เคลียร์ปม ‘ฮอร์โมนข้ามเพศ’ กมธ.สธ.วุฒิสภา เตรียมเชิญ สปสช. ให้ข้อมูล 16 มิ.ย.นี้

‘สว.วีระพันธ์’ เตรียม 10 คำถาม เพื่อให้เกิดความกระจ่างในสังคม ด้าน สปสช. มั่นใจหลักฐาน ทุกกระบวนการผ่านการพิจารณาตามปกติ ไม่มีลัดขั้นตอน

จากกรณี ยาฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ ตามสิทธิประโยชน์ในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ผ่านการพิจารณาและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 28 ต.ค. 2568 และทดลองนำร่องให้บริการไปแล้วเมื่อ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อถกเถียงถึงการลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ล่าสุด วันนี้ (13 มิ.ย. 69) มีความคืบหน้าจาก คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา (กมธ.สธ.วุฒิสภา) ที่เตรียมเชิญเลขาธิการ สปสช. เข้าให้ข้อมูลในวันที่ 16 มิ.ย.นี้

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธาน กมธ.สาธารณสุข สว.

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธาน กมธ.สาธารณสุข สว. ระบุว่า ส่วนตัวได้เตรียมคำถามไว้ 10 ข้อ เป็นคำถามที่สร้างสรรค์ พร้อมระบุคำถามเพื่อง่ายแก่ผู้มาตอบเตรียมข้อมูลมาได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดความกระจ่างในสังคม มิได้ถามเพื่อให้ตอบไม่ได้ ประกอบด้วย

  1. โครงการนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เริ่มต้นปีไหน ? ผ่านอนุกรรมการมากี่ชุด กี่ครั้ง ? ผ่านบอร์ดชุดใหญ่มากี่ครั้ง ? ผ่านสมาคมวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญใดบ้าง ? เหตุใดจึงบรรจุสิทธิประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีน PCV ของเด็ก ซึ่งผ่านอนุหลายชุด หลายครั้ง และผ่านผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสมาคม หลายวิทยาลัยมาก ผ่านบอร์ดใหญ่และถูกตีตกอีกหลายครั้ง และยังได้บรรจุสิทธิประโยชน์ล่าช้ากว่า (ใช้เวลา 8 ปี) เพราะอะไรจึงต่างกัน ?

  2. มีการศึกษาถึงผลกระทบ, ผลข้างเคียง, ความปลอดภัยของการรับฮอร์โมน แล้วหรือยัง หากมีแล้วขอข้อมูลโดยละเอียดจากงานวิจัย กรุณานำงานวิจัยมาแสดง ควรแสดงได้เลยเพราะต้องมีอยู่แล้วไม่ควรขอส่งเอกสารภายหลัง

  3. ก่อนอนุมัติ มีการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข (Health Technology Assessment — HTA) อย่างเป็นทางการหรือไม่ ? หากมี ขอให้เปิดเผยรายงานฉบับเต็ม รวมถึง ICER (Incremental Cost-Effectiveness Ratio) ที่คำนวณได้ เทียบกับเกณฑ์ที่ไทยใช้ (GDP per capita × 1–3 เท่า)

  4. งานวิจัยที่เท่าที่เห็นใน internet คืองานวิจัยจากศิริราช ซึ่งไม่ใช่งานวิจัยที่บ่งบอกความคุ้มค่า หรือความปลอดภัย แต่เป็น survey ถามแบบสอบถามเฉยๆ ในกลุ่มเฉพาะเพียง 500 กว่าตัวอย่าง ไม่น่าจะใช่งานวิจัยที่ สปสช นำมาประกอบการตัดสินใจนี้ใช่หรือไม่? หากไม่ใช่มีงานวิจัยใดสนับสนุนโปรดนำมาแสดง

  5. ขอแนวทางเวชปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ เนื่องจากทุกครั้งที่ สปสช จะออกสิทธิประโยชน์ ต้องมีแนวทางการปฏิบัติงานให้แพทย์ใช้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย มีหรือยัง? จากสมาคมใดบ้าง ?

  6. เท่าที่เห็นแนวทางเวชปฏิบัติ มีจากราชวิทยาลัยสูตินารีเวช ปี พ.ศ.2567 ท่านอ้างแนวทางนี้หรือไม่ ? ถ้าใช่ท่านจะนำแนวทางของผู้เชี่ยวชาญสูตินี้ไปใช้กับ เด็กชาย วัยรุ่น ผู้ใหญ่ชาย ที่ควรเกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยกุมาร จิตเวชเด็กและวัยรุ่น ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ทางเดินปัสสาวะด้วยหรือ ? เคยประชุมกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเหล่านี้พร้อมสูติเพื่อขอให้ออก guideline ร่วมกันหรือไม่? ผลเป็นอย่างไร ?

