที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ก็ลากลับไปร่วมงานบุญบั้งไฟที่บ้านเกิด จ.ยโสธร ในช่วงนี้เช่นกัน 

และหนึ่งไฮไลท์ของประเพณีบุญบั้งไฟ คือการ “ลงตม” ซึ่งสิ่งนี้จะขึ้นกับการแข่งขันบั้งไฟ บั้งไฟใครขึ้นไม่สูงก็จะต้องถูกลงโทษ ด้วยการเอาตัวลงไปกลิ้งในพื้นโคลน แต่ ณ ปัจจุบัน สิ่งนี้ก็ถูกปรับเปลี่ยนไปตามสังคม การแข่งขันความสูงของบั้งไฟอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกชุมชน เนื่องจากมีเงื่อนไขและกติกาในขอจุดบั้งไฟ การลงโคลนอาจจะไม่ใช่มาจากการแข่งขันบั้งไฟแต่มาจากความสนุกสนาน

ในวันที่หลายชุมชนกำลังตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไร ? ให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น บุญบั้งไฟ อาจกำลังให้คำตอบบางอย่างอยู่แล้ว

เพราะสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้กลับบ้านอาจไม่ใช่เพียงประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่คือความรู้สึกของการได้เป็นส่วนหนึ่งของประเพณี เทศกาล ได้ร่วมสร้าง ได้ร่วมสนุก และได้มีพื้นที่ในเรื่องราวของชุมชนตนเอง คำถามจึงอาจไม่ใช่ว่าเราจะรักษาประเพณีไว้ได้หรือไม่ ? แต่คือเราจะทำอย่างไร ? ให้คนรุ่นใหม่ยังรู้สึก ว่าประเพณียังมีพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งอยู่เสมอ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active