สส.พรรคประชาชนอภิปรายผิดหวัง หลังครม.ไม่รับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

ชี้ รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับแรงงาน ไม่เปิดโอกาสให้สภาฯถกเถียง เชื่อหากกฎหมายแรงงาน 2 ฉบับ “มีเวลาพักผ่อนและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ได้ไปต่อ จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสร้างความเท่าเทียม


15 พ.ค.69 การประชุมรัฐสภาครั้งที่ 1 เซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีไม่ให้การรับรองก่อนหน้านี้ ว่าตนรู้สึกผิดหวัง และเชื่อว่าพี่น้องคนทำงานก็รับไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากรัฐบาล เพิกเฉยต่อการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 ในการรับรองพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับมีเวลาพักผ่อนและฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่เสนอโดย จรัส คุ้มไข่น้ำ และวรรณวิภา ไม้สน อดีตสส.พรรคประชาชน 

 

เซีย ชี้ว่าครม.ชุดนี้เลือกที่จะปล่อยร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับคนทำงานถูกปักตกไป โดยที่ไม่แม้แต่ที่จะรับรอง และให้โอกาสสภาได้ถกเถียง พูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมจากสภาชุดที่แล้วที่เห็นชอบมีมติผ่านในวาระที่ 1 ซึ่งร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ คือ หัวใจของพี่น้องแรงงานที่เสนอผ่านพรรคประชาชน ทั้งเดินทางมายื่นหนังสือที่พรรค และจัดเวทีรับฟังข้อเสนอจากพี่น้องแรงงานหลายพื้นที่ในประเทศ

เมื่อได้รับข้อเสนอจากคนทำงานก็ได้จัดทำเป็นกฎหมาย และเมื่อเสนอเขาสภาฯ ก็ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 อย่างครบถ้วน

“มีประชาชนคนทำงานนับล้านคน ตั้งตารอว่า ชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นกว่าเดิม หากกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ได้ถูกบังคับใช้ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำลายความหวังของพวกเขาไปแล้ว”

การอภิปรายครั้งนี้ เซียได้แจกแจงถึงร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ทั้ง 2 ฉบับ โดยระบุว่า เพื่อให้ประชาชน และสมาชิกรัฐสภา ได้รับทราบอีกครั้งว่าประชาชนคนไทยเสียโอกาสในการที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่รับรองอย่างไรบ้าง ฉบับแรกเรียกว่า “ฉบับมีเวลาพักผ่อน” โดยสาระสำคัญ คือ ปรับชั่วโมงการทำงานให้ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต้องมีวันหยุดอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ และเพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็น 10 วันต่อปี 

ส่วนฉบับที่ 2 เรียกว่า “ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน นายจ้างต้องจัดให้มีมุมปั๊มนมในที่ทำงาน การลาไปดูแลเมื่อคนใกล้ชิดไม่สบาย และลูกจ้างหญิงสามารถลาได้ในวันที่ปวดประจำเดือน 

เซียย้ำว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่ได้เกินเลยไปกว่าที่คนคนหนึ่งพึงจะได้รับ ทุกวันนี้คุณภาพชีวิตของคนทำงานนับวันจะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ คนทำงานบางคนทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อนจนร่างพัง ทำงาน 6 วัน มีวันหยุดแค่ 1 วัน ทำงานบ้านก็หมดวันแล้ว บางคนวันหยุดไม่ได้พักผ่อนต้องหารายได้เพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับค่าใช่จ่ายที่สูงขึ้น เพราะรายจ่ายสวนทางกับรายได้ ณ วันนี้สินค้าอุปโภค บริโภค ราคาสูงขึ้น เว้นแต่เรื่องค่าจ้าง รายได้ ที่ยังไม่ปรับสูงขึ้น 

กฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ผ่านความเห็นอย่างเป็นเอกฉันท์ในวาระที่ 1 ในสมัยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ตอนนั้นทุกพรรคการเหมือนเห็นตรงกันหมด สส.จากหลายพรรคก็ร่วมกันในสภาแห่งนี้ อ้างว่ากฎหมายฉบับนี้ดีอย่างไร ผ่านไปไม่นานกลับลืมกันไปหมดแล้ว โดยเซียถามต่อสมาชิกรัฐสภาว่า “ลืมกันไปหมดแล้ว หรือไม่คิดจะจำใส่ใจตั้งแต่แรก” แต่การทำเช่นนี้ก็ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เคยยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนทำงาน

“แม้คณะรัฐมนตรีจะปล่อยให้ความหวังของคนทำงานทั้งประเทศหล่นหายไป แต่ตนและเครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชนขอยืนยันว่าจะไม่หยุด จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายชุดนี้ต่อจนกว่าจะสำเร็จ เพื่อให้คนทำงานมีชีวิตที่ดีขึ้น”

ด้าน ธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานเรื่อง ลดชั่วโมงการทำงาน จะเห็นว่าคนงานถูกกักขังอยู่ในการจ้างงานค่าจ้างขั้นต่ำ และต้องทำงานหนัก การที่จะมีกฎหมายที่จะเพิ่มเวลาพักผ่อน เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ ซึ่งเหตุผลที่ต้องลดเวลาการทำงานเหลือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ อย่างเช่น 

  • WHO ระบุว่าการทำงานเกิน 55 ชั่วโมง/สัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง
  • แรงงานในไอซ์แลนด์ได้สิทธิ 90%  ลดชั่วโมงทำงาน ทำงาน 35-36 ชั่วโมง/สัปดาห์ ผลิตภาพเพิ่มขึ้น
  • Microsoft Japan ลดเวลาทำงาน (4 วัน/สัปดาห์) ผลิตภาพงานเพิ่มขึ้น 40%

ประเด็นเรื่อง เพิ่มเวลาพักผ่อนประจำปี ในประเทศยุโรปกำหนด 20 วัน/ปี ซึ่งกฎหมายฉบับที่รับหลักและตั้งกรรมาธิการไปแล้ว กำหนดไว้ 10 วัน แต่วันนี้รัฐบาลปัดตก กฎหมายฉบับเดิมมีแค่ 6 วัน แต่ถ้าเราเพิ่มมาเป็น 10 วันจะทำให้คนทำงานมีเวลาที่จะไปใช้กับครอบครัว หรือไปพักผ่อนเมื่อเขาทำงานหนักได้มากขึ้น

ประเด็น สิทธิลาปวดประจำเดือน ก็มีตัวอย่างเช่น ประเทศสเปนที่นำร่องผ่านกฎหมายนี้แล้ว เพราะเข้าใจว่าความเจ็บปวดทางร่างกายไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการทำงา นโยบายนี้จะสร้างความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน ทำให้พนักงานหญิงรู้สึกมั่นคงและผูกพันกับองค์กรมากขึ้นและไม่ถูกลดทอนด้วยสรีระทางกายภาพ

ธนพร กล่าวในประเด็นนี้ว่า การลาปวดประทำเดือนไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เกิดจากสรีระของผู้หญิงที่เขาต้องเจอทุกเดือนเมื่อมีอาการแบบนี้จึงต้องให้สิทธินี้ให้กับแรงงานหญิง

ประเด็น สิทธิลาดูแลครอบครัว เมื่อไทยเข้าสู้สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยจำนวนมากต้องการการดูแลจากคนที่รัก แต่บางครั้งแรงงานต้องเลือกระหว่างงานหรือคนที่รัก หลายครั้งที่มีแรงงานเจอนายจ้างบอกว่าถ้าจะลาไปดูแลก็ลาออกไปเลย มองว่าเรื่องเหล่านี้ควรจะถูกรับรองทางกฎหมาย

ประเด็น สิทธิแม่และเด็กในสถานที่ทำงาน นายจ้างต้องจัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสมและมีมาตรการป้องกันสำหรับลูกจ้างในการพักให้นมบุตรหรือปั๊มเก็บน้ำนมในที่ทำงานเพื่อเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา ต้องให้ลูกจ้างพักให้นมบุตรหรือปั๊มเก็บน้ำนม ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที

ธนพร ทิ้งท้ายการอภิปรายว่า รัฐบาลบอกว่าจะดูแลแรงงาน แต่กลับทำตรงข้ามโดยปัดตกกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับนี้ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของผู้ใช้แรงงานขอแสดงความผิดหวัง และยังคงยืนยันว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้จะนำมาผลักดันต่ออย่างแน่นอน

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active