Rocket Media Lab เผยผลสำรวจเกมไทยโตเยอะ แต่รายได้น้อย สะท้อนให้เห็นการไปไม่สุดของนโยบายผลักดันเกมไทย ขณะที่ AI ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการฉุดรั้ง
การเป็นเจ้าภาพจัดงานเกมระดับโลก gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ระหว่างวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 ขณะที่ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเกมไทยกำลังเป็นที่รู้จักในหมู่เกมเมอร์ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ เกมที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทยถูกนำไปจำหน่ายบน Steam ร้านค้าเกมดิจิทัลขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหลายสถาบันการศึกษาได้เริ่มผลิตหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมโดยเฉพาะ ความคึกคักของวงการเกมไทยส่งผลให้รัฐดันไทยให้เป็น “ศูนย์กลางเกมแห่งเอเชีย”
แต่ถึงอย่างนั้น อุตสาหกรรมเกมไทยยังเจอกับข้อจำกัดบางอย่าง และการพัฒนาที่ไม่ทันวงการเกมโลก จนทำให้ถึงแม้อุตสาหกรรมจะโตขึ้น แต่รายได้กลับไม่ได้โตตาม
Rocket Media Lab เผยผลสำรวจอุตสาหกรรมเกมที่พัฒนาโดยคนไทย รวมไปถึงโอกาสและความท้าทายของผู้พัฒนาเกมไทยในตลาดที่การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการเข้ามาของ AI ที่กำลังสร้างผลกระทบให้กับวงการเกมอยู่ในขณะนี้

สำรวจวงการเกมไทย
เมื่อนำจำนวนเกมจากผู้พัฒนาชาวไทยที่วางจำน่ายบน Steam ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน พบว่า ปี 2026 มีเกมไทยวางขายอยู่บน Steam เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ที่จำนวน 57 เกม และเตรียมจะวางจำหน่ายเพิ่มอีกเป็นทั้งหมด 88 เกม โดยประเภทของเกมที่ถูกวางขายมากที่สุดคือเกมแนวแฟนตาซี
ในปี 2016 ARAYA เกมแนวสยองขวัญเอาตัวรอดจากจากผู้พัฒนา MAD Virtual Reality Studio ได้สร้างกระแสให้กับวงการเกมไทยเป็นที่รู้จักในสายตาโลกอย่างมาก โดยตัวเกมนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากการที่ช่องยูทูบทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มทำคอนเทนต์รีวิวการเล่นเกมนี้ เช่น ช่อง HEARTROCKER ช่องที่มีผู้ติดตาม 9.68 ล้าน ได้ลงคลิปเล่นเกม ARAYA ทั้งในเวอร์ชั่นเกมทดลอง (DEMO) และเวอร์ชั่นเต็ม จนมียอดคนดูรวม 11.23 ล้านวิว
อีกหนึ่งเกมที่ต่อยอดความสำเร็จของวงการเกมไทยคือ Home Sweet Home เกมแนวสยองขวัญเอาตัวรอดจากจากผู้พัฒนา YGGDRAZIL GROUP CO.,LTD และเป็นเกมไทยที่เป็นกระแสตลอดทั้งปี ความสำเร็จของ Home Sweet Home ภาคแรกทำให้ผู้พัฒนาได้ต่อยอดโดยการสร้างภาคต่อและเกมเวอร์ชั่นออนไลน์ จนกลายเป็นหนึ่งในเกม IP ของคนไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในตลาดโลก จากข้อมูลของ Gamalytic รายงานว่าเกมแฟรนไชน์ Home Sweet Home มียอดขายสะสมรวม 313,600 ก็อปปี้ (ยังไม่รวมเกม Home Sweet Home : Survive) ทำรายได้ไปมากกว่า 82.77 ล้านบาท

เมื่อย้อนกลับมาดูอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเกมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากรายงาน Digital Content 2025 ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) รายงานว่าในปี 2568 มูลค่าอุตสาหกรรมเกมในไทยมีมูลค่าการผลิตและการบริโภคสูงถึง 37,014 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ราว 4% และจากรายงาน The Ampverse Playbook for unlocking the value of gaming in Southeast Asia ของ Ampverse พบว่าประเทศไทยมีเกมเมอร์ใช้จ่ายภายในเกมมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Digital in Asia เคยประเมินตัวเลขการใช้จ่ายภายในเกมของเกมเมอร์ชาวไทยสูงถึง 162 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,451.3 ล้านบาท) ในปี 2568
จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมเกม เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง ทั้งรายได้จากการนำเข้าและส่งออกเทคโนโลยี รวมถึงการส่งออก Soft Power ไปยังฐานผู้เล่นเกมกว่า 3.7 พันล้านคนทั่วโลก โดยอุตสาหกรรมเกมไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้นำเข้าเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกคอนเทนต์ จากความพยายามส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทเกมจากต่างประเทศ และการสร้างเกมของประเทศไทยเอง (Intellectual Property : IP) ที่เพิ่มขึ้น
เกมไทยโตแต่ยังขาดทุน
เมื่อพิจารณาข้อมูลภาพรวมด้านการเงินพบว่า ตั้งแต่ปี 2566-2568 จำนวนนิติบุคคลที่ทำธุรกิจประเภทการจัดทำซอฟต์แวร์เกมสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ภาคธุรกิจประเภทการจัดทำซอฟต์แวร์เกมสำเร็จรูปกลับยังขาดทุนอยู่ เป็นผลมาจากขั้นตอนการสร้างเกม ต้นทุนการผลิต การทำการตลาด และระยะเวลาในการวางขายเกมเพื่อสร้างรายได้ รวมถึงการแข่งขันในตลาดเกม ทำให้บริษัทเกมหลายแห่งในไทยมีความเสี่ยงทางธุรกิจสูง
อย่างไรก็ตามหลายบริษัทมีการลดการสร้างเกมลงและหันไปให้ความสำคัญกับการทำงานอื่นแทน เช่น งานกราฟิก งานทำ CGI ให้ภาพยนตร์ งานแอนิเมชั่น หรืองานเกี่ยวกับโฆษณามาร์เก็ตติ้ง เพื่อลดความเสี่ยงของบริษัทที่ต้องพึ่งรายได้จากเกมเพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาที่ขนาดของอุตสาหกรรมเกมไทยมูลค่า 37,014 ล้านบาท จะพบว่า มูลค่าของอุตสาหกรรมเกมไทยมาจากการนำเข้าสูงถึง 36,180 ล้านบาท คิดเป็น 97.75% ของมูลค่าอุตสาหกรรมทั้งหมด ในขณะที่มูลค่าการผลิตและส่งออกเกม มีมูลค่าเพียง 834 ล้านบาท คิดเป็น 2.25% ของมูลค่าอุตสาหกรรมทั้งหมด เงินในอุตสาหกรรมเกมไทยส่วนใหญ่ไหลออกนอกประเทศ ซึ่งมาจากการนำเข้าเกมและอุปกรณ์เครื่องเกมจากต่างประเทศ ระบบสมาชิกบริการเกมแบบรายเดือน รวมไปถึงการใช้จ่ายและการเติมเงินภายในเกม เช่น การเปิดกาชา การซื้อไอเทมและเครื่องแต่งกายภายในเกม
แม้แต่เกมเมอร์ชาวไทยก็เล่นเกมจากผู้ผลิตในประเทศเป็นส่วนน้อย แม้ในช่วงหลังจะมีการผลิตเกมในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องเผชิญปัญหาในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ ทั้งต้นทุนการผลิตเกม การทำการมาร์เก็ตติ้ง และการบริโภคเกมไทยของผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมเกมไทยที่ยังต้องแก้ไขปัญหาและพัฒนาต่อไป

ขณะเดียวกัน ข้อมูลตำแหน่งงานของบุคลากรอุตสาหกรรมเกมไทย 2025 จากรายงาน Digital Content 2025 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) พบว่า ตำแหน่งงานของบุคลากรในอุตสาหกรรมเกมในประเทศมีเพียง 2,431 คน แบ่งออกเป็นบุคลากรที่มีเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวน 1,788 คน และบุคลากรที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเทคนิค จำนวน 643 คน
จากข้อมูลเกมไทยที่วางขายบน Steam ทั้งหมด 360 เกม พบว่ามาจากผู้พัฒนาเกมทั้งหมด 242 ราย โดยกลุ่มผู้พัฒนาส่วนใหญ่เป็นทีมพัฒนาขนาดเล็กจำนวน 121 ราย คิดเป็น 50.21% รองลงมาคือกลุ่มบริษัททำเกม จำนวน 77 ราย คิดเป็น 31.95% และกลุ่มผู้พัฒนาเกมคนเดียว (Solo Developer) จำนวน 43 ราย คิดเป็น 17.84%
นโยบายดันเกมไทย สู่ตลาดเกมโลก
แม้ในปี 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Promotion Agency- Depa) ร่วมกันทำร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. … ควบคู่กับร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือการจัดตั้งหน่วยงาน THACCA เพื่อสนับสนุนภาคการผลิต การลงทุน และการส่งออกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศ แต่ท้ายที่สุดร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. … ยังไม่มีการนำร่างเสนอไปในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA ที่ถูกปัดตกทิ้งไป
