“บ้านอิ่มใจ” ที่พักกลางกรุง มอบโอกาส สร้างชีวิตใหม่ ให้คนไร้บ้าน

กทม. เปิด “บ้านอิ่มใจ”  ที่อยู่อาศัยชั่วคราวแก่คนไร้บ้าน พร้อมหลักสูตรวิชาชีวิต หวังใช้ต่อยอดอาชีพ สร้างโอกาส ให้คนไร้บ้านได้เริ่มต้นชีวิตใหม่

วานนี้ (14 ก.พ. 69) กรุงทพมหานคร สสส. พม. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “บ้านอิ่มใจ” อาคารสูง 3 ชั้น ที่เคยเป็นที่ทำการของกระปาแม้นศรี (เดิม) ย่านพระนคร ถูกพัฒนาปรับปรุงให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนไร้บ้าน รองรับได้สูงสุด 200 คน แบ่งเป็น ชาย 100 คน และหญิง 100 คน รวมถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

คนไร้บ้านที่ได้รับการคัดเลือก จะเข้าอยู่อาศัยได้สูงสุด 60 วัน โดยระหว่างการเข้าพักอาศัยจะมีอาหาร การอบรมอาชีพตามความสนใจ และความรู้เรื่องการออมเงิน โดยเน้นความปลอดภัยทั้งกายใจ เพื่อเตรียมส่งคนไร้บ้านให้กลับไปใช้ชีวิตใหม่ได้ด้วยตัวเอง

“บ้านอิ่มใจ” อาคาร 3 ชั้นบนพื้นที่ทำการของกระปาแม้นศรี (เดิม)

กาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร (ผอ.สพส.กทม.) กล่าวว่า เป้าหมายของบ้านอิ่มใจ ไม่ได้เป็นเพียงที่กินนอนให้กับคนไร้บ้านเท่านั้น แต่ต้องการทำให้เขามีศักยภาพ มีอาชีพ และส่งต่อให้เขาดูแลตัวเองได้ต่อไปในอนาคต

“บ้านอิ่มใจจะช่วยให้เขาเปลี่ยนจากการพักอาศัยในที่สาธารณะ มาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและลดความกังวลใจให้กับพวกเขา” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร อธิบายว่า ระหว่างการอยู่อาศัยภายในบ้านอิ่มใจ จะมีกิจกรรมที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไร้บ้าน ได้แก่ อาหาร สุขอนามัย ความสามารถในการประกอบอาชีพ และมีรายได้ เพื่อส่งเสริมให้เขาดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน

กาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร

สำหรับอาคาร 3 ชั้นนี้ ชั้นล่างสุดจะเป็นห้องสำหรับให้บริการต่าง ๆ เช่น ห้องเก็บสัมภาระสำหรับผู้มีสัมภาระจำนวนมาก และห้องลงทะเบียน โดยหากเป็นรายใหม่ จะมีการสอบถามข้อมูลส่วนตัว และปัญหาที่เผชิญ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการประสานให้ความช่วยเหลือต่อไปในอนาคต

แต่หากเป็นผู้ที่เข้าอยู่อาศัยแล้ว จะมีข้อกำหนดว่าหากไม่ได้ออกไปทำงาน จำเป็นต้องเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนรู้ทักษะอาชีพตามความสนใจ โดยแต่ละวันจะมีการสแกนใบหน้า เวลาเข้า-ออก เพื่อกระตุ้นให้ออกไปทำงาน หรือออกไปเรียน ไม่ใช่อยู่ในเรือนนอนเฉย ๆ ทุกวัน

ด้าน พี่บ่าว วัย 64 ปี หนึ่งในคนไร้บ้านที่เคยเข้าร่วม โครงการห้องเช่าคนละครึ่ง เฟสล่าสุด เปิดเผยว่า ตนเองเป็นหนึ่งในผู้เผชิญกับพิษเศรษฐกิจตั้งแต่ต้มยำกุ้ง จนถึงโควิด 19 และต้องตกงาน การหาที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องยากลำบากมาก และยิ่งไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่ง ก็ยิ่งทำให้หางานยากขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นวงจร

“ตอนที่เราไม่มีบ้าน เราไปสมัครงานที่ไหนก็ยากเพราะเขาไม่ไว้ใจ แต่พอเรามีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง นายจ้างก็สบายใจมากขึ้น ว่าเรามีตัวตน เกิดเหตุอะไรก็ตามตัวได้ ติดต่อได้ตลอด ทำให้มีโอกาสหางานได้มากขึ้น”

