กสม. ชี้ ไทยยังเผชิญปัญหาการถูกเลือกปฏิบัติ แม้มีพัฒนาการด้านกฎหมาย

ไทยพบปัญหาการเลือกปฏิบัติในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านแรงงานและความเสมอภาคทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัวและการคุกคามทางเพศในการทำงานยังเป็นปัญหา เร่งรัฐผลักดันกฎหมายกลางคุ้มครองทุกกลุ่ม

28 ก.พ. 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกสารเนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 1 มีนาคม 2569 ย้ำหลักความเสมอภาค เท่าเทียม และการห้ามเลือกปฏิบัติ เป็นหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตั้งแต่ปี 2491 และเป็นพันธกรณีสำคัญในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อ 10 ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับทุกคน

กสม. ระบุว่า จากการรับเรื่องร้องเรียนและติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในปี 2568 แม้ประเทศไทยมีพัฒนาการด้านกฎหมายและนโยบายที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่รับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของบุคคลทุกเพศ แต่ยังคงพบปัญหาการเลือกปฏิบัติในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านแรงงานและความเสมอภาคทางเพศ อาทิ การบังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนรับเข้าทำงาน การจำกัดสิทธิผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทยในการเลือกตั้งกรรมการกองทุนประกันสังคม การตัดสิทธิคนพิการจากคุณสมบัติสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา รวมถึงกระแสความเกลียดชังทางเชื้อชาติที่ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติถูกกีดกันและไม่ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังพบการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อนเพิ่มขึ้น ตลอดจนปัญหาการเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้างจากกฎหมาย กฎ ระเบียบ และนโยบายของทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ยังมีลักษณะกีดกัน

ในประเด็นสตรีและความเสมอภาคทางเพศ กสม. ชี้ว่า ความรุนแรงในครอบครัวและการคุกคามทางเพศในที่ทำงานยังถูกกดทับ ผู้หญิงจำนวนมากไม่กล้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจากความกังวลต่อทัศนคติแบบกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming) และอิทธิพลเชิงอำนาจในองค์กร ขณะที่ผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการดูแลเฉพาะด้านในเรือนจำ

เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล (Zero Discrimination Day) ซึ่งริเริ่มโดย โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ ภายใต้แนวคิด “People First” หรือการให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นอันดับแรก กสม. เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลในฐานะกฎหมายกลาง เพื่อสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ พร้อมย้ำให้หน่วยงานรัฐเป็นแบบอย่างในการยกเลิกกฎหมายและนโยบายที่มีลักษณะกีดกัน และส่งเสริมความตระหนักรู้ในสังคมอย่างต่อเนื่อง

“โดยขอยืนยันอย่างต่อเนื่องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพื่อเป็นกฎหมายกลางที่สร้างหลักประกันว่าคนทุกกลุ่มจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ หน่วยงานของรัฐต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการเป็นหน่วยงานที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยดำเนินการสร้างความตระหนักรู้ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ สื่อ และประชาชน รวมทั้งยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง นโยบาย ที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ”

ทั้งนี้ กสม. ระบุ ทุกภาคส่วนร่วมปรับเปลี่ยนอคติ สร้างความเข้าใจ และยอมรับความหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active