สำรวจมาตรการช่วยเหลือจากทุกธนาคาร สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งลดดอกเบี้ย พักชำระเงินต้น ขยายเวลาชำระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อบรรเทาภาระและช่วยให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องในช่วงวิกฤต พร้อมให้สินเชื่อซ่อมบ้านหรือประกอบอาชีพ
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าว่า กระทรวงการคลังได้ประสานสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้เร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่น้ำท่วม โดยดูแลทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็นระหว่างประสบภัย ภาระหนี้เดิม และเงินทุนสำหรับซ่อมบ้านหรือกลับมาประกอบอาชีพ

มาตรการที่เตรียมไว้ครอบคลุมสินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูจาก ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) การปรับเงื่อนไขชำระหนี้จากธนาคารออมสิน ธอส. ธพว. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ตลอดจนมาตรการของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเพื่อบรรเทาภาระผู้กู้ โดยให้แต่ละแห่งเร่งแจ้งหลักเกณฑ์และช่องทางติดต่อที่ชัดเจนแก่ลูกค้าในพื้นที่
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศออก 7 มาตรการช่วยเหลือและเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนเข้าปกคลุมทั่วทั้งประเทศ ทำให้ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ลูกค้าสามารถ ยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าปัจจุบัน กรณีหลักประกันได้รับผลกระทบสาธารณภัย พักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท กรณีหลักประกันได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ พักชำระหนี้นาน 6 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท เมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป
ทั้งนี้ ลูกค้าที่ต้องการกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 5 ปี โดยวงเงิน 1 แสนบาทแรก อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีเพียง 1% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ในวงเงิน 200,000 บาทถัดมา โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในผลิตภัณฑ์สินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus)
มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อราย ต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 – 3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 – 24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับ MRR-3.30% ต่อปี ปีที่ 4 เท่ากับ MRR-2.40% ต่อปี และปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญา
กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบัน เท่ากับ 6.145% ต่อปี) ระยะเวลาการกู้ 40 ปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,100 บาทต่อเดือนเท่านั้น ฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน (1,900 – 2,800 บาท) และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนองไม่เกิน 1% ของวงเงินจำนอง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
มาตรการที่ 3 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้
มาตรการที่ 4 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท จากนั้น เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน บวกอีก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้
มาตรการที่ 5 สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระ โดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาคงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)
มาตรการที่ 6 สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง และไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะส่วนของที่ดินคงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)
มาตรการที่ 7 พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยทุกราย อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย จ่ายตามความเสียหายจริง
ไม่เกิน 20,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี (รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)
ทั้งนี้ สามารถติดต่อยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H BANK Social Media ทุกช่องทาง
ออมสินพักหนี้อัตโนมัติ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือน
ธนาคารออมสิน ประกาศพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินกับลูกค้าให้สามารถตั้งหลัก และมีเวลารับมือกับสถานการณ์หรือเรื่องจำเป็นตรงหน้า พร้อมจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรองรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และใช้ในการฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่มที่มีภูมิลำเนาที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) (ยกเว้น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)
ทั้งนี้ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก โดยสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงวิกฤต ธนาคารมี สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนใช้จ่ายดำรงชีพในช่วงนี้ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน
อีกทางเลือกคือ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.50% ต่อเดือน ผ่อนชำระได้สูงสุด 60 เดือน
เมื่อถึงช่วงฟื้นฟู ผู้ที่ต้องซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือใช้ทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพ สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย (Effective Rate) = 15.00% ต่อปี ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี
ส่วนผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายและต้องการซ่อมแซม มี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.045% ต่อปี) พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย ธนาคารมี สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย กรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก = MLR – 2.65% ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR (อัตราดอกเบี้ย MLR ในปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.025% ต่อปี) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ทั้งนี้ ศึกษารายละเอียดมาตรการและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประกาศให้ความช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉิน สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย

1. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%)
2. โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. พร้อมเข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง
กรุงไทย ลดค่างวด 75% นานสูงสุด 1 ปี
ธนาคารกรุงไทย ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ช่วยลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมการลดดอกเบี้ย และลดค่างวดชำระหนี้ พร้อมเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

1. มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน ครอบคลุมสินเชื่อบ้าน, สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan), สินเชื่อบุคคล (Term Loan) และสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME โดยมีแนวทางช่วยเหลือ ได้แก่
- ลดค่างวด: ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน (ชำระเพียง 25%) นาน 1 ปี
- ลดดอกเบี้ย:
- ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้นดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี) สำหรับกลุ่มสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME
- ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี สำหรับสินเชื่อบุคคล
- สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME: มีมาตรการลดดอกเบี้ยและค่างวดชำระหนี้, พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระ
2. มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมบ้าน หรือกู้ฟื้นฟูกิจการ อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินไปซ่อมแซมหรือฟื้นฟู ได้แก่
- สินเชื่อบ้าน Top up, สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan): ดอกเบี้ยคงที่ 0% นาน 3 เดือน หลังจากนั้นดอกเบี้ยคงที่ 2.5% นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ 3 ปี โดยสินเชื่อบ้านฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)
- สินเชื่อบุคคล (Term Loan): ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% นาน 3 ปี
- สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME (Term Loan): ระยะเวลา 7 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 3.5% ต่อปี ใน 2 ปีแรก หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี
3. ช่องทางการติดต่อบริษัทประกันภัย (กรณีเคลมสินไหม)
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (Chubb): Line: @chubbbthailand | เว็บไซต์ www.chubb.com/th | โทร 1758 กด 2
- บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (KPI): เว็บไซต์ www.kpi.co.th | โทร 02-624-1111 | แอปพลิเคชัน NOW KPI
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): Line: @dhipayainsurance | โทร 1736 | General-Claim@dhipaya.co.th
กำหนดการระยะเวลาแจ้งความประสงค์ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 โดยลูกค้าต้องยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยลูกค้าต้องกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ทั้งนี้สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-111-1111 กด 99, ติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลสินเชื่อของท่าน, เว็บไซต์ www.krungthai.com หรือศึกษารายละเอียดอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคาร
ไอแบงก์ พักหนี้สูงสุด 6 เดือน ยกเว้นค่าปรับช่วงพักชำระ
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ประกาศให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านมาตรการ “พักหนี้ เติมทุน ไปต่อ” เริ่มจากลดภาระหนี้ในช่วงที่ลำบากที่สุด แล้วเติมเงินทุนให้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ทุกคนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ดังนี้

มาตรการที่ 1 พักหนี้ โดยพักชำระหนี้เดิม สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีภาระหนี้เงินต้นคงเหลือไม่เกิน 2 ล้านบาท และลูกค้า SMEs (สินเชื่อแบบมีระยะเวลา) ที่มีภาระหนี้เงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท
- กรณีเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการได้ พักชำระทั้งเงินต้นและกำไร สูงสุด 3 เดือน
- กรณีเสียหายบางส่วน แต่ยังอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการได้ พักชำระเฉพาะเงินต้น (ชำระกำไร) สูงสุด 6 เดือน
- ขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ และยกเว้นค่าปรับ (Late Charge) ที่เกิดจากการผิดนัดชำระในช่วงที่พักชำระ
มาตรการที่ 2 เติมทุน ผ่านสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูกิจการ ได้แก่ สินเชื่อซ่อมแซมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย (รายย่อย) วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 20 ปี อัตรากำไรปีแรก 1.99% ต่อปี ปีที่ 2–3 เท่ากับ SPRL-3.50% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 4 เท่ากับ SPRL-1.50% ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูกิจการ (SMEs) วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 5 ปี อัตรากำไรปีแรก 3.25% ต่อปี ปีที่ 2–3 เท่ากับ SPRL-1.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 4 เท่ากับ SPRL (ปัจจุบัน SPRL เท่ากับ 7.68% ต่อปี)
มาตรการที่ 3 ไปต่อ โดยเคลมประกันภัย Fast Track สำหรับลูกค้าเดิมที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ ธนาคารจะเร่งประสานการเคลมสินไหมให้เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้ลูกค้าได้รับค่าสินไหมและซ่อมแซมทรัพย์สินได้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการติดต่อธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ทุกสาขาใกล้บ้าน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ibank Contact Center 1302 หรือ แชตทาง Messenger : Islamic Bank of Thailand – ibank (@ibank.th) และ Line : iBank 4 all (@ibank)
EXIM BANK ยืดหนี้ ลดดอก เพิ่งวงเงินชั่งคราว
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ประกาศเร่งให้ความช่วยเหลือ บรรเทาภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเข้าปกคลุมประเทศไทย