พี่บ่าว วัย 64 ปี อดีตคนไร้บ้าน

เขายังกล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เชื่อว่า บ้านอิ่มใจ ที่กำลังจะเปิดให้บริการแก่คนไร้บ้านในเวลานี้ จะทำหน้าที่เป็นเหมือนบ้านแห่งโอกาส ที่ทำให้คนไร้บ้านได้มีที่ตั้งหลัก ต่อยอดศักยภาพในการทำงาน และทำให้พวกเขาหางานได้ง่ายขึ้น และมีชีวิตที่ดีขึ้นได้เฉกเช่นเดียวกับที่เขาเคยได้รับ

“เศรษฐกิจบ้านเราแย่มานาน คนจนอย่างเราไม่เคยมีหลักประกันอะไรเลย แต่เมื่อมีโครงการรัฐมาช่วย มันช่วยให้เราต่อยอดชีวิตไปได้ ลดความเครียด และมีความสุขได้เหมือนคนอื่น” พี่บ่าว อธิบาย

บ้านอิ่มใจ ไร้กังวล พร้อมส่งคนไร้บ้านสู่สังคมอย่างยั่งยืน

สำหรับคนไร้บ้านที่มีสิทธิในการเข้าอยู่อาศัยบ้านอิ่มใจ มีข้อกำหนด คือ ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่มีการใช้ยาเสพติดหรือพกพาอาวุธ 

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร อธิบายว่า การคัดกรองจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเขียว กลุ่มเหลือง และกลุ่มแดง

กลุ่มสีเขียว : กลุ่มพร้อมเรียนรู้อาชีพ

เมื่อได้สิทธิเข้าพักอาศัยแล้ว ต้องลงเรียนวิชาชีพจนจบ และสอบให้ผ่าน จากนั้นให้ออกไปหางานทำเอง โดยกำหนดระยะเวลาการอยู่อาศัยได้สูงสุด 60 วัน

“เราคิดว่าหากเขาเรียนจบแล้วปล่อยเขาไปข้างนอกเลย เขาอาจยับตั้งหลักไม่ได้ การให้อยู่ต่ออีกสักระยะเพื่อให้เขาได้ตั้งหลังระหว่างหางาน จนเมื่อเข้มแข็งดีแล้ว สก็ส่งเขาออกไปสู่สังคม”

กลุ่มสีเหลือง : กลุ่มที่มีอาชีพเดิมอยู่แล้ว แต่ไม่มีบ้าน ต้องนอนในที่สาธารณะ

กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาชีพใหม่ จึงเปิดโอกาสให้พักอาศัยอยู่ได้ฟรี 7 คืน พร้อมอาหารเช้า-เย็น (โดยไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง) 

และในคืนที่ 8 เป็นต้นไป จะเก็บเงินเพิ่มคืนละ 50 บาท โดยเงินจำนวนนี้จะถูกเก็บออมไว้ในบัญชีธนาคารของพวกเขาเองผ่านความร่วมมือกับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

“วิธีนี้จะช่วยให้พวกเขามีเงินออม เพราะเราไม่ต้องการให้พวกเขาเข้ามาอยู่อาศัยโดยไม่มีเป้าหมายชีวิต แม้ในช่วงเวลานั้นเขาอาจยังหารายได้หรืออาชีพเองไม่ได้ แต่อย่างน้อย ถ้ามีเงินออม เขาจะสามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคต”

กลุ่มสีแดง : กลุ่มเด็กหรือผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งหรือทารุณกรรม

คนไร้บ้านกลุ่มนี้ถือว่าเป็นเคสที่จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือเร่งด่วน จำเป็นต้องแยกเขาออกมาจากเหตุการณ์ที่เผชิญให้เร็วที่สุด

บ้านอิ่มใจจะถูกใช้เป็นสถานที่พักชั่วคราว ในช่วงเวลาที่รอการประสานงาน หรือดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย และส่งต่อให้กับหน่วยงานที่ดูแลเขาโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกนี้ บ้านอิ่มใจ ยังไม่สามารถรับคนไร้บ้านที่มีอาการทางจิตเวช หรือผู้ป่วยติดเตียงได้เนื่องจากขาดบุคคลากรที่สามารถดูแลด้านนี้ได้โดยตรง

โดยช่วงเวลาเปิดรับสมัคร คือ 15-24 ก.พ. 69 ผู้สนใจสามารถเข้ามาติดต่อสอบถาม ลงทะเบียน และเยี่ยมชมที่พักได้ ณ อาคารกระปาแม้นศรี (เดิม) หรือ บูทให้บริการนอกสถานที่ บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และเริ่มเข้าพักจริงวันที่ 25 ก.พ. 69 

“เราอยากให้พวกเขาเห็นว่าที่นี่ไม่ใช่สถานกักกัน หรือลิดรอนสิทธิของเขา แต่ที่นี่เป็นบ้านแห่งโอกาสและความหวังสำหรับทุกคน ให้มาเรียนวิชาชีวิต และส่งต่อให้พวกเขากลับคืนสู่สังคม และใช้ชีวิตที่ถูกออกแบบด้วยตัวเอง” 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active