ชาวบ้าน ‘ทับลาน 43’ ตั้งข้อสังเกต กันพื้นที่ไม่ยึดตามเส้นแนวเขต ปี 2543 ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นชอบ ทั้งยังไม่สอดคล้อง มติ ครม. 14 มี.ค. 66 ยอมรับเหมือนชาวบ้านถูกหลอก เล็งฟ้อง ม.157 คกก.อุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ด้าน ‘รมต.สุชาติ’ ยัน นายกฯ กำชับ ให้ความเป็นธรรมชาวบ้าน
ภายหลังที่ประชุม คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ (15 มิ.ย. 69) มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อน แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และ สระแก้ว แต่ล่าสุด ดูเหมือนปมปัญหาข้อพิพาทที่ยาวนานนี้ อาจยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากตัวแทน กลุ่มทับลาน 43 ตั้งข้อสังเกตต่อมติดังกล่าว อาจไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีพูดทั้งหมด โดยเฉพาะการไม่ยึดตามแนวทางที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นชอบ ให้ยึดตามเส้นแนวเขต ปี 2543 และตามมติ ครม. 14 มีนาคม 2566 จึงเตรียมที่จะยื่นร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดคณะกรรมการอุทยานฯ มาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามมติ ครม.
ล่าสุด สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ว่า เรื่องนี้แยกออกมาเป็น 5 กลุ่ม โดยตัดเนื้อที่ไปจริง ๆ ประมาณ 155,000 ไร่ แต่ก็ได้ไปเอาพื้นที่ที่เป็นป่าไม้กับพื้นที่เกือบ 90,000 ไร่ เติมกลับเข้ามาเพิ่มเติม

สุชาติ ยังฝากสื่อมวลชนต้องให้ความเป็นธรรมว่าประชาชนเหล่านี้ไม่ได้มีที่ดินของตัวเอง และอยู่กันแบบยากจนประมาณ 2-3 หมื่นครอบครัว อีกทั้งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ติดตามเรื่องนี้ และเมื่อวาน (15 มิ.ย.) ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ร่วมกับ ส.ป.ก.ให้กับประชาชน
สุชาติ ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตกค้างมาเกือบ 50 ปี ถ้าไม่ทำวันนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของกรมอุทยานฯ หากมีการแจ้งความ และเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม สุดท้ายเราก็ไม่อยากจะก้าวร่วมคำพิพากษาของศาล แต่ความตั้งใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เขาต่อสู้ก็มีสิทธิ์ที่จะชนะมาก และอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน
ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่หลายคนเป็นห่วง มีการจดขึ้นทะเบียนมามรดกโลกปี 2548 ซึ่งได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดกโลกแล้วว่า พื้นที่ที่มีปัญหาทั้ง 5 กลุ่ม เป็นพื้นที่บับเบิ้ลโซน ซึ่งเป็นพื้นที่แนวกันชนอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำในวันนี้เป็นการปฏิบัติตามมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2520 และ 2535
“ในส่วนของ 3 กลุ่มแรก เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว กลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ของทหารใช้ซ้อมรบ ส่วนกลุ่มที่ทุกคนเป็นห่วงคือกลุ่มที่ 4 ที่เกี่ยวกับรีสอร์ทต่าง ๆ เราจับหมดแน่นอน เพราะขณะนี้เป็นคดีอยู่ เราไม่ได้พิสูจน์สิทธิ์เพื่อให้กลุ่มทุนได้ทำรีสอร์ท แต่ต้องใช้อำนาจทางกฎหมายของกรมป่าไม้ป่า ในการนำพื้นที่ของรัฐตามเดิม แต่เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. ซึ่งผมเข้าใจที่หลายคนอาจจะดูเพียงแค่การสัมภาษณ์หรือพาดหัวข่าว ที่บอกว่าเราตัดป่าไปแสนกว่าไร่ แต่ความเป็นจริงคือเราเอากลับคืนมามากกว่า 90,000 ไร่ ซึ่งกระจายไปยังสามกลุ่มแรก ที่ต้องปฏิบัติตามมติของ ครม.“
สุชาติ ชมกลิ่น

