หลังคาดการณ์แนวโน้มฝนขยับไปภาคตะวันตก ชาวบ้านสะเนพ่อง อ.สังขละบุรี หวั่นอยู่ในความเสี่ยง เผยฝนหนักไม่ขาดเม็ดต่อเนื่อง น้ำเต็มทุกห้วย เทียบทุกปีหากน้ำปริมาณเท่ากันนี้ต้องตกสะสมเป็นเดือน เร่งแจ้งเตือนชาวบ้านขนของขึ้นที่สูงกว่า 2 เมตร เตรียมพร้อมข้าวปลาอาหารรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมวางจุดอพยพ ประสานระหว่างหมู่บ้าน เพื่อแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง
จากกรณี รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ฝนที่มีแนวโน้มว่าพื้นที่เสี่ยงขยับไปทางภาคตะวันตก โดยเฉพาะ จ.ตาก, กาญจนบุรี ซึ่งเคยเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มบ่อยครั้ง
วันนี้ (27 ก.ย. 2569) The Active ตรวจสอบสถานการณ์นี้กับ สมพร เมาศรี ชาวกะเหรี่ยงโพล่ง หมู่ 1 บ้านสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตลอด 3 วันมานี้ ในพื้นที่ฝนตกหนักมากกว่าทุก ๆ ปี ส่งผลให้น้ำในห้วยโรคี่เต็มและเอ่อล้น คือ แทบทุกลำห้วย ทั้งห้วยเล็ก ห้วยใหญ่ ใน 2 หมู่บ้าน ตั้งแต่หมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ถึง สะเนพ่อง

“ปีนี้ฝนมันแปลก คืนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมาตกหนักมาก ตกลักษณะแบบตู้มเดียวแบบห่าฝน ซึ่งจริง ๆ เปรียบเทียบกับทุก ๆ ปี หากมีปริมาณน้ำมากเท่านี้ ต้องตกสะสมมาแล้วเป็นเดือน แค่นี้ 3 วัน ตอนนี้น้ำเต็มทุกห้วยแล้ว”
สมพร เมาศรี
ล่าสุด ลำห้วยโรคี่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณสนามหญ้าด้านหลังวัดซึ่งอยู่ติดกับลำห้วย และน้ำยังไหลเข้าท่วมพื้นกุฏิบางหลังที่อยู่ติดลำห้วย โดยกระแสน้ำไหลแรงและมีสีโคลนขุ่น
ทั้งนี้ได้มีการประชุมหมู่บ้าน ให้บ้านเรือนที่อยู่ในจุดเสี่ยงเร่งขนของขึ้นที่สูงกว่า 2 เมตร ซึ่งคิดว่าอยู่ในระดับที่ไม่เสียหาย เพราะยึดสถิติที่เคยท่วมสูงสุดในปี 2561 รวมทั้งให้ชาวบ้านเตรียมข้าวปลาอาหารไว้รับมือหากเกิดกรณีฉุกเฉิน หรือน้ำป่าหลากแล้ว




“เรื่องอาหารไม่น่าวิตก เรามีข้าวที่เก็บไว้กินได้ตลอดทั้งปี มีพืชอาหาร หรือ Food Bank ในหมู่บ้าน แต่ที่เรากังวลคือโรคระบาดจากน้ำที่ไม่สะอาดมากกว่า”
สมพร เมาศรี
ส่วนจุดอพยพ วางจุดและแจ้งชาวบ้านทุกคนแล้ว รู้ดีคือบริเวณท้ายหมู่บ้าน เป็นพื้นที่สูงและมีความปลอดภัย ทั้งนี้ได้มีการประสานงานระหว่างหมู่บ้าน เพื่อแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง
“ห่วงที่สุดคือบ้านเรือน เราขนของจำเป็นออกไปหมดแล้ว แต่บ้านเรือนเราขนไปไม่ได้เหมือนสิ่งของอื่น ๆ หากเกิดเหตุก็ต้องมาซ่อมแซมกันเยอะ แต่สำคัญที่สุดคือชีวิตที่ปลอดภัย เราถอดบทเรียนจากปี 61 ปีนั้นเจ็บหนักมาก ทุกคนจึงต้องระวัง ก็ยอมเสียสละช่วงนี้ไม่ไปทำงานกัน ก็เฝ้าระวังกันตลอด 24 ชั่วโมง ประสานระหว่างหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากเราอีกเกือบ 3 ชั่วโมง เมื่อแจ้งว่ามีน้ำหลากมา เราจะมีเวลาย้ายกัน 2-3 ชั่วโมง ก็จะปลอดภัย ก็จับตากันทุกเวลา”
สมพร เมาศรี
ด้าน สุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานและฝ่ายปกครองในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยกำชับให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง รวมถึงพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมและพื้นที่ซึ่งระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น
