“ชัชชาติ” ยอมรับสถานการณ์ระบายน้ำตึงตัว เชื่อว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่ม ระดับน้ำจะเริ่มคลี่คลาย ขณะที่คลองหลักเริ่มวิกฤต เร่งสูบ 1,200 ลบ.ม./วินาที คาดดีขึ้นใน 6 ชม. เตรียมศูนย์พักพิง กระสอบทราย 1 ล้านถุง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ก.ย. 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม ณ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร เขตดินแดง โดยระบุว่า สถานการณ์น้ำโดยรวมอยู่ในระดับทรงตัว แต่การระบายน้ำยังเผชิญข้อจำกัดจากคลองสายหลักที่มีน้ำล้นตลิ่ง ทั้งคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร และคลองประเวศบุรีรมย์
ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า ปริมาณฝนสะสมสูงเกือบ 300 มม. ทำให้การเร่งระบายน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก และกรุงเทพฯ อาจไม่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะแห้งได้ในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม หากไม่มีฝนตกลงมาเติมอีก การระบายน้ำออกจากคลองจะทำได้ดีขึ้นและระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลง
“หากสามารถเอาน้ำออกจากคลองได้ การระบายน้ำจะดีขึ้นและทำให้ปริมาณน้ำลดลงได้ แต่ต้องยอมรับว่าฝนสะสมเกือบ 300 มม. ทำให้ กทม. แห้งในระยะเวลาสั้นเป็นเรื่องยาก”
กทม. รายงานว่า ฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. เวลา 16.00 น. คิดเป็นปริมาณน้ำราว 30 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยฝนตกหนักสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. เขตมีนบุรีวัดฝนสะสมได้ 274.5 มม. ขณะที่คลองสามวาวัดได้ 273 มม. นอกจากนี้ ยังมีมวลน้ำจากนนทบุรีและปทุมธานีไหลเข้าสมทบอย่างต่อเนื่อง
คลองหลักวิกฤต เร่งสูบน้ำ 1,200 ลบ.ม./วินาที
ฝนสะสมปริมาณมากทำให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร อยู่ในเกณฑ์วิกฤต หรือระดับสีแดง ส่งผลให้บ้านเรือนริมคลองและถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง
กทม. จึงเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังทั้งสองฝั่ง รวมอัตราการระบายน้ำ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนระดับน้ำในคลองเริ่มทรงตัว โดยคาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่ม สถานการณ์อาจดีขึ้นภายใน 6 ชั่วโมง
สำหรับพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้รับผลกระทบน้อยกว่าฝั่งตะวันออก ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในรอบเกาะรัตนโกสินทร์ยังไม่มีน้ำท่วม
ระบบระบายน้ำยังมีข้อจำกัด สองสถานีหลักทำงานได้ราว 30%
ชัชชาติยอมรับว่า กทม. จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพคลองและระบบระบายน้ำเพิ่มเติม รวมถึงปรับปรุงความแม่นยำของระบบพยากรณ์และแบบจำลองน้ำท่วม เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนรวดเร็วขึ้น
แม้ กทม. เคยจำลองสถานการณ์ฝน 300 มม. ซึ่งประเมินว่าอาจทำให้น้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร แต่สถานการณ์จริงยังไม่ท่วมถึงระดับดังกล่าว ถือว่าดีกว่าที่แบบจำลองคาดไว้ อย่างไรก็ตาม ระบบคาดการณ์ยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง
ด้าน อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ด้านการระบายน้ำ ระบุว่า ระบบระบายน้ำเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย แต่ที่ผ่านมา การพัฒนา “เส้นเลือดใหญ่” ทั้งคลองสายหลักและสถานีระบายน้ำยังทำได้ไม่เต็มที่
โดยเฉพาะสถานีสูบน้ำสามเสนและสถานีสูบน้ำบางซื่อ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดน้ำจากคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว แต่มีข้อมูลว่าศักยภาพการทำงานอยู่ที่ประมาณ 30% ตั้งแต่ปี 2565 และปัจจุบันยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ส่งผลให้การระบายน้ำจากคลองสำคัญทำได้จำกัด จนเกิดน้ำล้นคลองกระทบถนนลาดพร้าวและถนนเพชรบุรีตัดใหม่
นอกจากนี้ สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ของกรมชลประทาน ยังไม่สามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากมีเครื่องสูบทำงานเพียงบางส่วน ส่งผลให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลชะลอตัว
ประกาศเขตอุทกภัยทั่ว กทม. เตรียมศูนย์พักพิง-กระสอบทราย 1 ล้านถุง
กทม. ได้ขยายประกาศเขตอุทกภัยให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งสายด่วน 1669 ได้ทันที
พร้อมกันนี้ กทม. เตรียมกระสอบทราย 1 ล้านถุง กระจายตามสำนักงานเขต และเปิดโรงเรียนในสังกัดที่ไม่ได้รับผลกระทบเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว
ประชาชนที่ไม่จำเป็นต้องเดินทาง ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้รถในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนรามคำแหง เพชรบุรีตัดใหม่ เอกมัย เสนานิคม 1 กิ่งแก้ว และลาดกระบัง ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสูบน้ำเต็มกำลังเพื่อคืนพื้นที่แห้งให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
คาดจันทร์นี้ สั่งรร.ในสังกัดพิจารณาหยุดเรียนชั่วคราว เพื่อลดการเดินทางและปริมาณการจราจร
ทั้งนี้เบื้องต้น อย่างน้อย มีถนน 13 จุด ถูก น้ำท่วมจนรถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ เช่น เอกมัย พงษ์เพชร-งามวงศ์วาน วิภาวดีรังสิต รามคำแหง และลาดกระบัง
ขณะที่ผลกระทบส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับชุมชนริมคลอง ซึ่งน้ำเอ่อเข้าบ้านเรือน กทม.จึงเปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง รองรับได้ประมาณ 15,000 คน และขณะนี้มีประชาชนเข้าพักแล้วกว่า 900 คน
ส่วนผู้ป่วยติดเตียง 36 คน ได้ทยอยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้าง พร้อมจัดตั้งครัวกลางในทุกเขต เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเปิดช่องทางขอรับกระสอบทราย และความช่วยเหลือผ่านสำนักงานเขต หรือสายด่วน 1555 ส่วนผู้ป่วยฉุกเฉิน โทร 1669
สำหรับวันจันทร์นี้ (28 ก.ย.) กรุงเทพมหานคร สั่งการให้พนักงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร พิจารณาให้ Work from Home หากไม่มีความจำเป็นต้องให้บริการประชาชน ขณะที่โรงเรียนสังกัด กทม. จะพิจารณาหยุดเรียนชั่วคราว เพื่อลดการเดินทางและปริมาณการจราจร
