ชี้ หากมติ ครม. เห็นชอบยืนยันต่อสภาฯ ให้เดินหน้า เพื่อลมหายใจของทุกคน ย้ำ ไม่เอา พ.ร.บ.อากาศสะอาดฉบับฟอกเขียว ขณะที่ ปธ.กมธ.ไฟป่า รับร่างกฎหมายเดินทางมาไกลแล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ ด้าน ฝ่ายค้าน ชวนจับตา ครม. 5 พ.ค.นี้ ไปต่อ หรือ ปัดตก
วันนี้ (30 เม.ย. 69) ที่รัฐสภา เครือข่ายอากาศสะอาดฯ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 120 องค์กร ยื่นหนังสือ 4 ฉบับ ต่อคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 (กมธ. ไฟป่าฯ), คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน), คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ฝ่ายรัฐบาล) และประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ร่วมขับเคลื่อนเดินหน้า ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … (พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) โดยใช้บทบาทสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะการที่กฎหมายจะเดินหน้าต่อต้องอาศัยเสียงจากสภาฯ
รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม นายกสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ บอกว่า เครือข่ายภาคประชาชน 120 องค์กร รวมถึงประชาชนที่เคยลงชื่อสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ฉบับประชาชน เนื่องจากมีความเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นวิกฤตของสังคม เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และทราบว่าตอนนี้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ค้างอยู่ในสภาฯ จะไม่ถูกหยิบขึ้นมาโดยรัฐบาล แต่เมื่อดูรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา มาตรา 147 วรรคสอง บทบัญญัติ เขียนว่า “ถ้ารัฐสภาเห็นชอบ” คำนี้สร้างความกังวลให้ภาคประชาชนอย่างมาก เพราะรัฐสภานั้นประกอบไปด้วย 2 สภา ทั้ง สส. และ สว.

“วันนี้เป็นการรวมพลังไม่ใช่แค่เพียงฝั่งเครือข่ายอากาศสะอาดฯ เท่านั้น แต่เพื่อนเรามีทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ ทุกคน รวมทั้งกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับความเดือดร้อน ในฐานะที่ กมธ.ไฟป่า ดูแลเรื่องนี้จึงไม่อยากให้มองเพียงแค่เรื่องไฟป่า หรือวิกฤตอย่างเดียว แต่อยากให้มองไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งพรบที่เราสนับสนุนอยู่จะเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การแก้ปัญหาจากสถานการณ์แล้ววนกลับมาเจอใหม่”
รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม
รศ.คนึงนิจ ย้ำว่า ขอให้อย่าหยุด และร่วมประคับประคอง ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ฉบับที่ใช่ ไม่ให้มีเพียงหน้าปก แต่เนื้อข้างในไม่สามารถทำอะไรได้เลย พร้อมยืนยันจุดยืนว่า “เราไม่เอาฉบับฟอกเขียว”
สัญญาณรัฐบาล เดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ?
พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประธาน กมธ.ไฟป่าฯ กล่าวย้ำว่า ในฐานะตัวแทนคณะกรรมธิการไฟป่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะสามารถพิจารณา ได้ทันกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับตัวแทนคณะรัฐมนตรี พร้อมขอบคุณในความห่วงใย และในนามกรรมาธิการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพราะอากาศเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนที่ต้องได้รับ และมองว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เดินทางมาไกลมากแล้วโดยไม่จำเป็นที่ต้องเริ่มใหม่ เพียงแต่เริ่มไปแล้ว เพราะความกังวลของแต่ละองค์กรกังวลเรื่องระยะเวลา

