คปภ. เปิดเรต 5 ระดับ เช็กความเสียหายรถยนต์น้ำท่วม​ เคลมประกันได้เท่าไร

คปภ. กำหนดแนวปฏิบัติตามมาตรฐานซ่อมรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม 5 ระดับ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมิน แนะ ปชช. เก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน เตรียมเอกสาร ติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว เตรียมเชิญบริษัทประกันหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือจันทร์นี้

วันนี้ (27 ก.ย. 2569) ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจนสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

สำหรับบ้านเรือนและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สำนักงาน คปภ. ขอแนะนำประชาชนผู้เอาประกันภัยให้ดำเนินการตาม 4 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  1. ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย

ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยได้ผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ของสำนักงาน คปภ. ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)” เพื่อดูรายละเอียดความคุ้มครองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าได้ซื้อความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่ ส่วนประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้ด้วยหรือไม่

  • เก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน

ผู้เอาประกันภัยควรถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอความเสียหายทั้งภาพรวมและรายละเอียดของทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ เช่น กรณีบ้านเรือน ถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายแบบเจาะจงทีละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า กรณีรถยนต์ ถ่ายภาพให้เห็นสภาพรถทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง รวมถึงบันทึกระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำไว้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

  • ติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว

ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งเหตุแก่บริษัทประกันภัยทันทีที่สามารถดำเนินการได้ พร้อมเตรียมข้อมูลที่จำเป็น เช่น เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนรายละเอียดความเสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน และเก็บเลขที่ใบเคลม (Claim No.) ไว้สำหรับติดตามสถานะ

  • เตรียมเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

ผู้เอาประกันภัยควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาโฉนดที่ดิน และเอกสารประกอบอื่น ๆ กรณีบริษัทประกันวินาศภัยมีการร้องขอ

ประกัน

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและการซ่อมแซม โดยแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่

  • ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท
  • ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000-20,000 บาท
  • ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000-30,000 บาท
  • ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
  • ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน

บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งนี้ หากเข้าข่ายเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงาน คปภ. จะเชิญบริษัทประกันวินาศภัยประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีประเด็นสำคัญเบื้องต้น ได้แก่ 1) การสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ

2) การบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากเข้าช่วยเหลือเพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์ และ

3) การกำหนดแนวทางและกรอบระยะเวลาในการพิจารณาและชำระค่าสินไหมทดแทน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยเพื่อให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ จะมีการพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ตลอดจนพิจารณาผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนผู้เอาประกันภัยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” ตลอด 24 ชั่วโมง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active