ลุยแก้วิกฤต ‘ขยะ’ ล้นเมืองหาดใหญ่ คาดจัดการให้จบ 10 ธ.ค. นี้

คพ. เผยแผน แบ่ง 4 โซน เคลียร์พื้นที่ ขณะที่ War Room ภาคประชาชน เสนอแนวทาง ‘ธนาคารขยะ’ คัดแยก-กำจัด-แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า-แก้กฎหมาย ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ประสบภัยเพื่อกลายเป็นอาสาในพื้นที่

ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นคือ วิกฤตขยะล้นเมือง

สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ใน รายการพิเศษ มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568 ว่า ขณะนี้ภาครัฐเริ่มดำเนินการจัดการขยะหลังน้ำท่วมในพื้นที่แล้ว 2 วัน (28-29 พ.ย.68) โดยแบ่งพื้นที่ 4 โซน ดังนี้ 

  1. เทศบาลนครสงขลา คาดการณ์ว่ามีขยะประมาณ 5 พันตัน เก็บขยะได้แล้วประมาณ 800 ตัน

  2. เทศบาบเมืองบ้านพรุ คาดการณ์ว่ามีขยะประมาณ 7,500 ตัน เก็บขยะได้แล้วประมาณ 600 ตัน

  3. เทศบาลเมืองสะเดา คาดการณ์ว่ามีขยะประมาณ 1,000 ตัน เก็บขยะได้แล้วประมาณ 200 ตัน

  4. เทศบาลนครหาดใหญ่ คาดการณ์ว่ามีขยะประมาณ 1.1 หมื่นตัน เก็บขยะได้แล้วประมาณ 1,750 ตัน

โดยโซนที่ 1-3 คาดการณ์ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่พื้นที่โซนที่ 4 ยังคงน่าห่วง เพราะมีปริมาณขยะมากที่สุด

สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

สำหรับการจัดกำลังคนในการกำจัดขยะหลังน้ำท่วมนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก คือ มณฑลทหารบกที่ 42 (ค่ายเสนาณรงค์) หรือ มทบ.42 บัญชาการเดี่ยว (Single Command) เพื่อจัดการส่งกำลังคนและชุดอำนวยความสะดวกเข้าช่วยเหลือ

สำหรับเส้นทางที่ชุดอำนวยความสะดวกจะลงพื้นที่จะแบ่งเป็น 2 สาย ได้แก่

  1. ถนนสายหลัก ได้แก่ ถ.เพชรเกษม, ถ.กาญจนวนิชย์, ถ.ราษฎร์ยินดี (ถนนสามสิบเมตร), ถ.ศรีภูวนารถ

  2. ถนนสายรอง ได้แก่ ถ.ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2, 3 ถ.นิพัทธ์สงเคราะห์ 1, 2, 3, ถ.ราษฎร์อุทิศ, ถ.รัถการ ตลาดกิมหยง

“ตอนนี้มีรถ 60 คัน และทีมงานจากเทศบาลนครหาดใหญ่ 5 ชุด และ อบจ. 2 ชุด รวม 7 ชุด (ชุดละ 80-100 คน) กำลังลงพื้นที่เพื่อ Big Cleaning แล้ว โดยปักธงไว้ว่าภารกิจต้องแล้วเสร็จภายใน 10 ธ.ค. นี้”

สุรินทร์ วรกิจธำรง

เก็บของดี แยกของทิ้ง ย่อยของขาย เลือกของซ่อม
ภาคประชาชนเสนอ เร่งส่งต่อ Know-How กำจัดขยะให้ผู้ประสบภัย

ด้าน ธีรภัทร์ มีเดช อาสาสมัคร War room ภาคประชาชน ทีมจัดการขยะ ระบุว่า จากการคาดการณ์เชื่อว่าหลังน้ำลดจะมีปริมาณขยะในพื้นที่เยอะมาก สิ่งที่ภาคประชาชนทำได้ตอนนี้ คือ การระดมอาสาสมัครที่มีความรู้เรื่องการซ่อมแซมและจัดการขยะอย่างเร่งด่วน

