กรมทรัพยากรธรณี เปิดพื้นที่เฝ้าระวัง 25 จังหวัด ครอบคลุม 4 ภูมิภาค หลังฝนตกหนักถึงหนักมาก พบฝนสะสมเกิน 100 มม.แล้ว 5 จุด
จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. 2569 กรมทรัพยากรธรณี ระบุถึงพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้ดินอุ้มน้ำจนเกิดการพังทลายและแผ่นดินถล่ม รวมถึงอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก
โดยพื้นที่ที่กรมทรัพยากรธรณี ให้เฝ้าระวังครอบคลุม 25 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลพบุรี สระบุรี นครนายก นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ชลบุรี และตราด
พื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขา เชิงเขา หุบเขา และพื้นที่ใกล้ทางน้ำ เช่น
- อ.พบพระ, อุ้มผาง, แม่สอด จ.ตาก
- อ.ชาติตระการ, นครไทย, เนินมะปราง, วังทอง จ.พิษณุโลก
- อ.ทองผาภูมิ, สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
- อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
- อ.ปากช่อง, วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
- อ.เขาชะเมา จ.ระยอง
- อ.เขาคิชฌกูฏ, สอยดาว จ.จันทบุรี
- อ.บ่อไร่, เกาะช้าง จ.ตราด

พบฝนเกิน 100 มม.แล้ว 5 จุด
ข้อมูลจากเครือข่ายวัดปริมาณน้ำฝนของกรมทรัพยากรธรณี พบพื้นที่เสี่ยงภัยที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตร จำนวน 5 จุด ได้แก่
- บ้านโค้งดารา ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วัดได้ 215 มิลลิเมตร
- บ้านคลองกระทิง ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี 180 มิลลิเมตร
- บ้านดอยแล ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด 140 มิลลิเมตร
- บ้านหนองไม้หอม ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด 110 มิลลิเมตร
- บ้านซับตะเคียน ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 102 มิลลิเมตร
โดยพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมสูงสุดจากข้อมูลดังกล่าวคือ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 215 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี 180 มิลลิเมตร
ดินโคลนถล่มทับกุฏิ สำนักสงฆ์ จ.จันทบุรี มรณภาพ 1 รูป
ล่าสุดวันนี้ (25 ก.ย.2569) เวลา 11.27 น. กู้ภัยสว่างกตัญญูจันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุดินโคลนถล่มทับกุฏิ สำนักสงฆ์หุบบอนหวาน อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี มีพระสงฆ์ได้รับบาดเจ็บ และติดอยู่ภายในกุฏิหลายรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือ ล่าสุดมีรายงานพระมรณภาพ 1 รูป
ขณะที่พื้นที่ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.จันทเขลม ต.คลองพลู ต.ตะเคียนทอง และ ต.ชากไทย 12 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบรวม 29 ครัวเรือน โดยมีทั้งบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด และน้ำกัดเซาะสะพานบางแห่ง
พื้นที่เสี่ยงครอบคลุม 4 ภูมิภาค
สำหรับพื้นที่ที่กรมทรัพยากรธรณีให้ติดตามสถานการณ์ แบ่งเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่
- ภาคเหนือ ครอบคลุม จ.ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น พบพระ อุ้มผาง แม่สอด คลองลาน ปางศิลาทอง ศรีสัชนาลัย บ้านด่านลานหอย ชาติตระการ นครไทย เนินมะปราง วังทอง หล่มเก่า หล่มสัก วังโป่ง ชนแดน แม่เปิน แม่วงก์ บ้านไร่ และลานสัก
- ภาคกลาง ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลพบุรี สระบุรี และนครนายก เช่น สังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค ด่านมะขามเตี้ย ด่านช้าง สวนผึ้ง บ้านคา แก่งกระจาน หนองหญ้าปล้อง กุยบุรี ปราณบุรี สามร้อยยอด เมืองประจวบคีรีขันธ์ หัวหิน ชัยบาดาล ลำสนธิ มวกเหล็ก แก่งคอย บ้านนา และเมืองนครนายก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุม จ.นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ได้แก่ ปากช่อง สีคิ้ว วังน้ำเขียว ภูสิงห์ ขุนหาญ นาจะหลวย บุณฑริก น้ำขุ่น และน้ำยืน
- ภาคตะวันออก ครอบคลุม จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ชลบุรี และตราด เช่น นาดี ประจันตคาม เมืองปราจีนบุรี วังน้ำเย็น วังสมบูรณ์ เมืองสระแก้ว ตาพระยา ท่าตะเกียบ สนามชัยเขต เขาชะเมา บ้านค่าย แกลง ขลุง เขาคิชฌกูฏ มะขาม โป่งน้ำร้อน สอยดาว บ่อทอง บ้านบึง เขาสมิง บ่อไร่ และเกาะช้าง
