จัดการน้ำไร้รอยต่อ แก้ท่วม-แล้ง-เค็มรุก ข้อเสนอจากพื้นที่ ลดความเสียหาย สู่การใช้น้ำคุ้มค่า -เพิ่มมูลค่า

เดินหน้าสร้างระบบจัดการน้ำ บูรณาการงานวิชาการ-องค์ความรู้ชุมชนพื้นที่-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สู่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง 100 ตำบล ใน 10 จังหวัด ลดความเดือดร้อนชาวบ้าน 120,000 ครัวเรือน ประหยัดค่าใช้จ่ายจากภาครัฐ 900 ล้านบาท ครอบคลุมผลสัมฤทธิ์ 3 มิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดรับแผนชาติฯ ฉบับที่14

วานนี้ (10 ก.ย.69) ในเวที policy forum จัดการน้ำไร้รอยต่อ แก้ท่วม แล้ง เค็มรุก  บทเรียนและข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อน้ำมั่นคง  ที่จัดโดย Policy Watch – The Active ไทยพีบีเอส ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทีมวิจัยน้ำมั่นคง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อย่าง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย

เริ่มต้นด้วยการนำเสนอภาพรวมปัญหา ตลอดระยะเวลา 20 ปี  “น้ำท่วม” กระทบผู้คนเฉลี่ยปีละ 4.5 ล้านคน สร้างความเสียหายกว่า 4.8 พันล้านบาท ขณะที่ “ภัยแล้ง” ซ้ำเติมประชาชนเฉลี่ยปีละ 8.4 ล้านคน สร้างความเสียหายเฉลี่ยปีละ 1 พันล้านบาท ยังไม่นับรวมถึง “ปัญหาน้ำเค็มรุก” ที่ส่งผลกระทบทั้งภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค ไปจนถึงระบบนิเวศทางทะเล 

รศ.สุจริต  คุณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด กล่าวว่า เวทีในวันนี้เป็นการนำเสนองานวิจัย น้ำมั่นคงไม่ท่วมไม่แล้งใน 10 จังหวัด และการถอดบทเรียนความสำเร็จในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ ใน 4 ภูมิภาค   ที่มีปัญหาและบริบทแตกต่างกันออกไป  ทั้งกลุ่มน้ำท่วม  น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุก ในกลุ่มจังหวัดทะเล และทะเลสาบ พร้อมระดมความเห็นทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับผลสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบ  ที่มีความร่วมมือทั้ง ภาควิชาการ ภาคประชาชน สู่การขยายผลเชิงนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งสู่ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์  3 ข้อสำคัญ  

  1. น้ำไม่ท่วมไม่แล้ง 100 ตำบลใน 10 จังหวัด หรือร้อยละ 30 ของจำนวนตำบลใน 10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้งสูง
  2. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม น้ำแล้ง ลดลง 120,000 ครัวเรือน
  3. รายได้เพิ่มขึ้นลดค่าใช้จ่ายจากภาครัฐ 900 ล้านบาท

พร้อมเดินหน้าบนผลสัมฤทธิ์ที่ตอบโจทย์ มิติเศรษฐกิจ เพิ่มผลิตภาพการใช้น้ำของกลุ่มผู้ประกอบการและสร้างความมั่นคงทางน้ำเกษตรกรมีรายได้สุทธิ (กำไร) เพิ่มขึ้นจากระบบการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

มิติสังคม สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรผู้ใช้น้ำในชุมชนลดความขัดแย้งในพื้นที่จากการบริหารจัดการน้ำที่เป็นธรรมและมีระบบ

มิติสิ่งแวดล้อม สร้างสมดุลต่อระบบนิเวศและสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อประชาชนคุณภาพและปริมาณน้ำที่เพียงพอและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากงานวิชาการ ที่บูรณาการองค์ความรู้วิชาการ ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สู่เป้าหมายการแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเค็มรุก ที่เป็นรูปธรรมแล้ว  รศ.สุจริต ในฐานะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ย้ำว่า จะเป็นส่วนหนึ่งการขยายผลเชิงนโยบาย ผ่านร่างแผนพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจฉบับดังกล่าว 