ทั้งนี้ธนาคารได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับความเดือดร้อนของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงทั้งการบรรเทาผลกระทบทางการเงินผ่านการยืดหนี้ ขยายตั๋ว และปรับลดอัตราดอกเบี้ย ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่มีภาระคงค้างวงเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนเติมสภาพคล่อง เพิ่มวงเงินชั่วคราว 20% ของวงเงินเดิม โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม เพื่อใช้หมุนเวียนในกิจการ
โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ EXIM Contact Center โทร. 021699999 หรือ Inbox Facebook “EXIM Bank of Thailand”
บสย. พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้า บสย. และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ที่ประสบอุทกภัยและมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ตามประกาศของหน่วยงานราชการ หรือตามที่ บสย. กำหนด) สามารถฝ่าวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. มาตรการช่วยเหลือลูกค้า ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ และค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ โดยพักชำระออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ที่จะครบกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ถึงวันที่ 31 ต.ค. 2569
2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ซึ่งอยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ถึงวันที่ 31 ต.ค. 2569 ผ่าน LINE OA: @tcgfirst
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้า-ลูกหนี้ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามประกาศของหน่วยงานราชการ หรือตามที่ บสย. กำหนด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999 และ LINE OA: @tcgfirst
กสิกรไทย พักเงินต้น 3 เดือน
ธนาคารกสิกรไทย ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต รวมถึงพื้นที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล
- สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
- สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
- บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
- สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 6 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน
สำหรับสินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ โดยให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 5%-6% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569 = 6.58% ต่อปี
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ เดือนที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 4-36 อัตราดอกเบี้ย 4.88% ต่อปี หลังจากนั้นคิดตามอัตราดอกเบี้ย MRR จนสิ้นสุดสัญญา อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.47% ต่อปี ฟรีค่าประเมินหลักประกัน มูลค่า 3,000 บาท ศึกษารายละเอียดการคำนวณ ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ โดยให้วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2569
- ลูกค้าบุคคลติดต่อที่ K-Contact Center 02-8888888
- ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822
- ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999
สำหรับลูกค้าประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สินที่ซื้อผ่านธนาคารกสิกรไทย รับประกันภัยโดย บมจ. เมืองไทยประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถแจ้งเคลมประกัน ผ่าน 3 ช่องทาง คือ Line OA: @mtifriend Email: EMC_Motor@muangthaiinsurance.com และCall center โทร. 1484 หรือแจ้งความประสงค์ผ่านแบบฟอร์มออนไลน์: https://bit.ly/4hqM2UK โดยเงื่อนไขในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
กรุงศรี เสนอลดค่างวดหรือพักเงินต้น
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบด้วย

ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย โดยให้ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือพักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 2569 โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME โดยให้ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือพักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) หรือ สอบถามโทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธ.ค. 2569
ลูกค้ากรุงศรี ออโต้ พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือและสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่ กรุงศรี ออโต้ โทร. 02-740-7400 กด 3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พ.ย. 2569
ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ดังนี้
มาตรการที่ 1 พักชำระหนี้ นานสูงสุด 3 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 3 รอบบัญชี ระหว่างเดือนตุลาคม 2569 ถึง ธันวาคม 2569 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก
ทั้งนี้ ลูกค้าซึ่งประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนงภายใน 31 ต.ค. 2569 ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Helpline: 02-714-5155 ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.30 – 17.30 น. และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
มาตรการที่ 2 ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าทุกกลุ่มในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว) โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนง ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Helpline: 02-714-5155 ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.30 – 17.30 น. และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ www.krungsriconsumer.com หรือ ติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี 02-646-3555 ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 02-345-6789 ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน 02-627-8111 และศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตโลตัส 1712
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันรถยนต์และประกันทรัพย์สินผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารได้มีบริการพิเศษ จาก บมจ. อลิอันซ์อยุธยา ประกันภัย สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยเฉพาะ โดยสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมมาตรการและบริการได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร หรือติดต่อ 1292 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ไทยพาณิชย์ พักเงินต้นนาน 3 เดือน
ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้ง 50 เขตรวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ และลูกค้าผู้ประกอบการ SME ครอบคลุมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ทั้งในรูปแบบการพักชำระหนี้ และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยรวมถึงฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ

มาตรการพักชำระหนี้ (ลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร) กลุ่มลูกค้าบุคคล และลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ SME
1. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash พักชำระเงินต้นนานสูงสุด 3 เดือน (พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย)
2. สินเชื่อรถยนต์ พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน โดยขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไปตามจำนวนงวดที่พักชำระ สูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ ณ สิ้นสุดสัญญาไม่เกิน 65 ปี)
3. สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน (พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย)
ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ SCB Customer Center โทร 02-777-7777 กด 99 ได้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. – 31 ธ.ค. 2569
กลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารมอบความช่วยเหลือให้ทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 3 มาตรการหลัก ได้แก่
1. พักชำระเงินต้น สูงสุดนาน 6 เดือน
2. พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 3 เดือน
3. เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท
ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ทางเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน หรือ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. – 31 ธ.ค. 2569
มาตรการช่วยเหลือสำหรับขอสินเชื่อใหม่
สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน
1. สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up))
2. ฟรี ค่าประเมินหลักประกัน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์ โดยลูกค้าต้องทำการประเมินหลักประกัน ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2569 และเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ 31 ธ.ค. 2569
ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง/ซ่อมแซม/หรือซื้อทดแทน ทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ ให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 20% ของวงเงินเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.0% เฉพาะ 2 ปีแรก หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยตามวงเงินเดิม
ทั้งนี้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 1. สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.466% – 6.422% ต่อปี 2. สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงระหว่าง 6.409% – 13.205% ต่อปี 3. โดยอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR) ปัจจุบันเท่ากับ 6.575% ต่อปี มีผลวันที่ 2 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศของธนาคาร รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่ เว็บไซต์ www.scb.co.th
ทีทีบี พักเงินต้นนาน 3 เดือน
ธนาคารทหารไทยธนชาติ หรือ ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการฟื้นฟูลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจ และเอสเอ็มอี ให้สามารถกลับมาตั้งหลักและก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างมั่นคง ประกอบด้วย

ลูกค้าสินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้น นาน 3 เดือน (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) หรือขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก
ทั้งนี้ให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว โดยคิดอัตราดอกเบี้ย MRR+0.77% ต่อปี = 7.875% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 = 7.105% ต่อปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และเงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
นอกจากนี้ ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อดำเนินการแจ้งเคลมสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขความคุ้มครองได้ ขณะที่ลูกค้าประกันภัยประเภทต่าง ๆ สามารถตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองและช่องทางการติดต่อบริษัทประกันภัยผ่านช่องทางที่ธนาคารกำหนดได้เช่นกัน
ขณะที่ ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์และรถแลกเงิน พักชำระค่างวดนานสูงสุด 3 เดือน รวมถึงลูกค้าสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต พักชำระหนี้ นาน 3 รอบบัญชี (ดอกเบี้ยคิดตามปกติ)
สำหรับลูกค้าธุรกิจ และ เอสเอ็มอี กลุ่มสินเชื่อระยะยาวจะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นเวลาสูงสุด 6 เดือน สินเชื่อหมุนเวียนจะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน สินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจจะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิม นาน 6 เดือน
ผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ “ตั้งหลัก” https://www.ttbbank.com/tang-luk ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธ.ค. 2569 สำหรับลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอีสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี ได้โดยตรง
ธ.กรุงเทพ เสนอลดดอกเบี้ย-ค่างวด
ธนาคารกรุงเทพ ประกาศมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย โดยมุ่งเน้นการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และการสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง ซ่อมแซมสถานประกอบการ ที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูกิจการ ดังนี้

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยปรับลดค่างวด ขยายเวลาชำระหนี้ หรือพักชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 12 เดือน ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละราย
ขณะที่ สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟู และสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี ใน 2 ปีแรก (ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ GSB พลักฟื้นธุรกิจไทย ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569)
สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยและบัตรเครดิต ธนาคารพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงของผลกระทบ ประกอบด้วย
- บัตรเครดิต: ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำลงเหลือ 3% เป็นเวลา 6–12 เดือน, ลดดอกเบี้ยค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 75% นานไม่เกิน 3 รอบบัญชี, พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน (คิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี) รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
- สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (สินเชื่อบัวหลวงสุขใจ / บัวหลวงอุ่นใจ): ลดอัตราดอกเบี้ยจากปกติลง 1% หรือพักชำระเงินต้นนาน 3–6 เดือน
- สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน: มีทางเลือกหลากหลาย เช่น ลดค่างวดรายเดือนสูงสุด 40% นาน 6–12 เดือน, ผ่อนชำระตามเดิมพร้อมลดดอกเบี้ย 0.5% นาน 3–6 เดือน, หรือพักชำระเงินต้นโดยยังคงชำระดอกเบี้ยทั้งหมดหรือบางส่วน
สินเชื่อเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าที่ต้องการกู้เพิ่ม โดยสินเชื่อบัวหลวงพูนผล (สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน) ผ่อนได้นานสูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.50%) ต่อปี พร้อมฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน เพื่อนำเงินไปใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
สำหรับช่องทางและกำหนดการติดต่อ โดยลูกค้าที่ประสบภัยสามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการได้ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2569 ที่สาขาธุรกิจ, สาขาและสายบัตรเครดิตของธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bangkokbank.com หรือบัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ 0 2645 5555