“เราประเมินว่า หลังน้ำลดอย่างเลวร้ายที่สุดเราอาจมีขยะมากพอ ๆ กับสนามฟุตบาล หรือสูงเท่ากับตึก 70 ชั้น โดยตัวเลขดังกล่าว มาจากสูตรการประเมินปริมาณขยะจากกรมควบคุมมลพิษ คือ 0.7x จำนวนประชากรครัวเรือน”

ธีรภัทร์ มีเดช

ภาคประชาชนยังเสนอกลยุทธ์ เก็บของดี แยกของทิ้ง ย่อยของขาย เลือกของซ่อม

  • เก็บของดี-แยกของทิ้ง คือ เมื่อจะเคลียร์บ้าน ให้เลือกก่อนเลยว่าจะเก็บอะไรไว้หรืออะไรจะทิ้ง แล้วแยกออกมาให้ชัดเจน

  • ย่อยของขาย คือ ของบางอย่างแม้จะใช้ไม่ได้แล้ว แต่หากย่อยออกมาสามารถนำไปขายได้ เช่น ฟูกที่นอน สามารถนำมาย่อยโดยกรีดนำสปริงด้านในมาขายต่อได้

  • เลือกของซ่อม คือ ควรมีการจัดตั้งศูนย์ซ่อมข้าวของต่าง ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ให้แก่่ประชาชน ซึ่งต้องอาศัยรความร่วมมือจากประชาชน และองค์กรภาคเอกชนที่มีองค์ความรู้เรื่องการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน

“จังหวะนี้ คนในพื้นที่อาจต้องดูแลบ้านของตัวเอง เราจึงต้องการคนนอกพื้นที่เข้าช่วยเหลือที่มีความรู้สายอาชีวะ หรือ DIY โดยเฉพาะบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เข้าใจสินค้าของตัวเองดีที่สุด และนี่จะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใจผู้บริโภค”

ธีรภัทร์ มีเดช

ธีรภัทร์ มีเดช อาสาสมัคร War room ภาคประชาชน

เมื่อถามว่าจังหวะนี้ อะไรคือความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด ตัวแทนจาก War Room ภาคประชาชน ย้ำว่า ต้องมี ธนาคารขยะ เป็นศูนย์กลางสำหรับดูแลเรื่องขนส่งขยะต่อไปยังโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อแปลงไปเป็นพลังงานไฟฟ้า พร้อมเสนอการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการกำจัดขยะในสภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงเร่งด่วน

พร้อมมองว่า ระบบอาสาสมัครจะดียิ่งขึ้นได้ หากมีการส่งต่อองค์ความรู้ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ด้วย เพื่อให้มีความรู้ในการจัดการตนเอง และสามารถทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครในพื้นที่ได้ด้วยอีกทางหนึ่ง

โดย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เสริมว่า ตอนนี้มีจุดทิ้งขยะในพื้นที่ 2 จุด ได้แก่ ชุมชนสะพานดำ และชุมชนบางหัก ที่มีพื้นที่ราว 6 ไร่ และในอนาคตกำลังหาเพิ่มอีกเพื่อให้มีที่พักขยะเพียงพอ

“สำหรับประชาชนแล้ว ให้แยกดูก่อนว่าอันไหนใช้ก็เก็บ แต่ถ้าอันไหนไม่ใช้แล้ว ให้นำมาไว้หน้าบ้าน จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่นำไปทิ้งในจุดที่เตรียมไว้ สุดท้ายแล้ว ขยะทั้งหมดจะถูกฝังกลล หรือแปลงไปเป็นพลังงาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐในการดูแลต่ออีกที ตอนนี้ทาง คพ. ประสานงานกับภาคเอกชนอย่าง SCG ในการรับขยะมาจัดการ โดยเริ่มที่เทศบาลเมืองบ้านพรุ 1 ใน 4 โซนขยะที่กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วย”

สุรินทร์ วรกิจธำรง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active