กำแพงพังขยะทะลักเข้าชุมชน สะท้อนช่องโหว่ EEC

EEC Watch ชี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกขยะล้นเข้าชุมชน สะท้อนภาพปัญหาใน EEC เรียกร้องรัฐเร่งตรวจสอบใบอนุญาต ทบทวนผังเมืองที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และยุติการขยายปัญหาไปพื้นที่ใหม่

วันนี้ (5 ก.ค. 69) จากกรณีฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลบ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำพัดพาเศษโฟมและขยะจำนวนมากดันกำแพงด้านหลังหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 จนกำแพงถล่ม ทำให้เศษโฟมและน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายอำเภอศรีราชา ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร และเจ้าหน้าที่ อบต.บ่อวิน ลงพื้นที่ตรวจสอบ เผยว่า ขยะที่ลอยมาเป็นขยะเหลือทิ้งจากการคัดแยกตู้เย็นและตู้แช่เก่าจากพื้นที่ข้างเคียง โดยผู้ประกอบการต่างชาติ ที่เช่าที่ดินระยะยาว โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบและดำเนินคดีกับบริษัทต้นเหตุทันที พร้อมมอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัด ตรวจสอบเอกสารการจัดตั้งและใบอนุญาตของบริษัทว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น The Active พูดคุยกับ สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยกลุ่ม EEC Watch (กลุ่มศึกษาและติดตามปัญหาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) ชวนมองสะท้อน “ภาพปัญหา EEC” โดยเฉพาะประเด็นการก่อตั้งโรงงานใกล้พื้นที่ชุมชนซึ่งมีลักษณะแบบนี้หลายแหล่งในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC 

สมนึก กล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้ บริเวณที่กองขยะเป็นลักษณะโรงงานที่นำขยะมาคัดแยกและน่าจะเป็นการฝังกลบถาวร เป็นสาเหตุที่ทำให้มวลขยะผสมหลายอย่างเรียกว่าเป็น “กากอุตสาหกรรม” จากตู้เย็น เครื่องซักผ้า ซึ่งการอยู่ใกล้กับหมู่บ้านแบบนี้ในความเป็นจริง “ไม่ใช่เรื่องปกติ” หน่วยงานจำเป็นต้องตรวจสอบใบอนุญาต และถามว่าทำไม อบต. ถึงอนุญาตให้ตั้งได้ และยิ่งหากตรวจสอบแล้วไม่มีการขออนุญาต ก็มีคำถามว่าทำไม อบต. ไม่รู้ทั้งที่เป็นเจ้าของพื้นที่

สมนึก ระบุว่า จากสีของขยะน่าจะเป็นขยะที่กองเก็บมานานเหมือนในโรงงานขยะประเภท 105 คัดแยกฝังกลบ เพียงแต่มีการสร้างกำแพงและถมดินสูง ประกอบกิจการหลังกำแพง ไม่มีใครมองเห็น แต่สิ่งที่ทำทั้งหมดนี้ไม่พ้นความรับผิดชอบของ อบต. เพราะเรื่องขุดดิน ถมดิน การก่อสร้างกำแพง อบต.ดูแล เพราะต้องมีการตรวจแบบอนุมัติ อนุญาต หรือแม้แต่หากเขาไม่ขออนุญาต อบต. ก็ไม่ควรปล่อยให้ทำ 

“หนักไปกว่านั้น คือ อุตสาหกรรมจังหวัด มีการขออนุญาตหรือเปล่า สมมติว่า อบต.อนุญาตแต่ไม่รู้ว่าทำโรงงานอะไร เขาต้องไปขออุตสาหกรรมจังหวัดว่าทาง อบต. อนุญาตโดยไม่มีใบ รง. จากอุตสาหกรรมจังหวัดได้ไหม เขาอาจจะมาขอขุดดินถมดินก่อน แต่ถ้าจะสร้างโกดังก็ต้องขอใบอนุญาตที่ชัดเจน ต้องขอควบคู่กับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดด้วย ที่สำคัญคือ พื้นที่นี้สามารถตั้งโรงงานประเภทนี้ได้หรือเปล่า ต้องไปดูผังเมืองรวม EEC ด้วย”

สมนึก จงมีวศิน

สมนึก บอกว่า ไม่ได้รู้สึกตกใจสำหรับจังหวัดใน EEC เลย เพราะมีแบบนี้เยอะ ทั้งที่ได้รับอนุญาตตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 ที่ปกติจะตั้งไม่ได้ตามผังเมืองทั่วไป แต่ผังเมืองที่ได้รับอนุญาตจากคำสั่ง คสช. ตั้งได้ กิจการประเภท 88 89 101 105 106 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรม 

ชวนตรวจสอบ-จับตาพื้นที่ EEC มีแบบนี้อีกเยอะ และไม่ควรมีเพิ่ม

สมนึก กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ EEC นับตั้งแต่ดำเนินโครงการมา พบว่า ทุนที่เข้ามาเยอะกลายเป็นทุนที่ทำผิดกฎหมาย ทุนที่พยายามจะลดต้นทุนโดยอาศัยกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งยิ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ควรขยายพื้นที่เพิ่มไป จ.ปราจีนบุรี จากการที่ได้ไปชุมนุมสาธารณะที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ตามสิทธิของประชาชนในรัฐธรรมนูญ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เจรจากับชาวบ้าน บอกว่า จ.ปราจีนบุรีไม่เหมาะสม สภาพัฒน์ฯ ก็ชี้ว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็น EEC และพื้นที่เดิมยังมีปัญหาอยู่จำเป็นต้องไปแก้ไข EEC เดิมก็มีปัญหาอยู่ต้องเข้าไปแก้ไข

“ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นประธาน ต้องส่งไปให้ประธานคนปัจจุบันคือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยากฝากว่า EEC ควรมีการแก้ไขใน 3 จังหวัดให้ดีเสียก่อน พร้อมปรับทิศทางใหม่ อุตสาหกรรมที่ไม่ดีอย่าเอาเข้ามา และการที่กฎหมายหย่อนยานทำให้เอกชนภาคอุตสาหกรรมได้ใจขยายแหล่งผลิตไปทั่ว”

สมนึก จงมีวศิน

โละใบอนุญาตโรงงานค้างท่อ
มรดก คำสั่ง คสช.ที่ 4/2559

สมนึก ชี้ว่า โรงงานขยะที่เกิดขึ้นหลายแห่งเป็นผลมาจากคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 แม้จะมี พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. และสภาผู้แทนราษฏรได้มีมติให้การยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 เมื่อปี 2568 แต่พบว่า มีเอกสารที่ขออนุญาตค้างท่ออยู่เป็นจำนวนมาก คือ มีคนรู้ว่ากำลังจะถูกยกเลิกก็รีบไปขอตั้งโรงงานกันไว้ก่อน กระทั่งปี 2569 ยังคงมีค้างอยู่มากและกำลังจะออกมา นั่นหมายความว่ากฎหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์

“ค้างท่อ ต้องบอกว่าด้วย พ.ร.บ.ที่ยกเลิก ก็ต้องหยุด ต้องไปขอใหม่ด้วยเกณฑ์ปกติ จะทำให้ใบขออนุญาตค้างท่อออกมาไม่ได้ เพราะวัตถุประสงค์ที่ยกเลิก เพราะไม่ต้องการให้มีการก่อตั้งโรงงานขยะนอกผังเมืองที่ไม่อนุญาตให้ตั้งอีกแล้ว”
สมนึก จงมีวศิน

สมนึก ฝากถึงหน่วยงานภาครัฐตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชกรจังหวัด นายอำเภอ จนถึงระดับท้องถิ่นอย่าง อบต.เทศบาล ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล อย่าให้มีการลักลอบทำโรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัดก็อย่าปล่อยให้โรงงานที่ขออนุญาตค้างท่อมาตั้งอยู่ในชุมชน รวมถึงผังเมือง EEC ที่มีความหละหลวมหลายจุด เช่น พื้นที่สีเหลืองไข่ไก่ พื้นที่สีเขียว และ สก. ก็ตั้งโรงงานประเภทนี้ได้ ก็จะมีกฎระเบียบว่าตั้งห่างเท่าไหร่ แต่ก็มีไปตั้งใกล้กับหมู่บ้าน