ล่าสุดปี 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้นำร่าง พ.ร.บ.อุตสาหกรรมเกม กลับมาทบทวนและปรับปรุงรายละเอียดใหม่ให้ครอบคลุม วิดีโอเกม บอร์ดเกม Trading Card และกิจกรรมอื่นที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกม โดยสาระสำคัญของกฎหมายมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม มากกว่าการควบคุม ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทบทวนเนื้อหา
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเกมไทย ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลในประเทศ รวมถึงเป็นตัวกลางในการส่งเสริมลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมเกมจากต่างประเทศ
หนึ่งในภารกิจสำคัญของ Depa คือการมีส่วนร่วมในการโครงการ Depa Game Accelerator Program และ Depa Game Online Academy ในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการทำเกมให้กับนักพัฒนาเกมหน้าใหม่ในประเทศ รวมไปถึงการจัดงาน Game Talent Showcase เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเกมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมไทย
นอกจากนี้ การที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Game Show (TGS) ก็เป็นจุดดึงดูดให้นักลงทุนด้านเกมทั่วโลกหันมาสนใจวงการเกมไทยด้วยเช่นเดียวกัน

สถานการณ์ของเกมไทย ท่ามกลางความปั่นป่วนจาก AI
ในช่วงแรก AI ถือเป็นตัวช่วยให้กับผู้พัฒนาเกม ทั้งการเขียนโค้ด งานไอที ไปจนถึงไอเดียความคิดสร้างสรรค์ แต่ปัจจุบันได้เกิดสิ่งที่เรียกว่า AI Game Slop หรือเกมที่สร้างจาก AI ที่ไม่มีคุณภาพออกมาขายจำนวนมาก และ AI Game Clone ที่ลอกเลียนแบบเกมอื่นโดยใช้ AI โดยปรากฏการณ์นี้สร้างผลกระทบต่อเกมขนาดเล็กและเกมนอกกระแสจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์
นอกจากนี้ เกมไทยหลายเกมถูกเลียนแบบโดย AI มากขึ้น เช่น กรณีของเกม Night Drive : คืนหลอน ซ่อนทาง จากผู้พัฒนา Zebraman555 ถูกผู้พัฒนาชาวอินเดียให้ AI สร้างเกมเลียนแบบวางขายใน Steam หรือในกรณีเกม LightSup! จากผู้พัฒนา Bugblio Studio ถูกนักสร้างเกมคนไทยใช้ AI ลอกเลียนแบบเกม ซึ่งตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย
การโหลดเกมเถื่อน เป็นปัญหาเรื้องรังในวงการเกมมาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้พัฒนาเกมได้รายได้จากการขายเกมน้อยลง รวมถึงการโหลดเกมเถื่อนในไทยด้วย เช่น กรณีเกม Puni The Florist! จากผู้พัฒนา PorchorDev เล่าว่าเกมของตัวเองถูกเพจคนไทยนำไปขายผ่านช่องทางเกมเถื่อนในราคาที่สูงกว่าเกมของตนที่ตั้งขายไว้ 199 บาท ซึ่งถ้าซื้อช่วง Steam Sale จะมีราคาเพียง 25 – 100 บาท แต่ร้านขายเกมเถื่อนกลับขายในราคา 25 – 500 บาท
การเข้ามาของ AI กำลังทำให้ผู้พัฒนาเกมเริ่มกังวลว่า จะนำเสนอเกมของตัวเองอย่างไรให้ไม่ถูก AI นำไปลอกเลียนแบบ เพราะเพียงแค่ผู้พัฒนาปล่อยภาพเกมของตัวเอง หรือการปล่อยตัวอย่างตัวอย่างทดลองเกม ก็อาจถูกโยนให้ AI สร้างเกมขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่กี่วัน หรือเปิดช่องทางในการละเมิดลิขสิทธิ์ได้
โอกาสที่วงการเกมไทยจะสามารถเติบโตไปได้ไกลในอุตสาหกรรมเกมระดับโลก ยังเต็มไปด้วยความท้าทายภายนอกและภายใน ทั้งกฎหมายในการส่งเสริมและควบคุม มาตรการและแนวนโยบายจากภาครัฐที่ยังรอความต่อเนื่องชัดเจน การบริโภคของเกมเมอร์ในประเทศที่ยังมีอยู่ไม่มากพอ ไปจนถึงปัญหา AI ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แขนงนี้จะสามารถทำรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างแท้จริงหรือไม่