“ในเชิงแผนฯ14  เรามุ่งเป้าอยู่ 2 เรื่อง คือ ทำอย่างไรที่จะลดความเสียหายจากภัยพิบัติต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นลงไป 30%  อันที่สอง คือ เรื่องของการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการใช้น้ำ ซึ่งปัจจุบัน เราใช้น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร สร้างมูลค่า 200 บาท จะทำยังไงให้เพิ่มมาเป็น 600 กว่าบาทต่อลูกบาศก์เมตร  

อันนี้คือส่วนที่เราต้องการงานวิจัยตรงนี้ ทำให้การเตือนภัย การจัดการน้ำ สร้างโอกาสในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรม บริหารจัดการน้ำใช้อย่างคุ้มค่า ระบบดีขึ้น ตอบโจทย์ 3 มิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย” รศ.สุจริต กล่าว

ล้อมวงถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบ สู่ข้อเสนอจัดการน้ำไร้รอยต่อ “ น้ำมั่นคง แก้ท่วม-แล้ง-เค็มรุก ”

ในช่วงบ่ายตัวแทนประชาชนจากพื้นที่  10 จังหวัด 1 ลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็มรุก เกือบ 200  คน ร่วมกันถอดบทเรียนการจัดการน้ำ และจัดทำข้อเสนอเพื่อเดินหน้าการจัดการน้ำไร้รอยต่อ 

กลุ่มการจัดการน้ำไร้รอยต่อ “แก้แล้ง” 

สรุปสถานการณ์ปัญหาสำคัญ คือ เรื่องของสภาพอากาศสุดขั้วโลกรวน ที่มีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบน้ำไม่พอใช้ ไม่พอต่อการเพาะปลูก ภัยแล้งขยายกว้างและรุนแรงขึ้นทุกปี 

สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาคือการวิเคราะห์สมดุลน้ำของจังหวัด และ ระดับตำบล เพิ่มแหล่งน้ำดิบทำระบบกระจายน้ำ วิเคราะห์ช่วงเวลาและแนะนำการเพาะปลูก มีฐานข้อมูลที่อัปเดตตรงกัน ทำแผนน้ำ ตำบลจังหวัดที่ใช้ในเชิงของข้อมูลเทคโนโลยี การมีส่วนร่วม จัดตั้งกลุ่มกองทุนเพื่อบริหารจัดการน้ำ

ข้อเสนอเพื่อไปต่อคือฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิมควบคู่กับการสร้างอ่างจิ๋ว ฝาย บาดาลแบบกระจายตัว  จัดระบบส่งน้ำ  มีฐานข้อมูลเดียว  แต่บูรณาการทุกภาคส่วน ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับงานวิจัย

กลุ่มจัดการน้ำไร้รอยต่อ “แก้ท่วม” 

สรุปประเด็นสถานการณ์ปัญหาสำคัญ คือโลกรวน สภาพอากาศผันผวน น้ำท่วมต่างกันตามภูมิประเทศ แผนงานแก้ไม่ตรงจุด ภัยขนาดใหญ่รุนแรงขึ้น ฝนตกหนักต่อเนื่องนาน  

ระบบระบายน้ำมีข้อจำกัด ที่สำคัญคือเตือนภัยล่าช้า  ไม่รู้ต้องอพยพตอนไหน

สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหา  มองการแก้ที่ต้นเหตุ คือการหน่วงน้ำไว้ ทำให้ไหลได้เร็วขึ้น จำลองการไหลของน้ำช่วงวิกฤต วางระบบพิกัดล่วงหน้า เห็นระดับน้ำชัดเจน ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว พัฒนาระบบเตือนภัยโดยจัดโซนนิ่ง

