การเคหะฯ ยัน “ไม่เอาผิดชาวแฟลตคลองจั่น” ปีนตักน้ำในแท็งก์ใช้

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ยืนยันกำลังเร่งช่วยเหลือ เหตุน้ำท่วมแฟลตคลองจั่น ตั้งโรงครัว-อพยพกลุ่มเปราะบาง ย้ำไม่ลงโทษคนปีนตักน้ำแท็งก์ใช้ หลังน้ำท่วม ไม่มีน้ำ-ไฟใช้

วันนี้ (27 ก.ย.2569) ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยกับ The Active ว่าในเวลานี้ สถานการณ์แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ยังคงวิกฤต มีระดับน้ำท่วมขังสูงบนพื้นผิวจราจรและทางเดินเท้า รถยนต์ไม่สามารถเข้าได้ จำเป็นต้องสัญจรด้วยทางเรือเท่านั้น ขณะนี้ทางการเคหะแห่งชาติกำลังเร่งให้การช่วยเหลือเร่งด่วนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วานนี้

“สถานการณ์ตอนนี้น้ำยังคงท่วมสูงขึ้นเพราะระดับน้ำจากคลองแสนแสบหนุนขึ้นมาเกือบ 50 ซม.ไฟฟ้าถูกตัด และปั๊มน้ำเสีย ทางการเคหะฯ กำลังเร่งแก้ไข และดำเนินการลำเลียงผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางออกไปยังศูน์พักพิงโดยรอบตั้งแต่วานนี้ ในส่วนผู้ที่ยังคงพักอาศัยอยู่ภายในแฟลตได้มีการลำเลียงอาหารสดเข้าไปให้แล้ว”

สำหรับศูนย์พักพิงถูกจัดไว้ให้ตามบริเวณต่าง ๆ กระจายโดยรอบ เช่น โรงเรียน ในขณะที่โรงครัวกลางกำลังเร่งประกอบอาหาร และจัดเตรียมอาหารสดส่งไปยังประชาชนบางส่วนที่ยังคงพักอาศัย และที่ยังคงติดอยู่ภายใน เนื่องจากพื้นที่ชั้น 2 ของอาคารน้ำยังไม่ท่วมถึง

สำหรับสถานการณ์ที่ชาวบ้านแฟลตลองจั่นปีนขึ้นไปตักน้ำในแท็งค์บนหลังคาแฟลตเพื่อนำไปใช้กินและประกอบอาหารให้แก่เด็กและผู้สูงวัยนั้น ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ย้ำชัดเจนว่าจะไม่มีการเอาผิดใด ๆ เพราะเข้าใจถึงสถานการณ์ที่วิกฤตและปากท้องของพี่น้องประชาชนต้องมาก่อน

“เราจะไม่มีมาตรการเอาผิดใด ๆ เพราะเราเข้าใจถึงสถานการณ์และถือว่าเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤต ถัดจากนี้จะเร่งแก้ไขปั๊มน้ำ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้โดยเร็วที่สุด”

อย่างไรก็ตามคาดว่า 2-3 วันนี้ระดับน้ำจะลดลง ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า มีมาตรการรับมือในระยะเร่งด่วน คือ การเตรียมอาหารสด ถุงยังชีพส่งต่อให้กับพี่น้องประชาชน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีกับทีมช่างจิตอาสา ที่ประกอบด้วยช่างจากหลายหน่วยงาน ทั้งการไฟฟ้าฝ่าผลิต การประปานครหลวง และภาคเอกชนที่เคยมีประสบการณ์รวมตัวช่วยเหลือตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา

สำหรับมาตรการระยะยาวหลังน้ำลด ทางการการเคหะแห่งชาติมีแผนเข้าสำรวจโครงสร้างอาคารแฟลตแต่ละหลังโดยละเอียด เนื่องจากแต่ละตึกมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30-40 ปี และไม่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาก่อนเลย จึงยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เคหะคลองจั่นและเคหะร่มเกล้าที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด

“ในเวลานี้การเดินทางเข้าพื้นที่ทำได้อย่างยากลำบาก แต่ทางการเคหะฯ พยายามจะเข้าช่วยแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด กำลังเร่งส่งอาหารและถุงยังชีพเบื้องต้นไปให้ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างดีที่สุด” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ทิ้งท้าย

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active