“ล่าสุดได้พูดคุยกับ คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ที่ได้ประสานกับคณะรัฐมนตรี เรื่องการยืนยันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้กลับมาทันเวลา ในวันที 12 พฤษภาคมนี้ มั่นใจว่าไปในทิศทางเดียวกัน เพราะไม่มีเวลาเริ่มต้นใหม่ แต่มีประเด็นหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีย้ำมาโดยตลอด เรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย กับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้และที่ผ่านมา ที่จะต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน หากรัฐมนตรีคนใดมีหน้าที่รับผิดชอบให้เดินหน้าทำเรื่องไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 อย่างเต็มที่”
พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
พิมพ์ภัทรา บอกด้วยว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางหารือกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว ได้พูดคุยถึงปัญหาการเผาที่เป็นต้นตอของไฟป่า มีการเดินหน้า จึงขอให้พรรคองค์กรภาคประชาชนและองค์กรอื่น ได้มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีดำริเรื่องนี้ชัดเจนโดยจะเดินหน้าและเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล พร้อมย้ำว่าจะไม่มีการโยนไปโยนมา ในการยืนยันร่างกฎหมาย
ฝ่ายค้าน จับตา 5 พ.ค. ปัดตก หรือ ไปต่อ
จากนั้นเครือข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือต่อ วิปฝ่ายค้าน โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ภัทรพงศ์ ลีลาภัทร สส.พรรคประชาชน อดีต กมธ. อาคารสะอาดฯ และ การดี เลี่ยวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ รับหนังสือ
พริษฐ์ ย้ำว่า ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกัน และพร้อมผลักดันเต็มที่เพื่อให้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในชั้น สว. สามารถเดินหน้าต่อไปได้และบังคับใช้ โดยขั้นตอนที่จะทำให้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ไปต่อมี 2 ขั้นตอนหลัก คือ
- คณะรัฐมนตรีจะต้องมีมติให้ร่างนี้ได้ไปต่อก่อนวันที่ 12 พฤษภาคม นี้ คือ 60 วันหลังจากที่มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดแรก ทางฝ่ายค้านได้มีการติดตามมติ ครม.อย่างใกล้ชิด
“เข้าใจว่า ครม. จะมีมติตัดสินใจว่าจะให้ร่างไหนไปต่อหรือไม่ไปต่อ ในวันที่ 5 พฤษภาคมที่จะถึง ทางวิปฝ่ายค้านได้ทำหนังสือ เชิญตัวแทนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมาประชุมคู่ขนานกันไปในวันนั้น เพื่อที่ว่าหากร่างฉบับใดที่ ครม. มีมติให้ไปต่อแล้วเห็นด้วย ก็พร้อมจะสนับสนุน แต่หากมีร่างฉบับใด เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ครม. ไม่มีมติยืนยันมาในวันที่ 5 พฤษภาคม ก็จะซักถามถึงเหตุผลจากตัวแทนคณะรัฐมนตรีในฝ่ายค้าน และมีข้อเสนอแนะกลับไปให้กลับไปทบทวนให้มีมติ ก่อนวันที่ 12 พฤษภาคม ก็จะมีเวลาเพิ่มอีก 1 สัปดาห์”
พริษฐ์ วัชรสินธุ
- หากคณะรัฐมนตรีมีมติยืนยัน เรื่องดังกล่าวก็จะถูกส่งมาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีทั้ง สส.และ สว. ร่วมกัน ที่ต้องอาศัยมติเห็นชอบ ตัวเลขคร่าว ๆ 700 คน ซึ่งอาจจะต้องอาศัยเสียง 350 เสียง หากพรรคร่วมรัฐบาลมีมติเห็นชอบ ให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไปต่อได้ บวกตัวเลข สส. สว. และ พรรคฝ่ายค้าน ก็จะทำให้กฎหมายเดินหน้าต่อไปได้
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นในที่ประชุม ครม.ก็ดี หรือ ในรัฐสภาก็ดี จะนึกถึงสุขภาพและปอดของประชาชน คนไทยทุกคน หากมีความการตัดสินใจใด ๆ ที่ทำให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เราทำกันมาอย่างยาวนานในสภาชุดที่แล้วไม่ได้ไปต่อ มันไม่เพียงแค่เป็นการทิ้งงาน ที่หลายฝ่ายร่วมผลักดันกันมาหลายปี แต่มันถือว่าเป็นการโยนทิ้งรายชื่อของพี่น้องประชาชน หวังว่ารัฐบาลจะไม่ตัดสินใจเช่นนั้น”
พริษฐ์ วัชรสินธุ

พริษฐ์ ย้ำว่า แม้จะผ่านไปได้ก็ยังเห็นว่าภารกิจยังไม่จบ สิ่งที่อยากเห็นคือการที่รัฐบาลใช้เครื่องมือที่มีมากขึ้นจาก พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อการเตรียมการสำหรับฤดูฝุ่นปีหน้า
“อย่าปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยมาวัวหายล้อมคอก แต่ต้องพยายามใช้เครื่องมือที่มีมากขึ้นในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การเพิ่มแรงจูงใจในการลดต้นตอที่จะนำไปสู่มลพิษ”
พริษฐ์ วัชรสินธุ
รศ.คนึงนิจ ยังระบุในการยื่นหนังสือถึงฝ่ายรัฐบาล ว่า ภาคประชาชนมีความกังวลในวิกฤตฝุ่นที่เกิดขึ้น ทั้งภาคเหนือและพื้นที่อื่น เป็นกังวลถึงความไม่เข้าใจของรัฐบาลบางคน อยากให้มั่นใจว่าทุกอย่างถูกแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ สส. จนตกผลึกกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ขอให้รัฐบาลช่วยเป็นแรงสนับสนุนในการโหวตยกมือเห็นชอบให้ไปต่อ เพื่อให้เดินหน้าต่อในชั้น สว. หากมีการแก้ไขแล้วกลับมาที่สภา สส. ต้องตั้งคณะกรรมธิการร่วมกัน ภาคประชาชนก็จะให้กำลังใจ และยินดีสนับสนุนทุกฝ่าย แต่ขอให้มีความจริงใจในการแก้ปัญหาฝุ่น และผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพราะเราคือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยร่วมกัน”
รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม
ขณะที่ วรวงศ์ วรปัญญา สส.พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาลรับหนังสือจากเครือข่ายฯ บอกว่า การแก้ปัญหาอากาศสะอาด เชื่อว่าหลายท่านทราบดี และเชื่อว่าท่านมีความตั้งใจที่อยากแก้ปัญหา กระบวนการในการจะขับเคลื่อนในรัฐสภา ต้องดูว่าในฝั่งวุฒิสภาเข้าไปแล้วเป็นอย่างไร ในฐานะตัวแทน สส.พรรคเพื่อไทยอยากผลักดันเรื่องนี้