“พูดง่าย ๆ คือผัง EEC มันห่วย ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด เราคงรอศาลตัดสินไม่ไหว กระบวนการยุติธรรมไทยช้ามาก ฟ้องมาตั้งแต่ ก.ค. ปี 2563 จนปัจจุบันผังเปลี่ยนไป มีโรงงงานตั้งเต็มผังไปหมดแล้ว ต่อให้เราชนะคดีก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย หวังว่าก่อนจะไปปราจีน ให้หันกลับมาแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดนี้ให้จบ

“ที่นี่ไม่ใช่ที่แรกที่เกิดขยะกากอุตสาหกรรม มันมีอีกหลายที่ที่เกิดขึ้นและไม่ได้ออกข่าว พอกันได้หรือยังกับอุตสาหกรรมแบบนี้ ที่คุณอ้างว่าเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy แต่สุดท้ายมันคือความเดือดร้อนของประชาชนระยะยาว”

สมนึก จงมีวศิน

สมนึก กล่าวอีกว่า จากข่าวนี้สะท้อนให้เห็นและอยากสื่อสารต่อในเรื่องนี้ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชน ต้องช่วยกันระมัดระวังเฝ้าระวัง เห็นเริ่มมีการขุดดิน ถมดิน ก่อกำแพง ต้องร้องเรียนแล้ว และหากไม่รู้จะติดต่อหน่วยงานไหน สามารถสอบถามกับ EEC Watch ได้ ซึ่งมีฝ่ายกฎหมายทำงานร่วมกับ สส. ทุกพรรคในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ก่อนหน้านี้เห็นพื้นที่นี้แล้วแต่กำแพงสูงไม่สามารถบินโดรนเพื่อดูว่าข้างในทำอะไรได้ ส่วนอำเภอ อบต. หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมอาจจะต้องร่วมช่วยกัน ให้ประชาชนมีความปลอดภัยด้วย เพราะในพื้นที่ จ.ชลบุรี มีการฟ้องปิดปากกันเยอะมาก ทำให้ไม่มีใครกล้า 

จากเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ชลบุรีลงพื้นที่ ตรวจสอบด้วย เสนอว่า ควรกระจายอำนาจลงไปที่ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยดูแลพื้นที่ ย้ำ “การข่าวต้องดี” รัฐทำไม่ได้ประชาชนช่วยได้ ครั้งนี้โชคดีว่าประชาชนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงทรัพย์สินเสียหาย หากเกิดเหตุที่รุนแรงน้ำเสียปนเปื้อนปัญหาจะถาวรและแก้ยาก

แนะหน่วยงาน ตรวจสอบแหล่งน้ำ-ดิน หวั่นปนเปื้อน

สมนึก ฝากถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบการทิ้งของเสียว่ามีการทิ้งของเหลวลงไปหรือไม่ และจากภาพขยะเป็นการรื้อตู้เย็น เครื่องซักผ้า ซึ่งไม่ได้มีสารเคมีที่เป็นของเหลว แต่จะเป็นก๊าซพวกคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbon) เกี่ยวข้องกับก๊าซเรือนกระจก ถ้าไม่มีการเผากากต่าง ๆ จะไม่ได้อันตรายมาก แต่ด้วยประมาณที่มากพัดไปทำลายข้าวของชาวบ้านได้ และโฟมบางชนิดถ้าติดไฟก็จะเกิดสารอันตรายได้

“โชคดีที่กำแพงพัง แต่โชคร้ายที่ทำลายทรัพย์สินชาวบ้าน ถ้าเราไม่รู้ว่าเขาทำอะไรตรงนี้แล้วขยายใหญ่ไป สิ่งที่เป็นของเหลวจากการหลอมอาจจะไปปนเปื้อนในพื้นที่ และกิจการยังดำเนินต่อไป แต่เมื่อกำแพงพังลงมา เราจึงเห็นสภาพทั้งหมดที่ยังไม่ใหญ่มาก”

สมนึก จงมีวศิน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active