  7. อีกแนวทางหนึ่งที่เห็นคือ Thaipath อยากทราบว่า Thaipath คือหน่วยงานรัฐหรือเอกชน ? ประกอบไปด้วยใครบ้าง ? และแนวทางเวชปฏิบัตินี้ได้รับการยอมรับจากสมาคมวิชาชีพแพทย์ของหน่วยงานรัฐ ราชวิทยาลัยใดบ้างหรือยัง ? เท่าที่ทราบข้อมูลมา Thaipath เคยประชุมกับสมาคมต่อมไร้ท่อ และจิตแพทย์เด็ก ราชวิทยาลัยกุมาร 1 ครั้ง และทั้งสองสมาคมไม่ยอมรับร่างนั้นให้ไปปรับปรุงใหม่จริงหรือไม่ ? ถ้าใช่ สปสช. ยังจะยืนยันใช้แนวทางนี้กับผู้รับบริการต่อจริงหรือ ?

  8. ก่อนใช้ยาในกรณีที่แปลงเพศ คำถามคือตอนแปลงเพศผู้รับบริการใช้งบประมาณของตัวเองหรือไม่ ? หรือ สปสช ให้สิทธิ์การผ่าตัดแปลงเพศฟรีด้วย ?

  9. งบประมาณ 145 ล้านเพียงพอจริงหรือ ทั่งค่าตรวจเลือดฮอร์โมนต่างๆ 15 รายการ, พบจิตแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ ยิ่งกรณีให้ยาบล็อกฮอร์โมน puberty blocker GnRH ซึ่งต้องฉีดทุก 3 เดือน ราคาครั้งละ 8,000 บาท ทำให้สงสัยในงบประมาณว่าจะเพียงพอจริงหรือ? ขอวิธีการได้มาของงบ 145 ล้านบาทอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

  10. สหราชอาณาจักร สวีเดน เดนมาร์ก และฟินแลนด์ต่างทยอยจำกัดหรือระงับการใช้ puberty blocker ในเด็กและวัยรุ่น หลังพบว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังอ่อน และยังไม่ชัดเจนว่ายาส่งผลอย่างไรต่อพัฒนาการสมองและจิตวิทยาทางเพศในระยะยาว ขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอนุมัติโดยไม่มีข้อมูลการติดตามผลระยะยาวในเด็ก ทาง สปสช. ได้ทบทวนหลักฐานนานาชาติเหล่านี้ก่อนอนุมัติหรือไม่ ? ขอผลวิจัยโดยละเอียดจาก สปสช เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ

ทั้งนี้ นพ.วีระพันธ์ ยังกล่าวถึงใครที่มีคำถาม สามารถฝากถึง สปสช. ในประเด็นเพื่อให้เองนำไปถามในที่ประชุม แต่ขอเป็นคำถามที่สร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม สุภาพและไม่โจมตีใคร

“อยากให้อาจารย์ตอบได้กระจ่างทุกข้อจะเป็นประโยชน์และสังคมหายสงสัยจะได้ยอมรับร่วมกันครับ”

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย

สปสช. มั่นใจหลักฐาน กระบวนการสิทธิประโยชน์โปร่งใส ผ่านการหารือรอบด้าน

The Active ตรวจสอบเพิ่มเติมไปยัง สปสช. โดยแหล่งข่าวให้ข้อมูล ว่าในส่วนของ สปสช. เอง ได้เตรียมตัวแทนเข้าร่วมชี้แจงตามปกติประมาณ 2-3 คน ประกอบด้วยทีมงานจากฝ่ายพัฒนาสิทธิประโยชน์ และฝ่ายที่ประสานงานกับหน่วยบริการ เพื่ออธิบายในขั้นตอนทางเทคนิค เช่น ระบบการเบิกจ่าย การเบิกยา และตัวโปรแกรมต่าง ๆ ยืนยันว่าไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการชี้แจงตามกระบวนการปกติ

กระบวนการทั้งหมดดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ และมีความพร้อมในการตอบทุกข้อสงสัย ทั้งความจำเป็นในการขับเคลื่อนนโยบายนี้ รวมถึงรายละเอียดของกระบวนการทำงาน และกรอบเวลาในการเสนอสิทธิประโยชน์ที่เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ตลอดจนกระบวนการทำงานร่วมกับภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ซึ่งใช้เวลาในการเตรียมการค่อนข้างนาน จนกระทั่งผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด สปสช. ใหญ่ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการลุกขึ้นมาดำเนินการเองโดยพลการ

ทั้งนี้ ตัวแทน สปสช. ยังเน้นย้ำ ว่าจะชี้แจงทุกคำถามตามความเป็นจริง ส่วน กมธ.สธ.วุฒิสภา จะสิ้นสงสัย หรือกระจ่างชัดเจนหรือไม่นั้น ถือเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลที่จะพิจารณา ซึ่งทาง สปสช. พร้อมเปิดรับฟังความเห็น และเปิดพื้นที่ในการร่วมพูดคุยหารือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active