แนะสังเกต 4 สัญญาณอันตราย
กรมทรัพยากรธรณี ให้ข้อมูลด้วยว่า ลักษณะพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ติดภูเขา หรืออยู่ใกล้ทางน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่มีร่องรอยดินยุบหรือการพังทลายบนภูเขา หมู่บ้านที่เคยเกิดน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำ และลำน้ำที่มีกองหิน ทราย หรือซากไม้สะสมอยู่จำนวนมาก
ส่วนสิ่งบอกเหตุที่อาจเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่
- ฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
- ระดับน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- น้ำในลำห้วยเปลี่ยนเป็นสีขุ่นคล้ายสีดินบนภูเขา และมีเศษซากไม้ลอยมากับน้ำ
- ได้ยินเสียงดังผิดปกติจากภูเขาหรือลำห้วย ซึ่งอาจเกิดจากหินแตกและเคลื่อนตัวชนกัน
หากพบสัญญาณดังกล่าว กรมทรัพยากรธรณีขอให้ประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงและไปยังจุดปลอดภัยทันที โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขา หุบเขา ใกล้ลำห้วย หรือพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน
หากฝนเกิน 100 มม.ใน 24 ชั่วโมงให้เพิ่มการเฝ้าระวัง
กรมทรัพยากรธรณี ยังแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกมากกว่า 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง
สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่ที่เคยมีน้ำท่วม ควรเตรียมขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินขึ้นไปไว้ในพื้นที่สูงหรือจุดปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเดินข้ามทางน้ำ การเดินลัดลำน้ำ รวมถึงการลงไปหาปลาหรือสัตว์น้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก
ขณะที่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงควรจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมไฟฉายและอุปกรณ์ส่องสว่าง รวมถึงกำหนดจุดปลอดภัยและเส้นทางอพยพให้พร้อม โดยระบบแจ้งเตือนควรครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงพื้นที่ท้ายน้ำ
3 หน่วยงาน เตือน “ดินโคลนถล่ม” เดือน ก.ย. 69 ทะลุ 7 ฉบับ
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วทุกภาคของประเทศไทยในช่วงนี้ หลายหน่วยงานจึงประกาศยกระดับการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะ “ดินโคลนถล่ม” และ “น้ำป่าไหลหลาก” ในพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งพบว่าตลอดทั้งเดือนมีคำเตือนอย่างเป็นทางการรวมแล้วไม่น้อยกว่า 7 ฉบับ ประกอบด้วย
- กรมทรัพยากรธรณี (ทส.) ออกประกาศเตือนภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากโดยตรงไปแล้วอย่างน้อย 4 ฉบับ (ตั้งแต่ฉบับที่ 12/2569 ถึงฉบับที่ 15/2569) โดยครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ พร้อมกำชับอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังวัดปริมาณฝนสะสมอย่างใกล้ชิด
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ออกหนังสือและประกาศแจ้งเตือนสาธารณภัยบูรณาการ ไม่น้อยกว่า 2 ฉบับหลัก ซึ่งล่าสุดได้ยกระดับการแจ้งเตือนครอบคลุมพื้นที่ 70 จังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร ให้รับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม
- สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม จำนวน 1 ฉบับ (ฉบับที่ 3/2569) เพื่อเตือนภัยพื้นที่ลาดเชิงเขาและลำน้ำสายหลักทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์น้ำและคำเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำเปลี่ยนเป็นสีโคลน หรือมีเสียงดังจากภูเขา ให้เตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที

อุตุฯ เตือนฝนหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคใต้ตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่
เตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
สาเหตุสำคัญมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออก ซึ่งจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้น
กรมทรัพยากรธรณีจะติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนประชาชนในหมู่บ้านและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนการเฝ้าระวังที่ได้เตรียมไว้
