เครือข่ายชาวเลอันดามัน หวัง กลไกที่เกี่ยวข้อง เร่งสางปัญหา คืนสิทธิชุมชน คืนสาธารณะสมบัติ ที่ผู้คนใช้ร่วมกันมาแต่ดั้งเดิม
วันนี้ ( 4 ก.ค.69 ) วิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน เปิดเผยกับ The Active ถึงความเดือดร้อนของชาวเลมอแกลน บ้านทับตะวัน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
จากกรณีปัญหาเอกชนอ้างสิทธิในที่ดิน ปิดทางเข้าออก “ ขุมเขียว “ ซึ่งเป็นจุดจอดเรือ ออกไปทำการประมงจับสัตว์ทะเล ของชาวมอแกลน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวมอแกลนไม่สามารถออกไปดูเรือ เรือเริ่มจมหลายลำ และไม่สามารถขนอุปกรณ์ออกไปทำการประมงพื้นบ้านตามวิถีได้ ทำให้สูญเสียรายได้ และอาหารเพื่อเลี้ยงปากท้อง
“ ขุมเขียว เป็นพื้นที่แหล่งทำมาหากิน แหล่งรายได้ ชาวบ้านเขาต้องกินต้องอยู่ตรงนั้น ผักเอย อาหารทะเลเอย และจากที่เราได้สำรวจรวบรวมผลกระทบ นับตั้งแต่มีการปิดเส้นทางเข้าออกขุมเขียว พบว่า ชาวเลมอแกลนขาดรายได้จากการไม่สามารถออกไปทำการประมงตามวิถี และไม่สามารถหาอาหารได้ กระทบรายได้ปากท้องรวมแล้วกว่า 400,000 บาท ขณะที่ชาวบ้านที่มีรถรับจ้าง รถรับส่งสาธารณะในหมู่บ้านเพื่อผ่านเส้นทางดังกล่าว ตอนนี้ขาดรายได้ไม่มีเงินผ่อนรถ และกำลังจะถูกยึด ” วิทวัส กล่าว





ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ไปร้องเรียรผ่านกลไกที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับอำเภอ โดยนายอำเภอ นัดทั้ง 2 ฝ่ายหารือ เพื่อหาทางออกและข้อยุติ โดยชาวบ้านได้ยืนยันสิทธิการใช้ประโยชน์มาแต่ดั้งเดิม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเคยลงพื้นที่เดินบนเส้นทางนั้นแล้ว มีหลักฐานทั้งภาพถ่ายทางอากาศ การอ้างการใช้ประโยชน์และการออกเอกสารสิทธิ์ ยังต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
“ จริงๆในกระบวนการของกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เรียกหน่วยงานประชุมให้ข้อมูล ตอนที่ชุมชนทับตะวัน ต่อสู้ข้อพิพาทที่ดินที่อยู่อาศัยกับเอกชน ที่ฟ้องร้องขับไล่ชาวบ้าน ตอนนั้นมีหลักฐานข้อมูลทั้งแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศชัดเจน แต่ด้วยทางฝั่งเอกชน แน่นอนเขามีที่ดินอำเภอ มายืนยันการออกที่ดินโดยชอบ คือหน้าที่ของที่ดินอำเภอก็ต้องคุ้มครองเอกสารสิทธิ์ ที่ดินอำเภอต้องดูแลสิทธิของเอกชนที่มีเอกสารสิทธิ อันนี้ก็กลายเป็นว่าพวกเราเรียกร้องสาธารณสมบัติ แต่เจ้าหน้าที่ที่ดินก็บอกไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเขา เขาจึงแค่มายืนยันความชอบธรรมฝ่ายเอกชนย่างเดียว ดังนั้นเลยต้องมีการตรวจสอบให้ลึกเข้าไปอีกว่า เอกสารสิทธิที่ได้มา ทั้งๆที่ไม่เคยมี สค.1 มาก่อน แล้วออกมาเป็นนส.3 ได้อย่างไร ” วิทวัส กล่าว





ล่าสุดจึงได้เคลื่อนไหวร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เพื่อหาทางออก มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาปิดเส้นทางขุมเขียวของอำเภอตะกั่วป่า ที่มีตัวแทนชาวบ้าน 3 คนร่วมตรวจสอบ จึงหวังว่ากลไกระดับอำเภอจะดำเนินการเร่งด่วน เพื่อรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลต่อไป
