บริษัทยืนยันว่าลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการปฎิบัติงาน ด้านกระทรวงการต่างประเทศย้ำยังไม่ล้มเลิกการค้นหาลูกเรือทั้ง3 คน ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นเสี่ยงโดยเร็วที่สุด ส่วนประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ จากตะวันออกกลาง รวม 591 คน
14 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาค ขยายวงนอกเหนือจากเป้าหมายทางทหาร โดยอิหร่านยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ และระบบไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับที่เกี่ยวข้องสหรัฐฯและอิสราเอล ในหลายประเทศของภูมิภาค ขณะที่กองทัพอิสราเอล กับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ยังมีการแลกเปลี่ยนกันโจมตีกันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ สถานการณ์การสู้รบในอิรัก ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้น ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

นายปาณิดล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทย โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า สถานการณ์ยังมีความตึงเครียด และเรียกร้องให้มีการยุติการใช้ความรุนแรง และกลับสู่แนวทางการทูตโดยเร็ว พร้อมย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายหลักกฏหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ
นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เริ่มจากกรณีเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัส ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉิน และส่งมอบให้กับลูกเรือทั้ง 20 คน เพื่อเดินทางออกจากเมืองคาซาบ ไปยังประเทศโอมาน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป แต่เนื่องจากเส้นทางต้องผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้เร่งรัดการออกวีซ่าผ่านแดน รวมถึงทางการโอมาน ได้ยืนยันว่า จะอำนวยความสะดวกในการผ่านแดนเพื่อขึ้นเครื่องที่เมืองมัสกัส ซึ่งลูกเรือทั้ง 20 คน มีกำหนดการเดินทางถึงประเทศไทย ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้
“การเลิกค้นหาและช่วยลูกเรืออีก 3 คน ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพเรือ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัส ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามปฏิบัติการการค้นหาช่วยเหลือต่อไป”
นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สำหรับจำนวนแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางประมาณ 67,047 คน และได้แจ้งความประสงค์ทางสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 977 คน ขณะนี้เดินทางกลับมาแล้ว 72 คน และอยู่ระหว่างเดินทางกลับอีก 9 คนจากบาห์เรน
นายสันติ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 23 คนจากเหตุการณ์เรือมยุรีนารีถูกโจมตีนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลือ โดยประสานบริษัทเดินเรือเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ กระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ประสาน บริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด เจ้าของเรือมยุรีนารี ซึ่งได้มีการดูแลช่วยเหลือลูกเรือ 20 คนที่ภายหลังได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาอย่างปลอดภัยแล้ว โดยบริษัทได้จัดให้ลูกเรือทุกคนพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองคาซาบ ราชอาณาจักรโอมาน โดยให้พักเดี่ยวพร้อมจัดอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และเครื่องนุ่งห่มที่มีความจำเป็นอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ลูกเรือทุกคนยังสามารถใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารไปยังครอบครัวในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง
นายสันติ กล่าวว่า สำหรับลูกเรือ 1 รายที่ได้รับบาดเจ็บที่มือ ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่และกลับมาพักที่โรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทางบริษัทยังสนับสนุนบริการด้านสุขภาพจิต โดยให้คำปรึกษาผ่านทางออนไลน์กับนักจิตวิทยาและที่ปรึกษาชาวไทยที่มีใบอนุญาตและมีการรับรองตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้บริการแก่ลูกเรือแต่ละรายตามคำร้องขอ ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดอยู่ในเรือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือดังกล่าวต่อไป
นายสันติ กล่าวว่า ในส่วนของการติดตามสิทธิประโยชน์เรื่องค่าตอบแทนของลูกเรือ บริษัทยืนยันว่าลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการปฎิบัติงานในพื้นที่ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยบริษัทจะดำเนินการโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของลูกเรือแต่ละรายในสิ้นเดือนของทุกเดือนตามปกติ ในส่วนของทรัพย์สินส่วนตัวที่ลูกเรือจำเป็นต้องทิ้งไว้บนเรือ บริษัทจะดำเนินการชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนให้แก่ลูกเรือแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้บริษัทได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาการจ้างงานของลูกเรือทุกคน และพร้อมรับลูกเรือกลับเข้ามาปฏิบัติงานทันทีเมื่อมีความพร้อมและมีความประสงค์ที่จะกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง
สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน กลุ่มคนไทยชุดสุดท้าย ที่เดินทางออกจากอิหร่านจำนวน 7 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่วนในประเทศอิสราเอล เนื่องจากการโจมตีที่รุนแรงขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล ให้เข้าที่หลบภัยภายใน 1 นาที หากได้ยินเสียงไซเรน และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของอิสราเอล
“ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ คนไทยได้รับความช่วยเหลือจากภูมิภาคตะวันออกกลาง รวม 591 คน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย”
