กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 27 ก.ย.

นักวิชาการ ประเมิน ​​กทม. ​ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆในภาคกลาง ​ตะวันออกยังคงมีฝนตกในระดับปานกลางถึงหนัก ก่อนจะเริ่มลดลงตามลำดับอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. ​ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันตก ด้าน ปภ. รายงานผลกระทบ 21 จังหวัด 93 อำเภอ กทม. ขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต


กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 10 (226/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยสาเหตุหลักของสภาพอากาศที่แปรปรวน เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีปริมาณฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากในบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนให้ประชาชนทั่วประเทศระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมขังในระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับสถานการณ์คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจยกระดับความสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร (มากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง)

กรมอุตุนิยมวิทยาขอเตือนให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และสำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสอบถามทางสายด่วน 1182 และ 0-2399-4012-13 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน รศ.เสรี ศุภราทิตย์  ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติระบุ อัปเดตสถานการณ์ความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประเมินว่า วันที่ ​26 ก.ย. นี้ ยังคงมีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคตะวันตกและภาคกลางบางจังหวัด

พื้นที่ที่ต้องจับตา ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม ชัยนาท นครสวรรค์ ตาก และกำแพงเพชร ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่อื่นของภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกในระดับปานกลางถึงหนัก

ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ Update สถานการณ์ความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยปริมาณฝนตกสะสม 2 วันที่ผ่านมา (25-26 กันยายน) มากกว่า 300 มม ในหลายพื้นที่ ภาพฉายพื้นที่น้ำท่วมที่ศูนย์ฯเคยโพสต์ไปยังคงมีเหตุมีผล หลายหน่วยงานขาดการประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงของสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนประชาชนจึงเป็นเช่นนี้ เอง สถานการณ์ในอนาคตอันใกล้ พบว่า

ภาพการคาดการณ์รายวัน (เฉดสีน้ำเงิน และฟ้า) ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากในวันนี้ (26 กันยายน) โดยเน้นไปที่พื้นที่ภาคตะวันตก และภาคกลางบางจังหวัด (จ. กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม ชัยนาท นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร) สำหรับพื้นที่ กทม. และปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆในภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกในระดับปานกลางถึงหนัก ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงตามลำดับอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันตก หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กันยานจึงเข้าสู่ภาวะปกติ (มีเฉพาะบางพื้นที่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือตอนบน)

ภาพการคาดการณ์รายชั่วโมงของปริมาณฝนวันนี้ (26 กันยายน) ช่วงเช้ายังมีฝนใน กทม. และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก (โดยเน้นไปที่ จ.ตราด และจันทบุรี) ส่วนช่วงบ่ายฝนจะเริ่มเบาลง แต่ไปตกหนักมางพื้นที่ภาคตะวันตก (จ. กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม นครสวรรค์ ตาก กำแพงเพชร) วางแผนการเดินทางวันนี้น้ำท่วมรอการระบายหลายเส้นทางใน กทม. และปริมณฑล การเร่งระบายน้ำมีความสำคัญสูงสุด เครื่องสูบน้ำเพียงพอหรือไม่ ? มีหน่วยงานใดแจ้งประชาสัมพันธ์เรื่องนี้บ้าง ?

ข้อมูลจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปภ. ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน 84,605 คน ส่วนกรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมขังผิวการจราจร 44 จุด โดยภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

สำหรับช่วงวันที่ 16-26 กันยายน 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสะสม 36 จังหวัด 143 อำเภอ 506 ตำบล 1,966 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน 102,957 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบ 22 เขต 66 จุด

กทม. ยกระดับการจัดการเหตุอุทกภัย ขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

เมื่อวันที่ ​26 ก.ย. 69​ ​ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร ลงนามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย ขยายพื้นที่จากเดิมที่ประกาศครอบคลุมเขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต (มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 69) เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

การขยายพื้นที่ประกาศดังกล่าว สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจร และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ จึงมีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ประกาศให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที

การดำเนินการในพื้นที่จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2564–2570 รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถบูรณาการการทำงานและดำเนินการตามภารกิจได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบและดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active