สำหรับข้อเสนอเพื่อไปต่อ คือการทำระบบเตือนภัยที่มีฐานข้อมูล เพิ่มจุดวัดน้ำฝน ลม รวมข้อมูลทุกหน่วยงานไว้ด้วยกัน ปรับเกณฑ์การเตือนภัยเซลล์บอร์ดแคสถึงชุมชนโดยตรง  จัดการพื้นที่เพิ่มการระบายน้ำ  ชุมชนร่วมกันรับมือ โดยมีแผนฉุกเฉิน ทำข้อมูลกลุ่มเปราะบาง กำหนดจุดอพยพ  บูรณาการ อบจ. อปท.ปภ.และชลประทาน สั่งการร่วมกัน  เช่น การเชื่อมแผนลุ่มน้ำไทยวอเตอร์แพลน ที่มีกลไกงบประมาณ ดูแลรักษาระบบ

กลุ่มจัดการน้ำไร้รอยต่อแก้ “เค็มรุก ”

มองสถานการณ์ปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวน น้ำเค็มน้ำจืด น้ำกร่อย  น้ำเค็มรุกล้ำน้ำจืดน้อย   ส่งผลชุมชนเกษตรประมงกับวิถีชิมน้ำ ซึ่งการคาดเดาเสียหายต่อพืชผลการเกษตรกระทบแหล่งน้ำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

วิธีการแก้ไขปัญหา คือการปลูกพืชทนเค็มสร้างทางเลือกใหม่ วางระบบ IOT วัดความเค็ม

สำหรับข้อเสนอเพื่อไปต่อ กระจายน้ำจืด ซ่อมแซมขยายประตูระบายน้ำเพิ่มน้ำต้นทุน ผลักดันความเค็ม จัดทำคู่มือบริหารจัดการน้ำร่วม ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ใช้เทคโนโลยีและระบบเตือนภัย เช่นใช้ระบบ IOT และ AI คาดการณ์ความเค็มล่วงหน้า เพิ่มจุดวัดความเค็มและเครื่องวัดค่าออกซิเจน ประเมินสภาพแวดล้อมต่อการรอดชีวิตของสัตว์น้ำ ปรับตัวส่งเสริมอาชีพพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงแบบยืดหยุ่น

กลุ่มจัดการน้ำไร้รอยต่อ “น้ำมั่นคง” 

มองสถานการณ์ปัญหาความอ่อนแอของลุ่มน้ำต่อโลกรวนขาดกรอบแก้ปัญหาระยะยาว ขาดการทดลองใช้เทคโนโลยีขาดแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ทั้งการทำเกษตร น้ำกินน้ำใช้

วิธีการแก้ไขปัญหา วิเคราะห์ความต้องการน้ำ แบ่งโซนจัดทำผังน้ำที่สมบูรณ์ ระบุชื่อโครงการพิกัดงบประมาณหน่วยงานเพื่อทำงานร่วมกัน หารือกับหน่วยงานเพื่อบริหารจัดการลุ่มน้ำ นำโครงการตัวอย่างบริหารระดับลุ่มน้ำ ใช้ข้อมูลภาพดาวเทียม AI เพื่อวิเคราะห์ส่งต่อข้อมูล

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อไปต่อ เน้นบริหารจัดการไร้รอยต่อเชื่อมโยงแผนงานผลักดันแผนน้ำจังหวัดระบบจัดการน้ำร่วมกัน มีข้อมูลที่แม่นยำ สั่งการได้รวดเร็ว เพิ่มน้ำต้นทุนลดการสูญเสีย เช่นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ปรับปรุงคลองส่งน้ำ


ขณะที่ตัวแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย ยอมรับตรงกันว่าการแก้ปัญหาน้ำแล้ง ท่วม เค็มรุก รวมทั้งภัยพิบัติ ยังมีช่องว่างการเชื่อมการทำงาน จากบทบาทหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน ตั้งแต่การป้องกัน การเผชิญเหตุ และการฟื้นฟู  แต่เห็นตรงกันว่า การหนุนเสริมพื้นที่ รวมทั้งมีข้อมูลจากระดับพื้นที่ที่ครอบคลุมชัดเจน บวกกับงานวิชาการ ที่มาร่วมบูรณาการกัน จะทำให้เกิดการสร้างระบบ การวางแผนงานร่วมกันที่ครอบคลุมการแก้ปัญหามากขึ้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active