ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังมีน้ำท่วมหลายจังหวัด จากฝนตกหนักสะสม คาด 12–16 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนฝนลดลง ส่วน ภาคใต้ ยังมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางพื้นที่ ปภ. เตือน กระบี่ อย่าชะล่าใจ เฝ้าระวังน้ำเพิ่มจากฝนและน้ำหนุน ขณะที่ ภาพรวมความจุเขื่อน พบ บางแห่งน้ำเกินความจุ
ภาพรวมน้ำทั่วประเทศวันนี้ (11 ต.ค. 2569) ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดย ยะลา มีปริมาณฝนสูงสุดในรายงาน 137 มิลลิเมตร รองลงมาคือ เพชรบุรี 126 มิลลิเมตร
โดยมีการคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 12–16 ต.ค. 2569 ประเทศไทยตอนบนฝนลดลง ส่วน ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง และตกหนักบางพื้นที่ ขณะที่ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค Thai PBS รายงานว่า หลายจุดยังน่าห่วง เช่น เพชรบุรี, ฉะเชิงเทรา, กาญจนบุรี ฯลฯ ขณะที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวัง
เพชรบุรี ฝนตกนาน 6 ชม. ทำน้ำท่วมขัง สัญจรลำบาก
ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง รอการระบายบนถนนหลายจุดในเขตตัวเมืองเพชรบุรี กระทบการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะ รถยนต์ขนาดเล็ก และรถจักรยานยนต์ บริเวณทางลอดหน้าโรงพยาบาลเพชรรัตน์ ทางลอดไปอำเภอบ้านลาด ทางลอดเขาทะโมน และถนนหน้าวิทยาลัยอาชีพศึกษาเพชรบุรี ที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี เร่งสูบน้ำที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี พร้อมแจกกระสอบทรายให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าราบและตำบลคลองกระแชง เพื่อป้องกันน้ำเข้าบ้านเรือน
ส่วนสถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน ล่าสุด ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 722 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 101 ของความจุ ซึ่งระดับน้ำเพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร ในช่วง 1 ชั่วโมง ส่วนการระบายน้ำอยู่ที่ 63 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กาญจนบุรี – ราชบุรี ฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลาก
เช่นเดียวกับ กาญจนบุรี ฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 11 ต.ค. ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเข้าท่วมถนนหลายจุดในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี โดยบริเวณทางลงมอเตอร์เวย์ M81 มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง มีน้ำท่วมผิวจราจรหนึ่งช่องทาง ทำให้รถที่ลงจากมอเตอร์เวย์ต้องใช้เส้นทางที่เหลือในการสัญจร
ส่วนถนนสายอู่ทองมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร รถจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่ น้ำยังไหลเข้าท่วมชุมชนจงเจริญและชุมชนอู่ทองจัดสรรวัดเหนือ สูงประมาณ 20 เซนติเมตร นอกจากนี้ บริเวณถนนริมน้ำหน้าเมืองพบระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มสูงขึ้น และเริ่มเอ่อล้นท่วมผิวถนนบางช่วง
ขณะที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี รายการสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก 5 ตำบลในอำเภอปากท่อ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งปริมาณน้ำฝนที่สะสมได้ส่งผลให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในหลายพื้นที่ เบื้องต้นมีรายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลยางหัก ตำบลทุ่งหลวง ตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลห้วยยางโทน และตำบลวังมะนาว
ส่วนที่ อำเภอเมืองราชบุรี ใน ต.อ่างทอง มีฝนตกหนัก/ลมกระโชกแรง ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายในพื้นที่ หมู่ 9 และ หมู่ 11 และมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนฝั่งขาขึ้นอำเภอจอมบึง บริเวณก่อนถึง ปั๊ม ปตท.เขาบิน ม.11 ต.หินกอง ทำให้รถสัญจรได้ฝั่งเดียว


บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ท่วมนาน 2 สัปดาห์
ขณะที่ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงเป็นหนึ่งใน 3 ตำบลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังนานกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งบ้านเรือน และพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย เช่น หมู่ 10 ซึ่งมีเกือบ 200 ครัวเรือน บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำหรือพายเรือเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่สวนมะม่วงในพื้นที่จมเสียหาย ชาวบ้านกังวลกระทบผลผลิต ผลไม้ยืนต้นตาย และเงินเยียวยาไม่คุ้มค่ากับความเสียหาย
ปภ. ชี้ ฝนหนักหลายพื้นที่ เฝ้าระวังน้ำหลาก เขื่อนบางแห่ง น้ำเกินความจุ
ด้าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามและสรุปประเด็นสำคัญประกอบการบริหารจัดการสาธารณภัย
ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลุ่มน้ำบางปะกง มีแนวโน้มลดลง ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำ 2,100 ลบ.ม / วินาที
- ขณะที่น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ – เขื่อนขนาดกลางทั่วประเทศ มีน้ำรวมกัน 83% ของความจุ รองรับน้ำได้อีก 13,133 ล้าน ลบ.ม.
- ลุ่มน้ำบางปะกงยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากเขื่อนขุนด่านปราการชล มีปริมาณน้ำกักเก็บ 96% เขื่อนนฤบดินทรจินดา 97% เขื่อนคลองสียัด 85% ใกล้เต็มอ่างแล้ว
- เขื่อนหนองปลาไหล เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแก่งกระจาน ปริมาณน้ำเกินความจุ เต็มศักยภาพในการกักเก็บ
ภาพรวมความจุเขื่อนพบว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 82% ของความจุ หรือประมาณ 65,931 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็น น้ำที่นำมาใช้ได้ 41,822 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 74% ของความจุน้ำใช้การ
เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนความจุอ่างแต่ละภาค ภาคตะวันตกมีน้ำมากที่สุด 96% รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 88% ภาคเหนือ 76% ภาคกลาง 71% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 70% และภาคใต้ 68%
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จุดตรวจวัดที่บรรพตพิสัยและชุมแสง จ.นครสวรรค์ ยังมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งและมีแนวโน้มลดลง ส่วนที่ตัวเมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,885 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.28 เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ชาวกระบี่ริมคลอง อย่าชะล่าใจ! ปภ. เตือนภัยภาคใต้ น้ำเพิ่มสูงจากฝนหนัก–ทะเลหนุน เร่งยกของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
นอกจากนี้ ปภ. ได้ประสานกับจังหวัดกระบี่ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พบว่า มีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เมืองกระบี่ ส่งผลให้มีน้ำไหลลงในคลองกระบี่ใหญ่ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง เสี่ยงต่อน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ริมคลอง/ลำน้ำ ที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา
ส่งแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ให้ประชาชน หมู่ที่ 6, 7, 8 ต.ทับปริก และ ต.กระบี่ใหญ่ ชุมชนรวมใจชน ชุมชนบ้านท่าคลอง ชุมชนเมืองเก่าพัฒนา อ.เมืองกระบี่ และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ติดตามสถานการณ์ ส่วนบ้านเรือนริมคลอง ให้เตรียมความพร้อม ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถไปที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง
สำหรับข้อมูลโดยภาพรวม น้ำท่วมยังส่งผลกระทบกว่า 3.14 ล้านคน ใน 21 จังหวัดและกรุงเทพฯ ตามรายงาน ปภ. วันที่ 11 ต.ค. 2569 เวลา 06.00 น.
- ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,144,421 คน
- ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1,126,853 ครัวเรือน
- ครอบคลุม 100 อำเภอ 819 ตำบล และ 6,201 หมู่บ้าน