ส่วนกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ์ รมว.ทส. บอกว่า ในกลุ่มที่ 4 ที่มีประชาชนบางส่วนอยู่มาก่อน ตั้งแต่ปี 2540 กว่า ๆ ได้ให้กรมอุทยานฯ ไปพิสูจน์สิทธิ์ประมาณ 6 เดือน แต่ย้ำว่า ยังไม่ใช่การยกหรือตัดให้ ส่วนกลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 5 ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้คณะคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. พร้อมทั้งมีความเห็นแนบท้ายว่าหน่วย ส.ป.ก. คณะกรรมการและหน่วยงานที่จะมีกรมป่าไม้เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยพิจารณาสิทธิ์ ต้องร่วมออกความเห็นออกมาเป็นรายแปลง
สุชาติ เน้นย้ำด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกำชับตนว่าต้องให้ความเป็นธรรมในเรื่องของประชาชนที่ยากจนจริง ๆ และอยู่ในพื้นที่มาก่อนมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน และต้องให้ความเห็นใจกับกลุ่มอนุรักษ์หรือเอ็นจีโอด้วย ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ตรงกลาง แต่หากไม่ทำก็จะเกิดการตกค้าง และทำไม่เสร็จสักที แต่ถือว่าโชคดีที่เราทำการปรับปรุงแผนที่แนวที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อเร็วๆนี้ทำให้นำมาใช้พิสูจน์ได้
“ผมอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าไม่ทำก็เห็นใจชาวบ้าน ส่วนเรื่องกฎหมายคงไม่มีใครกล้าหยิบมาทำเพราะไม่ว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ต้องฟ้อง แต่เมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเขาฟ้องร้องเรา เราก็ต้องยอมรับเพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือครอบครัว ซึ่งผมไม่มีซักหนึ่งตารางวา แต่ผมทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้ ซึ่งเป็นเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ”
สุชาติ ชมกลิ่น
‘ทับลาน 43’ รับชาวบ้านเฮเก้อ! เหมือนถูกหลอก
ด้าน วีระ รัตนะอักษรกุล เลขากลุ่มทับลาน 43 เปิดเผยกับ The Active ยอมรับว่า ภายหลังรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการอุทยานฯ ชาวบ้านต่างโห่ร้องดีใจ แต่กลับไม่รู้เลยว่า เป็นการเฮเก้อ! เพราะเมื่อกลับมาดูในรายละเอียดข้อสรุปที่ประชุม กลับไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีพูดทั้งหมด
โดย รัฐมนตรีสุชาติ บอกกับประชาชนว่า การกันแนวเขตจะยึดตามแนวทางของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้ยึดตามเส้นแนวเขตปี 2543 ซึ่งเป็นแนวเขตที่ทุกฝ่ายทำร่วมกัน และตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นชอบและสอดคล้องตามมติ ครม. 14 มีนาคม 2566 จึงมองว่า รัฐมนตรีว่าสุชาติ บอกไม่หมด เสมือนประชาชนถูกหลอกหรือไม่ ?

“การพิจารณาล้มเหลว เป็นการยึดข้อสรุปโดยกรมอุทยานฯ เพียงฝ่ายเดียว และที่สำคัญก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ เคยบอกกับพี่น้องประชาชน ว่าหากมีการประชุมคณะกรรมการฯ จะให้ตัวแทนพี่น้องประชาชนเข้าไปชี้แจง แต่ชาวบ้านกลับถูกกีดกันไม่ให้ขึ้นไปร่วมประชุม เราก็ตั้งข้อสังเกตแล้วว่าน่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ขณะเดียวกันการลงมาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนทราบ ต่างเฮดีใจกัน เพราะรัฐมนตรีพูดเอง ว่าเอาตามแนวทางผู้ตรวจการแผ่นดิน และขอบคุณผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ในข้อเท็จจริงผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้มีข้อสรุปเช่นนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อวันวันที่ 6 สิงหาคม 2562 คืนสิทธิ์ให้พี่น้องประชาชนที่มีหลักฐานดั้งเดิม เอกสารสิทธิ นส.3 และพื้นที่รองรับการทำประโยชน์ ที่ธนารักษ์ซึ่งอยู่มาก่อนการประกาศแนวเขตอุทยานปี 2524 ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้ทำแบบนี้ ยืนยันได้ทุกคนมีหลักฐาน ซึ่งก็สอดคล้องกับมติ ครม.กับกรรมาธิการที่ดินฯ รัฐสภา ในการปรับปรุงแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน ควรใช้แนวเขตปี 2543 แต่กลับไม่ได้นำมาใช้ประกอบแต่อย่างใด”
วีระ รัตนะอักษรกุล
วีระ ยังระบุถึงข้อสรุปการแก้ปัญหา กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง พื้นที่กลุ่มนี้มี เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการฯ เห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 รายนั้น เห็นว่าไม่สามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทและเพื่อคืนสิทธิ์ประชาชนที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ ซ้อนทับได้ แนวทางสำคัญจึงต้องยึดการกันพื้นที่ออกตามแนวเส้นปี 2543

เล็งฟ้อง ม.157 คกก.อุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามมติ ครม.
ดังนั้นหลังจากนี้ จะติดตามไปที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ว่า คณะกรรมการ คทช.ทำ one map ออกมาสอดคล้องกับมติ ครม. เสนอต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ แต่กลับไม่นำมาใช้ ไปเอาเรื่องมาตรา 64 พ.ร.บ.อุทยานฯ มาใช้ จึงเตรียมยื่นร้อง ป.ป.ช. ฟ้องมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กรณีที่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายมติ ครม.14 กุมภาพันธ์ 2566
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานฯ มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อน แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และ สระแก้ว กว่า 265,286 ไร่ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย
- กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว
- กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคีตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ
- กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.)ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ
- กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง พื้นที่กลุ่มนี้มี เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่รอนสิทธิของประชาชนรายอื่นที่ประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ
- กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร

ขณะเดียวกันเตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจความเหมาะสมในพื้นที่ขยายเพิ่ม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า คดีบุกรุกป่าที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขตยังต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพื้นที่ที่เตรียมเพิกถอนในกลุ่มที่ 1–3 จะไม่รับรองสิทธิแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี
