กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนอากาศแปรปรวนไทยตอนบน 4-7 ต.ค.นี้ เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่รัฐบาลเตรียมจับตาพื้นที่เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นพิเศษ
วันนี้ (4 ต.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย แถลงสถานการณ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 โดย วิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานครปัจจุบันเร่งระบายน้ำในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ ทั้งเขตมีนบุรี หนองจอกประเวศ สะพานสูง สายไหม และลาดกระบัง
ด้วยการปฏิบัติการเร่งด่วนณปัจจุบันเป็นปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้าเขตลาดกระบัง โดยปฏิบัติการที่ผ่านมาทำให้สามารถลดระดับน้ำในเคหะร่มเกล้าไปได้ 30-60 ซม สภาพถนนในพื้นที่ยังมีปัญหาในการสัญจรระดับน้ำท่วมขังอยู่ที่ 20-30 เซนติเมตร และ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเพิ่มเสริมคันกั้นน้ำและเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ ออกจากพื้นที่ ทำให้หลังจากนี้สามารถระบายน้ำออกจากเคหะชุมชนร่มเกล้า ประมาณวันละ 25 เซนติเมตร โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 วัน ในการช่วยเหลือพื้นที่
ขณะที่การลงทะเบียนช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมนั้น ในปัจจุบันกรุงเทพฯเปิดให้ลงทะเบียนผ่านช่องทางของกรุงเทพมหานคร www.claim.bangkok.go.th จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนลงทะเบียนแล้วถึง 35,800 ราย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นกรุงเทพมหานครพยายามเร่งดำเนินการแก้ไขระบบ พร้อมกับ ระบุว่าหากต้องการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในระบบสามารถทำได้ ส่วนประชาชนที่ไม่สะดวกยื่นข้อมูลผ่านทางออนไลน์ สามารถเข้าไปให้ข้อมูลได้อย่างสำนักงานเขตในเวลาราชการ
ด้าน ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ถึงสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดขณะนี้ ว่า จากรายงานฉบับล่าสุดจุดที่น้ำเริ่มลดลงคือลุ่มแม่น้ำแม่กลองและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยต้องจับตาเป็นพิเศษ คือจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากยังมีปัจจัยที่เขื่อนแก่งกระจานและปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาในช่วงวันที่ 10 ต.ค.และในส่วนของภาคใต้และจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังอยู่ในจุดที่เสี่ยงเช่นกัน
โดยในวันเดียวกันนี้วัดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ได้ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งตัวเลขการระบายน้ำของทั้งสองจุดจะช่วยให้เห็นทิศทางของน้ำ ทั้งนี้พื้นที่ริมน้ำซึ่งเป็นจุดที่น้ำเพิ่มเติมแล้ว ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดอ่างทอง จังหวัดอยุธยา จังหวัดปทุมธานีกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัด นนทบุรีขอให้ติดตามการประกาศอย่างใกล้ชิด จากหน่วยงานราชการ
ในส่วนของลุ่มแม่น้ำแม่กลองจุดที่ต้องเฝ้าระวังคืออำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา เนื่องจากมีพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบายไปที่แม่น้ำแม่กลอง ส่วนที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีน้ำท่วมถนนหลายจุดการเดินทางสัญจรยังต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบเส้นทางการเดินทางจากกรมทางหลวง ในส่วนของกรุงเทพมหานครพื้นที่ ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ถนนเจ้าคุณทหาร ถนนฉลองกรุง ถนนหลวงแพ่ง หน้าโลตัสลาดกระบัง และถนนลาดกระบังตลอดทั้งสาย ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรในจุดดังกล่าว
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 6 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ต.ค.2569 ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ตามช่วงเวลาดังนี้
- วันที่ 4 ต.ค. บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- วันที่ 5-6 ต.ค. บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง
- วันที่ 7 ต.ค. ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
