ชี้ แก้ปัญหาข้อพิพาททับลาน ต้องสร้างสมดุล การอนุรักษ์ป่า กับสิทธิของประชาชนที่อยู่มาก่อน เตรียมเร่งหารือกับคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อเยียวยาให้กับผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 3 ก.ค.69 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานฯ พร้อมคณะกรรมาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านไทยสามัคคี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาทางกฎหมาย ที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
สมบูรณ์ สิงกิ่ง ตัวแทนชาวบ้านตำบลไทยสามัคคี เป็นผู้นำเสนอปัญหา พร้อมยื่นข้อเสนอให้กับทางคณะกรรมาธิการ 9 ข้อ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา ประกอบด้วย
1. ตรวจสอบมติคณะกรรมการอุทยานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ว่าขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่
2. ตรวจสอบคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 2/2569 ในการตั้งคณะทำงาน
3. ตรวจสอบการใช้งบประมาณปรับปรุงแนวเขตในปี พ.ศ. 2554
4. ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้แนวเขตปี พ.ศ. 2524 และการจับกุมประชาชน
5. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง
6. ผลักดันกระบวนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อเยียวยาผู้ถูกดำเนินคดี
7. ตรวจสอบกระบวนการ IO ของกรมอุทยานฯ ในแคมเปญ ‘เซฟทับลาน’
8. กำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดของรัฐ
9.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)
“ โดยเฉพาะประเด็นขอให้คณะกรรมาธิการเร่งดำเนิน ผลักดัน ให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อเป็นการเยียวยาให้กับผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม รวมถึงต้องการให้คณะกรรมาธิการชี้แจ้งประเด็นมติที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้นำแนวเขตปี 2543 มาพิจารณาหรือไม่ เนื่องจากแนวเขตปี 2543 เป็นแนวเขตมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจแนวเขต และปักหลักเขตอย่างชัดเจนจนประกาศเป็นมติครม. ทั้งนี้ยังอยากให้กรรมาธิการชุดนี้ ประชุมเร่งด่วน เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และ สปก.เข้ามาดูข้อมูลข้อเท็จจริงว่า มติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นไปตาม มติครม. 14 มีนาคม 2566 หรือไม่ “ สมบูรณ์ กล่าว
จากนั้นคณะกรรมาธิการได้เข้าไปดูแนวเขตปี 2543 ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้รัฐยึดถือเป็นแนวเขตหลักพิจารณาแก้ไขพื้นที่ทับซ้อน เพราะมองว่า การดำเนินการตามมติคณะคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งแบ่งชาวบ้านออกเป็น 5 กลุ่ม จะใช้เวลาในการพิสูจน์สิทธิ์นาน เนื่องจากไม่มีแนวเขตที่ชัดเจน
ด้านประธานคณะกรรมาธิการ ระบุว่าทราบถึงปัญหาในพื้นที่ และยอมรับว่า เกิดจากความผิดพลาดของหน่วยงานภาครัฐที่ประกาศเขตอุทยานทับลาน ทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและมนุษยชน จะเร่งหารือกับคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา เบื้องต้นจะผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อเยียวยาให้กับผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม
“ สิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไร ที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องทับลานที่คั่งค้างนานกว่า 40 ปี ต้องได้รับการแก้ไข พวกเราในฐานะกรรมาธิการการกฏหมายฯ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งภายในเดือนสิงหาคมนี้ ตั้งใจในฐานะที่ตนเป็นประธานกรรมาธิการฯ จะผลักดันเรื่องนี้ เชิญหน่วยงานต่างๆรวมถึงทางฝ่ายการเมือง รัฐบาล มาให้ข้อมูลกับทางกรรมาธิการเพื่อหาทางออก “ รังสิมันต์ กล่าว

ประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ ยังย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ป่ากับสิทธิของประชาชนที่อยู่มาก่อน โดยจะใช้เวลา 1 เดือน ในการนำเรื่องเข้าสู่การกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดทางออก เพื่อคลี่คลายคดีและยุติปัญหาที่ดินทับลานอย่างเป็นธรรม
เร่ง คืนความเป็นธรรม ล้างมลทินให้กับประชาชนในคดีป่าไม้-ที่ดิน ด้วยกฎหมายนิรโทษกรรมฯ
เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการกฎหมายฯ เปิดเผยกับ The Active ว่า จากการลงพื้นที่ พบมีชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีจำนวนมากถึง 522 คดี ทยอยถูกฟ้องไปแล้วประมาณกว่า 300 คดี และคดีส่วนใหญ่ทั้งหมดศาลพิพากษาว่ามีความผิด ตรงนี้หลายคนอาจจะมีคำถามและเข้าใจว่า คนที่ถูกดำเนินคดีคือนายทุน ตรงนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ส่วนมากกลับพบว่า เป็นชาวบ้านที่อยู่ทำกินมาแต่ดั้งเดิม มาแต่บรรพบุรุษ จึงต้องคุ้มครองเขา ซึ่งจริงๆในทางนโยบายของฝ่ายบริหารสามารถช่วยได้โดยสั่งไม่ฟ้อง แต่เราไม่เคยเห็นว่าฝ่ายนโยบายจะใช้วิธีการสั่งไม่ฟ้อง และตอนนี้ก็เหลือประมาณอีกกว่า 200 คดีที่ยังไม่สั่งฟ้อง
“ จริงๆ ฝ่ายบริหารสามารถที่จะสามารถใช้อำนาจในทางบริหารสั่งไม่ฟ้องได้ ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นชาวบ้านที่อยู่ทำกินมาก่อน ไม่ใช่นายทุน ซึ่งฝ่ายบริหารมีอำนาจตามกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่า ถ้าเป็นคดีที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็สามารถที่จะสั่งไม่ฟ้องได้ แต่ส่วนหนึ่งที่ถูกศาลพิพากษาไปแล้ว และส่วนหนึ่งที่อยู่ในชั้นศาลไปแล้ว ต่อให้ศาลไม่สั่งให้จำคุก แต่ว่าถึงที่สุดแล้วก็จะสั่งให้ออกจากพื้นที่ ก็คือยึดที่ ซึ่งวิธีการที่จะแก้ไขตอนนี้จึงมีทางเดียว ก็คือต้องออกกฏหมายนิรโทษกรรม เพื่อที่จะล้างความผิด เสร็จแล้วก็ตรวจสอบและคืนที่ดินให้แก่คนที่เขาไม่ได้บุกรุกใหม่ เขาไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข ซึ่งไม่มีทางอื่นนอกจากการออกกฏหมายนิรโทษกรรมเท่านั้น เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน ไม่ใช่แค่ 522 คดี ที่ทับลาน แต่คือทั่วประเทศกว่า 60,000 คดี ซึ่งไม่ต่ำกว่า 80% ที่เป็นชาวบ้าน คนทำมาหากิน ที่ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ” เลาฟั้ง กล่าว
โดยตอนนี้มีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีป่าไม้ที่ดิน ที่ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว 3 ฉบับ คือ ของพรรคประชาชน ,พรรคประชาชาติ และภาคประชาชน โดยขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นตามกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร จึงอยากให้สังคมร่วมจับตา ร่วมผลักดันสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อคืนความเป็นธรรมล้างมลทินให้ประชาชน




