หวังสัปดาห์หน้า ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.อากาศสะอาด’ ส่ง สว. พิจารณาต่อ

อดีต กมธ.อากาศสะอาดฯ ชี้ สัญญาณบวก หลังนายกฯ – รมว.ทส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ เห็นพ้องผลักดันกฎหมายต่อ เชื่อ หายนะฝุ่นเหนือ รอไม่ได้ หวังใจ ครม.อนุมัติร่างกฎหมาย ทันเวลา ก่อนส่ง สว.ลุยต่อ ไม่ต้องเริ่มนับศูนย์ใหม่ เผย บทบาท กมธ.ศึกษาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 เตรียมเดินหน้าทำให้สมบูรณ์ วางกรอบ 3 เดือน ลั่นพร้อมคลายข้อกังวล ทำกฎหมายให้สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เสือกระดาษ

วันนี้ (22 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าว Thai PBS รายงานว่า จักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการ และแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้กล่าวถึงการประชุมนัดแรกวันนี้ จะเป็นการเลือกผู้ทำหน้าที่ประธาน และรองประธาน ขณะเดียวกันจุดประสงค์ในการทำงานของ กมธ.ชุดนี้ สอดคล้องกับ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่จัดทำเสร็จแล้ว และค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาในสภาชุดก่อน

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีตประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด

โดยการพิจารณาอาจเชื่อมโยงถึงข้อห่วงใย ที่มีการทับซ้อนในข้อกังวลจาก พ.ร.บ.ฉบับใหญ่ ซึ่งตั้งกรอบเวลาพิจารณาไว้ 3 เดือน สำหรับ กมธ.ชุดนี้ เพื่อสรุปข้อห่วงใยต่อ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งในสัปดาห์หน้าหลังจากที่คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ในชั้น สว.ก็จะทำให้สามารถพิจารณาได้ต่อในมาตราที่ค้างอยู่ได้ทันที

หวังสัญญาณดี นายกฯ เปิดทาง เดินต่อ กม.อากาศสะอาด

จักรพล ยังระบุว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นว่ามีความคิดเห็นที่ตรงกันในการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก็เชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้เดินหน้าต่อ

“ไม่งั้นจะต้องเริ่มนับศูนย์ใหม่ จะเป็นการเสียเวลา หายนะที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือตอนบน และจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM 2.5 กระทบหนักจริง ๆ หวังใจว่า ครม. จะให้ผ่านตามมาตรา 147 ภายใน 60 วัน”

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม

จักรพล ยังกล่าวถึงเสียงสะท้อนของ สว.บางคน ที่คัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ว่า หากมาถึงวินาทีนี้จากสัญญาณ ของนายกรัฐมนตรีที่ได้พูด เชื่อว่าร่างกฎหมายจะได้เดินหน้าต่อ และเข้าใจในข้อห่วงใยจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) รวมถึง สว. ที่ต้องเข้าใจว่าเป็นร่างกฎหมายใหญ่ และร่างมาฉบับสมบูรณ์ที่สุดต่อประชาชน

ส่วนในข้อห่วงใยก็มีข้อกฎหมายลูกหรือกฎหมายรองอยู่ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาระหว่างการทำงาน เช่น ในช่วงค่าปรับสูงจะกระทบกับการค้าการลงทุนหรือไม่ ซึ่งในกฎหมายกำหนดช่วงเวลาในการปรับตัวของภาคเอกชน จากปัญหาการเผาต้นทาง และจนถึงปลายทางซึ่งจะโดนค่าปรับต่อเมื่อไม่ปฏิบัติตาม วิถีโลกร้อนโลกรวน ปัญหา ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายต้องบัญญัติขึ้นมาเพื่อทวงคืนอากาศสะอาดให้กับชาวไทย นี่คือเป้าหมายหลักที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้

เมื่อถามถึงข้อกังวล 8 ประเด็นของ ศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จักรพล ย้ำว่า เข้าใจในข้อห่วงใย แต่ในกฎหมายยึดหลักอากาศบริสุทธิ์ของชาวไทย ซึ่งกรรมาธิการชุดนี้จะมาคลายข้อกังวลในกรณีที่มีผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุดและหาทางออกให้กับทุกฝ่าย ไม่ได้เป็นเพียงเสือกระดาษที่มีกฎหมายแล้วปฏิบัติจริงไม่ได้

เลือก ‘พิมพ์ภัทรา’ สส.ภูมิใจไทย นั่ง ปธ.กมธ.แก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5

สำหรับ การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตราและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) นัดแรกวันนี้นั้นมีวาระเพื่อเลือกประธานกรรมาธิการฯ และตำแหน่งสำคัญ โดยมี สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุมโดยเปิดให้สมาชิกเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมาธิการฯ

โดย สมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราข พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกรรมาธิการฯ ขณะที่ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เสนอชื่อตัวเองเป็นประธานกรรมาธิการฯ พร้อมเสนอให้ประธานเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้แสดงวิสัยทัศน์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้มีเวลาทำงานเพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะต้องสรุปข้อคิดเห็นเสนอต่อสภาฯ ก่อนวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ทันการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจำปี 2570

พิมพ์ภัทรา ได้แสดงวิสัยทัศน์ ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ ไม่ควรแบ่งแยกตั้งแต่ต้นว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ เป็นการทำงานให้ประชาชน และการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ก็ไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่เป็นการตั้งมาในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งในช่วงต้นเข้าใจดีว่าจะเป็นการติดตามการทำงานของรัฐบาล การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง เบื้องต้นจึงต้องกลับไปดูว่าแต่ละกระทรวงได้วางแผนการทำงานอย่างไร และนำมาเปรียบเทียบว่าปีที่แล้วกับปีนี้แตกต่างกันอย่างไร และนำผลของคณะกรรมาธิการทุกชุดที่เคยพิจารณาเอาไว้แล้วเข้าสู่คณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ เพื่อดำเนินการได้เลย เนื่องจากมีเวลาจำกัด และ สส. ในพื้นที่จะต้องทำงานร่วมกันเป็นมิติสุดท้าย ที่สำคัญจะประชุมแต่ในห้องไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ไปติดตามผลการปฏิบัติงานด้วย

ด้าน ภัทรพงษ์ ก็แสดงวิสัยทัศน์สนับสนุนเห็นด้วย ว่า ไม่ควรมีฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องเป็นคณะกรรมาธิการฯ ที่ทำงานร่วมกัน และต้องทำการบ้านจากรายงานของคณะกรรมาธิการไฟป่าชุดก่อน รวมถึงรายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้เคลื่อนตัวได้เลย โดยจุดเริ่มต้นเห็นว่า ควรต้องตรวจสอบสิ่งที่เคยทำพลาดจากการทำรายจ่ายในงบประมาณปี 2569 ว่ามีอะไรที่ยังขาดแคลน หรือมีจุดไหนที่ไม่เหมาะสม จนถูกตัดงบประมาณเหล่านั้นทิ้ง เช่น การทำแผนพื้นที่ควบคุมมลพิษในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายกลับไม่มีการทำตามแผนเหล่านั้น อีกทั้งมีการของบประมาณไป แต่กลับไม่มีการจัดสรรและไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งต้องไปดูว่าติดขัดที่ตรงไหน ที่จังหวัดหรือว่าที่กระทรวง และการติดขัดเรื่องการใช้เงินสำรองราชการที่จังหวัดกังวลมาก ว่า จะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบมาก ๆ แต่ไม่เคยกลัวว่าลมหายใจของประชาชนจะเป็นอย่างไร ซึ่งหลังจากตรวจสอบภูมิภาคมาแล้วก็จะต้องช่วยรัฐบาลทำงาน เช่น ตอนนี้ที่อยู่ระหว่างการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

โดยเชื่อว่าถ้าคณะกรรมาธิการฯ ทำงานร่วมกัน ไม่ล่าช้า ไม่ศึกษาอะไรที่เคยศึกษามาแล้ว จะช่วยเติมเต็มการจัดทำงบประมาณได้ รวมถึงการจัดทำแผนรับมือกับฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนกับหน่วยงานของรัฐให้ทำงานร่วมกันได้ สามารถจัดการปัญหาไฟป่า ซึ่งต้องมีการวางแผนการทำงานให้ละเอียด เพื่อให้ทันต่อการเสนอเข้าสภาฯ ก่อน 11 กรกฎาคม นี้ ซึ่งจะคาบเกี่ยวกับช่วงที่พิจารณางบประมาณด้วย

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การลงมติ เลือกประธานกรรมาธิการฯ และตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ โดยเป็นการลงมติแบบลับ ซึ่งผลการโหวต ปรากฏว่า พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ขณะที่รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ประกอบด้วย สมบัติ ยะสินธุ สส. แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง, ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่สอง ส่วนเลขานุการ คณะกรรมาธิการ คือ พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active